โครงการสะพานเขียว แม้ตั้งอยู่ระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ แต่เป็นคนละโครงการ ออกแบบโดยทีมออกแบบคนละทีม ดําเนินการโดยคนละหน่วยงาน และงบประมาณคนละก้อน
โครงการสะพานเขียว เริ่มต้นทำงานตั้งแต่ปี 2562 โดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาฯ, ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมแสงสว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, บริษัท สตูดิโอ ใต้หล้า จำกัด, บริษัท อะตอม ดีไซน์ จำกัด, บริษัท แลนด์สเคปคอลลาบอเรชัน จำกัดบริษัท วิศวกรรมและสถาปนิก คิวบิค จำกัด และ บริษัท ไทย-ธรรม ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด ร่วมมือกับสำนักการโยธา กทม. โดยคณะผู้ออกแบบดำเนินการในรูปแบบของการบริการสังคม โดยไม่รับค่าตอบแทน เนื่องจากทำในนามของสถาบันการศึกษา (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี)
เป้าหมายของสะพานเขียว ไม่ได้เพียงแค่เชื่อมสวนสาธารณะ 2 สวน แต่เป็นการสร้าง “สถานที่ใหม่ของเมือง” ที่เชื่อมเมืองและผู้คนจาก 2 ย่านของ 2 ฝั่งถนนและ 3 ชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน
![]()
ข้อเท็จจริง 14 ข้อของโครงการสะพานเขียว ดังนี้
- โครงการสะพานเขียว คือ โครงการปรับปรุงฟื้นฟูสะพานคอนกรีตเก่าสร้างในปี พ.ศ. 2542 และพื้นที่เกี่ยวเนื่องริมคลองไผ่สิงโต มีจุดเริ่มต้นจากถนนรัชดาภิเษก ลัดเลาะตามแนวรอยต่อระหว่างสวนเบญจกิติกับคลองไผ่สิงโต ลอยข้ามผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานครและชุมชนโปโล-ชุมชนร่วมฤดี มาบรรจบกับสวนลุมพินีบริเวณแยกสารสินของถนนวิทยุ ความยาวรวมประมาณ 1.6 กิโลเมตร
.
- จุดเริ่มต้นของโครงการเริ่มต้นในปี พ.ศ.2562 เมื่อสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้ติดต่อให้ UddC-CEUS ช่วยสนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่สะพาน เนื่องจากเป็นหนึ่งใน “พื้นที่เสี่ยง” อันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ที่มีการรายงานการก่ออาญชากรรมทางเพศ จากการที่สะพานมีสภาพทรุดโทรม มีจุดเข้าออกไม่เพียงพอ สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมและไม่ปลอดภัยทั้งพื้นที่บนสะพานและใต้สะพาน ดังนั้น UddC-CEUS ร่วมกับ LRIC และสตูดิโอใต้หล้า จึงอาสาช่วย กทม.ออกแบบปรับปรุง โดยเป้าหมายเป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้น่าใช้งานและเชื่อมโยงกับชุมชนโดยรอบมากขึ้น ด้วยภูมิสถาปัตยกรรมและแสงสว่าง ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม หลังจากทำมาปีกว่า กทม. เห็นว่าชุมชนโดยรอบและสาธารณะให้การสนับสนุน พร้อมทั้งเห็นโอกาสในการใช้สะพานเขียวเชื่อมย่านและเมือง จึงขยายพื้นที่จากแค่สะพานไปเชื่อมกับคลองไผ่สิงโตและจรดถนนรัชดาภิเษกต่อกับสวนเบญจกิติ และเนื่องจากโครงการขยายใหญ่และซับซ้อนขึ้น จึงได้ ATOM DESIGN, LANDSCAPE COLLABORATION, QBIC และ THAITHARM มาช่วยสนับสนุนการออกแบบ
![]()
![]()
- เป้าหมายของสะพานเขียว ณ ปัจจุบัน คือทำหน้าที่เป็น THE GREEN SUPER CONNECTOR ที่สร้างให้เกิดการเชื่อมโยงของเมืองใน 4 ระดับ
