หนุ่มรับวัคซีน Sinovac รีวิวขั้นตอนละเอียดยิบ

หนุ่มรีวิวการเข้ารับวัคซีนโควิด-19 ของ Sinovac ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว หลังรัฐอนุญาตให้เอกชนเปิดจุดบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล หนุ่มรายนี้อธิบายขั้นตอน ความรู้สึกแบบละเอียดยิบ ชื่นชมทีมแพทย์ดูแลดี มาตรการป้องกันเข้มข้น พร้อมแนะนำคนที่เตรียมตัวไปฉีด

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tanakorn Jantanakorn ได้เขียนเล่าประสบการณ์การเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ Sinovac ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว หลังจากเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นศูนย์กลางกระจายการฉีดวัคซีนให้ประชาชนนอกโรงพยาบาล ระหว่างวันที่ 12-14 พฤษภาคม 2564

โดยระบุข้อความว่า “รีวิวการฉีดวัคซีน Sinovac ในวันนี้ (เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาประกอบในทุกๆ จุด)

ความรู้สึกก่อนฉีด : แอบกลัวการแพ้วัคซีน แต่พอเห็นมาตรการณ์การดูแลเราในกรณีฉุกเฉินแล้วก็เลิกกลัวละ

ทำไมถึงมีโอกาสได้ฉีด : ผมสมัครเข้ารับการฉีดวัคซีนผ่านทางโรงเรียน และก็ค่อยไปยืนยันใน “หมอพร้อม” (ถ้าประชาชนทั่วไปก็สามารถเข้าหมอพร้อมและจองคิวได้เลยในช่วงเวลาที่เค้ากำหนด)

บรรยากาศและขั้นตอน : จุดเข้ารับบริการ คือ เซ็นทรัล ลาดพร้าว มีโรงพยาบาลที่ดูแลคือโรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมกับสำนักอนามัย กทม. โดยทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่อนามัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่กู้ภัย/ห้องฉุกเฉิน มากันเยอะมาก รู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะ

ขั้นตอนแรก เราจะยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ที่ให้บริการ ก่อนถึงเวลาที่ระบุไว้ในแอพหมอพร้อม พอถึงเวลาที่กำหนดจะมีประกาศให้เรามาเข้าแถวและขอตรวจข้อมูลเบื้องต้นผ่านแอพหมอพร้อม โดยเราแค่โชว์หน้าจอที่แสดงในมือถือ

จากนั้นเราจะเข้าไปในพื้นที่ที่ให้บริการ ลักษณะของพื้นที่เป็น Hall ขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็น 5 โซน

– โซนแรก จุดพัก ที่จุดพักจะมี QrCode ให้เราสแกนเพื่อประเมินความพร้อมของเราก่อนการรับวัคซีน และในจุดนี้เราจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติมโดยใช้ปากกา (ซึ่งผมไม่ได้พกไปด้วย) ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร น้ำหนัก ส่วนสูง อุณหภูมิร่างกาย (ถ้าลืมสังเกตตอนเราผ่านเข้าพื้นที่ ไม่ต้องกังวลเพราะพยาบาลจะตรวจวัดให้อีกครั้ง)

– โซนที่ 2 จุดตรวจวัดความดันเลือดและชีพจร สามารถให้บริการพร้อมกันได้ประมาณ 10 คน ซึ่งพยาบาลที่ให้บริการในจุดที่ 2 นี้จะให้คำแนะนำในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งให้บริการดีมากๆ

– โซนที่ 3 เป็นจุดคัดกรองและลงทะเบียน โดยทีมพยาบาลจะปริ้นท์ข้อมูลที่เราได้ประเมินตัวเราเองไว้แล้วผ่าน QrCode เพื่อประเมินว่าเราอยู่ในสภาพพร้อมจะรับวัคซีนหรือไม่ และแจ้งรายละเอียดให้เราทราบว่าเรากำลังจะฉีดวัคซีนอะไร จากนั้นเราก็จะเซ็นชื่อเพื่อยืนยัน (ในกระดาษที่เราเซ็นจะมีข้อมูลผลการประเมิน และข้อมูลส่วนตัวเรา ไม่มีข้อความใดๆ ที่จะแสดงให้เห็นว่า รัฐจะไม่รับผิดชอบต่อเรา ตอนแรกแอบคิดว่าจะมีข้อความแบบนี้หรือไม่ ปรากฎว่าไม่มี ผมพอใจในจุดนี้มาก)

– โซนที่ 4 เป็นจุดฉีดวัคซีน ใช้เวลาฉีดน้อยมากๆ ไม่เจ็บเท่าไหร่ เอาเข้าจริงวัคซีนบาดทะยักเจ็บกว่ามากๆ

ระหว่างที่เราเดินออกจากโซนที่ 4 ไปยังโซนที่ 5 จะมีขวดแอลกอฮอล์ เข้มข้น 80% แจกให้เราด้วย เสียดายอย่างเดียวคือ “ขวดมันคล้ายขวดน้ำดื่มมาก” แว๊บแรกที่รับมา นึกว่าให้เราดื่มน้ำหลังจากการฉีดวัคซีน แต่ดีที่เจ้าหน้าที่เค้าย้ำกับทุกคนว่า “นี่คือขวดแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือนะคะ” มิฉะนั้น คนเอ๋อๆ แบบผม อาจเปิดขวดแล้วยกดื่มเลย  555

– โซนที่ 5 เป็นจุดออกบัตรบันทึกข้อมูลการฉีดวัคซีนและนัดหมายวันที่ต้องรับวัคซีนเข็มที่ 2 ซึ่งในบัตรบันทึกข้อมูลจะมีรายละเอียดของวัคซีนทั้ง LOT/ Serial Number อย่างชัดเจน และในจุดนี้จะมีการแจ้งว่าเราต้องอยู่ดูอาการ 30 นาที (โดยระบุเวลาอย่างชัดเจน เช่น ผมต้องอยู่ดูอาการถึง 14.11 น.)

