14 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการสะพานเขียว สะพานเขียว เชื่อมย่าน เชื่อมชุมชน ไม่ได้เชื่อมแค่สวน

13.06.21 | 16:52 น.

โครงการสะพานเขียว แม้ตั้งอยู่ระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ แต่เป็นคนละโครงการ ออกแบบโดยทีมออกแบบคนละทีม ดําเนินการโดยคนละหน่วยงาน และงบประมาณคนละก้อน

โครงการสะพานเขียว เริ่มต้นทำงานตั้งแต่ปี 2562 โดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาฯ, ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมแสงสว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, บริษัท สตูดิโอ ใต้หล้า จำกัด, บริษัท อะตอม ดีไซน์ จำกัด, บริษัท แลนด์สเคปคอลลาบอเรชัน จำกัดบริษัท วิศวกรรมและสถาปนิก คิวบิค จำกัด และ บริษัท ไทย-ธรรม ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด ร่วมมือกับสำนักการโยธา กทม. โดยคณะผู้ออกแบบดำเนินการในรูปแบบของการบริการสังคม โดยไม่รับค่าตอบแทน เนื่องจากทำในนามของสถาบันการศึกษา (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี)

เป้าหมายของสะพานเขียว ไม่ได้เพียงแค่เชื่อมสวนสาธารณะ 2 สวน แต่เป็นการสร้าง “สถานที่ใหม่ของเมือง” ที่เชื่อมเมืองและผู้คนจาก 2 ย่านของ 2 ฝั่งถนนและ 3 ชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน

ข้อเท็จจริง 14 ข้อของโครงการสะพานเขียว ดังนี้

Advertisement
  1. โครงการสะพานเขียว คือ โครงการปรับปรุงฟื้นฟูสะพานคอนกรีตเก่าสร้างในปี พ.ศ. 2542 และพื้นที่เกี่ยวเนื่องริมคลองไผ่สิงโต มีจุดเริ่มต้นจากถนนรัชดาภิเษก ลัดเลาะตามแนวรอยต่อระหว่างสวนเบญจกิติกับคลองไผ่สิงโต ลอยข้ามผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานครและชุมชนโปโล-ชุมชนร่วมฤดี มาบรรจบกับสวนลุมพินีบริเวณแยกสารสินของถนนวิทยุ ความยาวรวมประมาณ 1.6 กิโลเมตร

.

  1. จุดเริ่มต้นของโครงการเริ่มต้นในปี พ.ศ.2562 เมื่อสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้ติดต่อให้ UddC-CEUS ช่วยสนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่สะพาน เนื่องจากเป็นหนึ่งใน “พื้นที่เสี่ยง” อันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ที่มีการรายงานการก่ออาญชากรรมทางเพศ จากการที่สะพานมีสภาพทรุดโทรม มีจุดเข้าออกไม่เพียงพอ สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมและไม่ปลอดภัยทั้งพื้นที่บนสะพานและใต้สะพาน ดังนั้น UddC-CEUS ร่วมกับ LRIC และสตูดิโอใต้หล้า จึงอาสาช่วย กทม.ออกแบบปรับปรุง โดยเป้าหมายเป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้น่าใช้งานและเชื่อมโยงกับชุมชนโดยรอบมากขึ้น ด้วยภูมิสถาปัตยกรรมและแสงสว่าง ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม หลังจากทำมาปีกว่า กทม. เห็นว่าชุมชนโดยรอบและสาธารณะให้การสนับสนุน พร้อมทั้งเห็นโอกาสในการใช้สะพานเขียวเชื่อมย่านและเมือง จึงขยายพื้นที่จากแค่สะพานไปเชื่อมกับคลองไผ่สิงโตและจรดถนนรัชดาภิเษกต่อกับสวนเบญจกิติ และเนื่องจากโครงการขยายใหญ่และซับซ้อนขึ้น จึงได้ ATOM DESIGN, LANDSCAPE COLLABORATION, QBIC และ THAITHARM มาช่วยสนับสนุนการออกแบบ

  1. เป้าหมายของสะพานเขียว ณ ปัจจุบัน คือทำหน้าที่เป็น THE GREEN SUPER CONNECTOR ที่สร้างให้เกิดการเชื่อมโยงของเมืองใน 4 ระดับ

(1) การเชื่อมโยงของถนนสายธุรกิจหลักของเมือง ได้แก่ ถนนรัชดาภิเษก และถนนวิทยุ ให้ผู้คนสามารถสัญจรติดต่ออย่างมีพลวัติ

(2) การเชื่อมโยงเชิงนิเวศ โดยเชื่อมระหว่างสวนสาธารณะขนาดใหญ่ระดับเมืองสองสวน

(3) การเชื่อมโยงของการสัญจรแบบเท่าเทียมด้วยการเดินเท้าและจักรยาน ให้ผู้คนทุกกลุ่มเข้าถึงได้แบบไร้รอยต่อจากโครงสร้างพื้นฐานของเมืองและโครงการที่มีอยู่โดยรอบโดยการออกแบบอารยสถาปัตย์