(1) การเชื่อมโยงของถนนสายธุรกิจหลักของเมือง ได้แก่ ถนนรัชดาภิเษก และถนนวิทยุ ให้ผู้คนสามารถสัญจรติดต่ออย่างมีพลวัติ
(2) การเชื่อมโยงเชิงนิเวศ โดยเชื่อมระหว่างสวนสาธารณะขนาดใหญ่ระดับเมืองสองสวน
(3) การเชื่อมโยงของการสัญจรแบบเท่าเทียมด้วยการเดินเท้าและจักรยาน ให้ผู้คนทุกกลุ่มเข้าถึงได้แบบไร้รอยต่อจากโครงสร้างพื้นฐานของเมืองและโครงการที่มีอยู่โดยรอบโดยการออกแบบอารยสถาปัตย์
(4) การเชื่อมโยงกับชุมชนพหุวัฒนธรรม ที่มีศูนย์กลางเป็นศาสนสถานและโรงเรียน ให้เกิดยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจและสังคม
- โครงการสะพานเขียวประกอบด้วยพื้นที่ออกแบบ 5 ส่วนหลัก ได้แก่
(1) คลองไผ่สิงโต
(2) สะพานสกายวอล์กคอนกรีต
(3) พื้นที่ใต้สะพาน
(4) สะพานลอยข้ามถนนและทางพิเศษรวม 3 จุด และ
(5) งานไฟฟ้าแสงสว่าง
โดยโครงการสะพานเขียวไม่ได้รวมอยู่ในโครงการพื้นที่สวนเบญจกิติและสวนลุมพินี
- งานออกแบบส่วนที่ 1 คือ การปรับปรุงพื้นที่ริมคลองไผ่สิงโตความยาวประมาณ 700 เมตร สู่ พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งการเรียนรู้คลองไผ่สิงโต ที่ออกแบบให้ผสานเชื่อมต่อกับสวนเบญจกิติ ด้วยแนวคิดของสวนลอยน้ำที่ใช้พืชที่มีความสามารถในการบำบัดน้ำเสีย พร้อมจัดวางทางจักรยานและลานกิจกรรมเหนือน้ำ ตลอดจนทางเดินลอยน้ำที่ยืดหยุ่นไปตามระดับน้ำขึ้นลง เป็นแหล่งเรียนรู้ใหม่ของเมือง รวมทั้งสร้างให้เกิดการเชื่อมต่อของระบบนิเวศเมืองและความหลากหลายทางชีวภาพ ต่อเชื่อมกับสวนเบญจกิติ
![]()

งานออกแบบส่วนที่ 1 พื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อการเรียนรู้แห่งใหม่ของเมือง
- งานออกแบบส่วนที่ 2 คือ การปรับปรุงพื้นที่บนสะพานสกายวอร์กคอนกรีตความยาว 1.3 กิโลเมตร ด้วยแนวคิดการออกแบบให้เป็นเสมือนสวนบนสะพาน โดยปรับสะพานคอนกรีตที่ร้อนและแห้งแล้ง เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเดินเล่น พักผ่อน วิ่งออกกำลังกาย ขี่จักรยานจากสวนเบญจกิติไปยังสวนลุมพินีได้โดยยังรู้สึกเหมือนยังอยู่ในสวน นอกจากนี้ ได้มีการออกแบบให้รองรับกิจกรรมอื่นๆ ไม่ว่าการนั่งเล่นชมทัศนียภาพเมือง การเรียนรู้ และกิจกรรมทางสังคมอื่นๆ สะพานเขียวจึงเป็นเสมือนพื้นที่สำหรับเสริมสร้างสุขภาวะและปลูกฝังวัฒนธรรมเมืองแบบใหม่ให้เกิดขึ้น


งานออกแบบส่วนที่ 2 เป็นมากกว่าสะพาน แต่คือ ‘สวน’ ที่เชื่อมสองสวน
- งานออกแบบส่วนที่ 3 คือ การปรับปรุงพื้นที่ใต้สะพานที่อยู่เหนือคลองไผ่สิงโต โดยปรับพื้นที่จุดอับและเสื่อมโทรมใต้สะพาน-เหนือคลองไผ่สิงโต สู่พื้นที่อเนกประโยชน์ของชุมชน ที่สะอาด โปร่งโล่ง มีสุขภาวะ สามารถใช้นั่งพักผ่อนและค้าขายได้ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมเศรษฐกิจสังคมของชุมชน นอกจากนี้ น้ำในคลองไผ่สิงโตจะมีการบำบัดโดยเชื่อมโยงกับระบบใหญ่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะทำให้คุณภาพน้ำในคลองดีขึ้นอีกด้วย

งานออกแบบส่วนที่ 3 พื้นที่ศักยภาพ ผสานกิจกรรมสร้างเสริมเศรษฐกิจชุมชน
- งานออกแบบส่วนที่ 4 คือ การปรับปรุงพื้นที่สะพานลอยข้ามถนนรัชดา ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และวิทยุ สู่ทางเข้าโครงการที่เป็นจุดหมายตาให้ผู้คนจดจำ และลานคนเมืองลอยฟ้าขนาดย่อม ในการจัดกิจกรรมเทศกาลต่างๆ คลุมด้วยโครงสร้างกันแดดกันฝนที่โปร่งเบา มีรูปทรงเป็นที่จดจำของเมือง