***ตั้งแต่โซนที่ 1 ถึง โซนที่ 5 ใช้เวลาจริง ๆ ไม่เกิน 10 นาที (ถ้าไม่นับช่วงรอคอยผู้หลักผู้ใหญ่มาตรวจเยี่ยมพื้นที่***

นอกโซนที่ 5 จะเป็นจุดออกใบนัด และเป็นจุดพักคอยดูอาการ 30 นาทีด้วย ถ้าประมาณการด้วยสายตาแล้ว น่าจะรองรับคนได้ประมาณ 100 ที่นั่ง เป็นจุดพักที่ค่อนข้างอุ่นใจ เพราะข้างหน้าเป็นโต๊ะพยาบาล ด้านหลังเป็นทีมแพทย์ฉุกเฉิน

***ผมรอไปสัก 20 นาทีก็เริ่มเบื่อ คิดว่าน่าจะโอเค จะออกไปเดินเล่นรอในห้าง แต่… มีทีมเจ้าหน้าที่อีกทีมเฝ้าประตูอยู่ จะคอยตรวจว่า เราสามารถออกไปได้หรือไม่ สุดท้ายแล้วผมก็ต้องรอคอยจนครบ 30 นาที***

ถือว่าเคร่งครัดได้ดีมากครับ คนที่ผิดคือผมเอง 5555

ในภาพรวมของการดำเนินการ ผมมีความคิดเห็นว่า

  1. ทำได้ดีมาก มีการเว้นระยะห่าง และมีการกำหนดเส้นทางที่ชัดเจน ไม่วุ่นวาย ทีมแพทย์พยาบาลก็ดูยินดีที่จะให้บริการ ซึ่งต้องขอบพระคุณในจุดนี้มาก ๆ แม้ว่าจะเหนื่อย แต่ยิ้มแย้มตลอด
  2. มีข้อควรระวังอีกนิด ซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยมากๆ ๆ คือ “ขวดแอลกอฮอล์ที่แจกให้ หน้าตามันเหมือนขวดน้ำดื่ม มันน่าตกใจจริง ๆ ครับ แอบกลัวว่าจะมีบางคนไม่ได้ยินที่เจ้าหน้าที่แจ้งเตือน และเปิดขวดดื่มแบบไม่สติ อันนี้แอบกลัว” หรือผมอาจกลัวไปคนเดียวก็เป็นไปได้ครับ
  3. สำหรับคนที่ไม่ได้พกปากกาไปด้วย จะค่อนข้างวุ่นวายมาก เพราะต้องหายืมปากกาจากเจ้าหน้าที่ ดังนั้นใครที่จะไปฉีดวัคซีน ควรพกปากกาไปด้วยนะครับ
  4. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม (งดมาม่า) คือ ถ้ารัฐมีวัคซีนให้เลือกหลาย ๆ แบบ จะดีมาก เช่น ถ้าฉีด Sinovac ก็ฟรีเลย แต่ถ้ายี่ห้ออื่นก็คิดเงินเพิ่ม ถ้าเป็นแบบนี้จะฟินมาก แต่เชื่อว่าอีกหน่อยคงเป็นไปได้

#จบการรีวิวตามคำเรียกร้อง #ปลอดภัยดี สถานีต่อไปคือเข็มที่ 2 ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จากนั้นก็จะไปฉีดวัคซีนยี่ห้ออื่นด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้น พื้นที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว จะเปิดให้บริการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และอาสาสมัคร ที่ได้รับการลงทะเบียนแล้วเท่านั้น ถึงวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถติดตามข่าวสารและเตรียมลงทะเบียนได้เร็วๆ นี้ โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นศูนย์การค้าแรกในกรุงเทพฯ เป็นหน่วยบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลโดยเตรียมพร้อม ดังนี้ 1.จัดสรรพื้นที่สกาย ฮอลล์ ชั้น 3 ขนาด 3,500 ตร.ม. พร้อมจัดการ Social Distancing สามารถรองรับการฉีดวัคซีนได้ 2,000 คนต่อวัน มีระบบเครื่องปรับอากาศที่ผ่านการฆ่าเชื้อ และ อากาศถ่ายเท 2.เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว พร้อมอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ 60-100 คน 3.ประชาชนสามารถเดินทาง ศูนย์กลางการคมนาคม สะดวกจากรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT 4.ให้บริการ เริ่มเปิดบริการฉีดวัคซีน ตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น. ในส่วนของศูนย์การค้าเปิดให้บริการ ตั้งแต่ 11:00 – 20:00 น.

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฮิวแมนไรท์วอชจี้ไทยให้นักโทษเข้าถึงสุขอนามัยที่ดี
บทความถัดไปบก.ตม.1 ลงพื้นที่คลองเตยมอบถุงยังชีพช่วยประชาชนผู้รับผลกระทบโควิด