(4) การเชื่อมโยงกับชุมชนพหุวัฒนธรรม ที่มีศูนย์กลางเป็นศาสนสถานและโรงเรียน ให้เกิดยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจและสังคม

  1. โครงการสะพานเขียวประกอบด้วยพื้นที่ออกแบบ 5 ส่วนหลัก ได้แก่

(1) คลองไผ่สิงโต

(2) สะพานสกายวอล์กคอนกรีต

(3) พื้นที่ใต้สะพาน

(4) สะพานลอยข้ามถนนและทางพิเศษรวม 3 จุด และ

(5) งานไฟฟ้าแสงสว่าง

โดยโครงการสะพานเขียวไม่ได้รวมอยู่ในโครงการพื้นที่สวนเบญจกิติและสวนลุมพินี

  1. งานออกแบบส่วนที่ 1 คือ การปรับปรุงพื้นที่ริมคลองไผ่สิงโตความยาวประมาณ 700 เมตร สู่ พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งการเรียนรู้คลองไผ่สิงโต ที่ออกแบบให้ผสานเชื่อมต่อกับสวนเบญจกิติ ด้วยแนวคิดของสวนลอยน้ำที่ใช้พืชที่มีความสามารถในการบำบัดน้ำเสีย พร้อมจัดวางทางจักรยานและลานกิจกรรมเหนือน้ำ ตลอดจนทางเดินลอยน้ำที่ยืดหยุ่นไปตามระดับน้ำขึ้นลง เป็นแหล่งเรียนรู้ใหม่ของเมือง รวมทั้งสร้างให้เกิดการเชื่อมต่อของระบบนิเวศเมืองและความหลากหลายทางชีวภาพ ต่อเชื่อมกับสวนเบญจกิติ

งานออกแบบส่วนที่ 1 พื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อการเรียนรู้แห่งใหม่ของเมือง

  1. งานออกแบบส่วนที่ 2 คือ การปรับปรุงพื้นที่บนสะพานสกายวอร์กคอนกรีตความยาว 1.3 กิโลเมตร ด้วยแนวคิดการออกแบบให้เป็นเสมือนสวนบนสะพาน โดยปรับสะพานคอนกรีตที่ร้อนและแห้งแล้ง เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเดินเล่น พักผ่อน วิ่งออกกำลังกาย ขี่จักรยานจากสวนเบญจกิติไปยังสวนลุมพินีได้โดยยังรู้สึกเหมือนยังอยู่ในสวน นอกจากนี้ ได้มีการออกแบบให้รองรับกิจกรรมอื่นๆ ไม่ว่าการนั่งเล่นชมทัศนียภาพเมือง การเรียนรู้ และกิจกรรมทางสังคมอื่นๆ สะพานเขียวจึงเป็นเสมือนพื้นที่สำหรับเสริมสร้างสุขภาวะและปลูกฝังวัฒนธรรมเมืองแบบใหม่ให้เกิดขึ้น

งานออกแบบส่วนที่ 2 เป็นมากกว่าสะพาน แต่คือ ‘สวน’ ที่เชื่อมสองสวน

  1. งานออกแบบส่วนที่ 3 คือ การปรับปรุงพื้นที่ใต้สะพานที่อยู่เหนือคลองไผ่สิงโต โดยปรับพื้นที่จุดอับและเสื่อมโทรมใต้สะพาน-เหนือคลองไผ่สิงโต สู่พื้นที่อเนกประโยชน์ของชุมชน ที่สะอาด โปร่งโล่ง มีสุขภาวะ สามารถใช้นั่งพักผ่อนและค้าขายได้ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมเศรษฐกิจสังคมของชุมชน นอกจากนี้ น้ำในคลองไผ่สิงโตจะมีการบำบัดโดยเชื่อมโยงกับระบบใหญ่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะทำให้คุณภาพน้ำในคลองดีขึ้นอีกด้วย

งานออกแบบส่วนที่ 3 พื้นที่ศักยภาพ ผสานกิจกรรมสร้างเสริมเศรษฐกิจชุมชน

  1. งานออกแบบส่วนที่ 4 คือ การปรับปรุงพื้นที่สะพานลอยข้ามถนนรัชดา ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และวิทยุ สู่ทางเข้าโครงการที่เป็นจุดหมายตาให้ผู้คนจดจำ และลานคนเมืองลอยฟ้าขนาดย่อม ในการจัดกิจกรรมเทศกาลต่างๆ คลุมด้วยโครงสร้างกันแดดกันฝนที่โปร่งเบา มีรูปทรงเป็นที่จดจำของเมือง

งานออกแบบส่วนที่ 4 สะพานเขียว THE NEW ICONIC OF BANGKOK

  1. งานออกแบบส่วนที่ 5 คือ การปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมดด้วยการออกแบบแสงสว่างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้ทุกกลุ่ม รวมทั้งยืดระยะเวลาในการใช้งานพื้นที่ให้ยาวนานขึ้น เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตคนเมืองให้สามารถใช้พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้อย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ แนวคิดการใช้แสงและสีที่มีความหมาย สอดคล้องกับการออกแบบพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ของเมือง จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ยามค่ำคืนของย่าน เป็นความภาคภูมิใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาใช้งาน