งานออกแบบส่วนที่ 4 สะพานเขียว THE NEW ICONIC OF BANGKOK
- งานออกแบบส่วนที่ 5 คือ การปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมดด้วยการออกแบบแสงสว่างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้ทุกกลุ่ม รวมทั้งยืดระยะเวลาในการใช้งานพื้นที่ให้ยาวนานขึ้น เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตคนเมืองให้สามารถใช้พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้อย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ แนวคิดการใช้แสงและสีที่มีความหมาย สอดคล้องกับการออกแบบพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ของเมือง จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ยามค่ำคืนของย่าน เป็นความภาคภูมิใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาใช้งาน

งานออกแบบส่วนที่ 5 ต้นแบบการใช้แสงสว่างในพื้นที่สาธารณะของเมือง
- แม้ว่าโครงการสะพานเขียว จะเป็นคนละโครงการแยกจากโครงการสวนเบญจกิติและสวนลุมพินี ที่ดูแลรับผิดชอบโดยคนละหน่วยงาน สะพานเขียวโดยสำนักการโยธา กทม. สวนลุมพินีโดยสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และสวนเบญจกิติ โดยกรมธนารักษ์ แต่ กทม.และกรมธนารักษ์ต้องการให้แบบปรับปรุงของทั้ง 3 โครงการมีการเชื่อมต่อกัน ทีมออกแบบจึงทำงานร่วมกัน โดยออกแบบจุดเชื่อมต่อที่สำคัญกับโครงการสวนเบญจกิติและสวนลุมพินี มี 4 จุดสำคัญ ได้แก่
(1) จุดเชื่อมต่อที่ 1 คือ บริเวณรอยต่อของสวนเบญจกิตติกับคลองไผ่สิงโต มีการออกแบบให้ต่อเนื่องกันทั้งในเชิงแนวคิดและโปรแกรม เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งการเรียนรู้คลองไผ่สิงโต
(2) จุดเชื่อมต่อที่ 2 คือ รอยต่อกับทางเข้าจากซอยสุขุมวิท 4 และสุขุมวิท 10 ให้สาธารณะสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก และปรับปรุงให้มีความสวยงาม
(3) จุดเชื่อมต่อที่ 3 คือ จุดข้ามทางพิเศษเฉลิมมหานคร ออกแบบบูรณาการให้มีทางลาดและทางเดินลอยฟ้าที่ผู้คนสามารถเดินเท้าและขี่จักรยานเข้าไปได้อย่างสะดวก
(4) จุดเชื่อมต่อที่ 4 คือ สวนลุมพินี ออกแบบให้มีลานคนเมืองลอยฟ้าขนาดย่อมสำหรับจัดกิจกรรมเทศกาลต่างๆ และเชื่อมโยงเข้าสู่พื้นที่สวนลุมพินีที่กำลังจะมีการปรับปรุงต่อไป
- โครงการสะพานเขียวนี้มีการออกแบบให้กระบวนการและผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDG Goals จำนวน 6 ข้อ (ข้อ 3, 8, 10, 11, 15 และ 17) ดังนี้
(1) เป็นพื้นที่สุขภาวะใหม่ของเมือง ส่งเสริมการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนทุกช่วงอายุ
(2) เป็นเส้นทางเชื่อมต่อพื้นที่ย่านธุรกิจของเมือง เกิดพลวัตทางสังคมและเศรษฐกิจระดับเมือง เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ธุรกิจชุมชน
(3) ส่งเสริมการเดินเท้าและรูปแบบการสัญจรของคนทุกกลุ่ม
(4) เพิ่มพื้นที่สีเขียวสำหรับเชื่อมต่อและพักผ่อนหย่อนใจ ที่มีความปลอดภัย ทั้งในระดับย่านและระดับเมือง
(5) เพิ่มพื้นที่สีเขียวเมืองอันจะเป็นส่วนส่งเสริมให้เกิดนิเวศแวดล้อมที่ยั่งยืน
