e-Tax invoice & receipt คืออะไร ทำไมธุรกิจจึงจำเป็นต้องใช้

29.04.21 | 14:52 น.

e-Tax invoice & receipt คือ กระบวนการจัดการระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของผู้ประกอบการที่กรมสรรพกรเปิดให้บริการ แบบเป็นทางเลือกแก่ผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ เป็นบริการแบบออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงการบริการได้ผ่านทางเว็บไซต์ของกรรมสรรพกร ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ ทั้งในแง่การประหยัดเวลา ลดปริมาณงานและเอกสาร รวดเร็วและลดต้นทุนรายจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี การดำเนินการเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนผ่านช่องทาง e-Tax invoice & receipt หากได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามเกณฑ์และข้อกำหนดของกรมสรรพกรอย่างครบถ้วนแล้ว ก็ถือได้ว่าผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนได้ปฏิบัติการทางภาษีของตน อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กำหนดให้ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจการจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่มีรายได้ทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพกร และเมื่อขึ้นทะเบียนแล้วก็มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งอาจจะรวมอยู่ในมูลค่าสินค้าหรือบริการแล้วหรือแยกเก็บต่างหากก็สุดแท้แต่สินค้าและบริการนั้น ๆ ปัจจุบันกำหนดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ร้อยละ 7 ของมูลค่าสินค้าและบริการซึ่งจำหน่ายหรือให้บริการ โดยผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จแสดงราคาสินค้าและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ

ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บในเดือนหนึ่ง ๆ ผู้ประกอบการที่เก็บต้องจัดส่งให้สรรพกรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยเรียกภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บว่า “ภาษีขาย” อย่างไรก็ตามหากผู้ประกอบการมีการซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนรายอื่นและมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า “ภาษีซื้อ” ผู้ประกอบการที่จะนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถนำภาษีซื้อในแต่ละเดือนมาหักออกจากภาษีขายก่อนได้ คงเหลือจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่าใดจึงค่อยนำส่งให้สรรพกรดังกล่าว หากไม่มีเหลือก็ไม่ต้องนำส่งภาษี แต่ถึงอย่างไรก็ต้องยื่นเอกสารให้สรรพกร แม้ไม่มีภาษีต้องนำส่งก็ตาม ดังนั้นกระบวนการจัดการเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการไม่ว่าจะมีภาษีที่ต้องส่งหรือไม่มี ในแต่ละเดือนก็จะเต็มไปด้วยเอกสารต่างๆ ที่ต้องแสดงจำนวนมาก ยิ่งบริษัทใหญ่ที่จำหน่ายสินค้าหรือให้บริการมากก็ยิ่งมีเอกสารมาก เป็นภาระทั้งของผู้ประกอบการและเจ้าพนักงานภาษีที่ต้องตรวจสอบ

e-Tax invoice & receipt จึงเป็นกระบวนการการจัดการทางภาษีมูลค่าเพิ่มระหว่างสรรพกรกับผู้ประกอบการขึ้นทะเบียน สามารถดำเนินการได้ผ่านทางเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพกร โดยให้บริการแบบเป็นทางเลือกอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายเล็กและถึงแม้จะเป็นทางเลือกแต่ก็เชื่อว่าผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ จะต้องหันมาใช้บริการกันอย่างเป็นทางหลัก เนื่องจากว่าได้รับความสะดวกในการบริหารจัดการ รวดเร็ว ประหยัดเวลาและประหยัดค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม การใช้บริการ e-Tax invoice & receipt ผู้ประสงค์จะใช้บริการจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนใช้งานกับกรมสรรพกรเสียก่อน และต้องมีการสร้างเอกสารใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมสร้างลายเซ็นต์ดีจิตัล (Digital Signature) เพื่อการยืนยันตัวตนที่ถูกต้อง อันเป็นเรื่องที่ต้องจัดวางระบบให้เชื่อมโยงกับระบบของสรรพกร ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้บริการของบริษัทผู้ให้บริการวางระบบ (Service provider) เข้ามาดำเนินการให้และมีค่าบริการ อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ใหญ่มากนักมียอดขายหรือบริการปีละไม่เกิน 30 ล้านบาท อาจใช้บริการทางเลือกการจัดส่ง “invoice & receipt by email” ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งของ e-Tax ที่สรรพกรเปิดให้มีการใช้บริการได้ อาจจะไม่สะดวกเท่ากรณีแรก แต่ก็สะดวกกว่าที่ต้องให้พนักงานเดินทางไปยื่นเอกสารที่สรรพกรในทุก ๆ เดือนเป็นแน่

Advertisement