(6) การสร้างความร่วมมือผ่านกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชน อันจะเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป
- งบประมาณการก่อสร้างโครงการสะพานเขียว จากข้อมูลของ กทม.คือ 260 ล้านบาท เป็นงบประมาณของ กทม. ครอบคลุมการปรับปรุงพื้นที่ 5 ส่วน ได้แก่ คลองไผ่สิงโต สะพานสกายวอล์คคอนกรีต พื้นที่ใต้สะพาน สะพานลอยข้ามถนนและทางพิเศษรวม 3 จุด และงานไฟฟ้าแสงสว่าง ความยาวรวม 1.6 กิโลเมตร แบ่งเป็น (1) งานสำรวจ (2) งานเสริมความเเข็งแรงของโครงสร้างสะพานสกายวอร์คคอนกรีตที่สร้างมา 20 ปี (3) งานปรับปรุงทั้งหมด และ (4) งานระบบสาธารณูปโภค
- ทีมออกแบบประกอบด้วย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง, ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมแสงสว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, บริษัท อะตอม ดีไซน์ จำกัด, บริษัท แลนด์สเคปคอลลาบอเรชัน จำกัด, บริษัท สตูดิโอ ใต้หล้า จำกัด, บริษัท วิศวกรรมและสถาปนิก คิวบิค จำกัด และ บริษัท ไทย-ธรรม ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด มี อ.ธนิชา นิยมวัน และ ผศ.คมกริช ธนะเพทย์ อาจารย์ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษา ทุกคนทำโครงการนี้เป็น “งานบริการสังคม ไม่รับค่าตอบแทน” เนื่องจากจุดเริ่มต้นเป็นโครงการที่จุฬาฯและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เข้าไปสนับสนุน กทม. ดังนั้น บริษัทออกแบบที่เข้ามาช่วย จึงอุทิศเป็นงานบริการสังคมทั้งหมด งบประมาณในการจัดกระบวนการและทีมสำรวจภายนอกตลอดระยะเวลา 2 ปี ได้การสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. ภายใต้นโยบายการสร้างพื้นที่สุขภาวะให้เมือง
- กำหนดการเริ่มก่อสร้างคือปลายปี 2564 นี้
กล่าวโดยสรุป โครงการสะพานเขียว เป็นคนละโครงการกับโครงการสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ ประโยชน์ของสะพานแห่งนี้ไม่ได้เพียงแค่เชื่อมสวนสาธารณะ 2 สวน แต่เป็นการสร้าง “สถานที่ใหม่ของเมือง” ที่เชื่อมเมืองและผู้คนจาก 2 ย่านของ 2 ฝั่งถนนและ 3 ชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน เหมือนที่ Heidegger นักปรัชญาชาวเยอรมัน กล่าวไว้ใน Building Dwelling Thinking : สะพานนั้นมีความหมายมากกว่าแค่ประโยชน์ใช้สอยไว้เดินข้าม สำหรับเมือง สะพานคือจุดบรรจบของดิน ฟ้า ผู้คน ดังนั้น การสร้างสะพาน คือ การสร้างความเป็น “place” ให้แก่เมือง ที่ยึดโยงกับผู้คนปลายสะพานและโดยรอบใช้เป็นจุดอ้างอิงและจดจำ
โครงการฟื้นฟูสะพานเขียวกรุงเทพฯ (Bangkok Green Bridge) ริเริ่มโดย สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS), บริษัท สตูดิโอ ใต้หล้า จำกัด, บริษัท อะตอม ดีไซน์ จำกัด, บริษัท แลนด์สเคปคอลลาบอเรชัน จำกัด, ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมแสงสว่าง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, บริษัท วิศวกรรมและสถาปนิก คิวบิค จำกัด และ บริษัท ไทย-ธรรม ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด สนับสนุนโครงการโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