งานออกแบบส่วนที่ 5 ต้นแบบการใช้แสงสว่างในพื้นที่สาธารณะของเมือง

  1. แม้ว่าโครงการสะพานเขียว จะเป็นคนละโครงการแยกจากโครงการสวนเบญจกิติและสวนลุมพินี ที่ดูแลรับผิดชอบโดยคนละหน่วยงาน สะพานเขียวโดยสำนักการโยธา กทม. สวนลุมพินีโดยสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และสวนเบญจกิติ โดยกรมธนารักษ์ แต่ กทม.และกรมธนารักษ์ต้องการให้แบบปรับปรุงของทั้ง 3 โครงการมีการเชื่อมต่อกัน ทีมออกแบบจึงทำงานร่วมกัน โดยออกแบบจุดเชื่อมต่อที่สำคัญกับโครงการสวนเบญจกิติและสวนลุมพินี มี 4 จุดสำคัญ ได้แก่

(1)  จุดเชื่อมต่อที่ 1 คือ บริเวณรอยต่อของสวนเบญจกิตติกับคลองไผ่สิงโต มีการออกแบบให้ต่อเนื่องกันทั้งในเชิงแนวคิดและโปรแกรม เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งการเรียนรู้คลองไผ่สิงโต

(2) จุดเชื่อมต่อที่ 2 คือ รอยต่อกับทางเข้าจากซอยสุขุมวิท 4 และสุขุมวิท 10 ให้สาธารณะสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก และปรับปรุงให้มีความสวยงาม

(3) จุดเชื่อมต่อที่ 3 คือ จุดข้ามทางพิเศษเฉลิมมหานคร ออกแบบบูรณาการให้มีทางลาดและทางเดินลอยฟ้าที่ผู้คนสามารถเดินเท้าและขี่จักรยานเข้าไปได้อย่างสะดวก

(4) จุดเชื่อมต่อที่ 4 คือ สวนลุมพินี ออกแบบให้มีลานคนเมืองลอยฟ้าขนาดย่อมสำหรับจัดกิจกรรมเทศกาลต่างๆ และเชื่อมโยงเข้าสู่พื้นที่สวนลุมพินีที่กำลังจะมีการปรับปรุงต่อไป

 

  1. โครงการสะพานเขียวนี้มีการออกแบบให้กระบวนการและผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDG Goals จำนวน 6 ข้อ (ข้อ 3, 8, 10, 11, 15 และ 17) ดังนี้

(1) เป็นพื้นที่สุขภาวะใหม่ของเมือง ส่งเสริมการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนทุกช่วงอายุ

(2) เป็นเส้นทางเชื่อมต่อพื้นที่ย่านธุรกิจของเมือง เกิดพลวัตทางสังคมและเศรษฐกิจระดับเมือง เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ธุรกิจชุมชน

(3) ส่งเสริมการเดินเท้าและรูปแบบการสัญจรของคนทุกกลุ่ม

(4) เพิ่มพื้นที่สีเขียวสำหรับเชื่อมต่อและพักผ่อนหย่อนใจ ที่มีความปลอดภัย ทั้งในระดับย่านและระดับเมือง

(5) เพิ่มพื้นที่สีเขียวเมืองอันจะเป็นส่วนส่งเสริมให้เกิดนิเวศแวดล้อมที่ยั่งยืน

(6) การสร้างความร่วมมือผ่านกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชน อันจะเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป

 

  1. งบประมาณการก่อสร้างโครงการสะพานเขียว จากข้อมูลของ กทม.คือ 260 ล้านบาท เป็นงบประมาณของ กทม. ครอบคลุมการปรับปรุงพื้นที่ 5 ส่วน ได้แก่ คลองไผ่สิงโต สะพานสกายวอล์คคอนกรีต พื้นที่ใต้สะพาน สะพานลอยข้ามถนนและทางพิเศษรวม 3 จุด และงานไฟฟ้าแสงสว่าง ความยาวรวม 1.6 กิโลเมตร แบ่งเป็น (1) งานสำรวจ (2) งานเสริมความเเข็งแรงของโครงสร้างสะพานสกายวอร์คคอนกรีตที่สร้างมา 20 ปี (3) งานปรับปรุงทั้งหมด และ (4) งานระบบสาธารณูปโภค

 

  1. ทีมออกแบบประกอบด้วย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง, ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมแสงสว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, บริษัท อะตอม ดีไซน์ จำกัด, บริษัท แลนด์สเคปคอลลาบอเรชัน จำกัด, บริษัท สตูดิโอ ใต้หล้า จำกัด, บริษัท วิศวกรรมและสถาปนิก คิวบิค จำกัด และ บริษัท ไทย-ธรรม ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด มี อ.ธนิชา นิยมวัน และ ผศ.คมกริช ธนะเพทย์ อาจารย์ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษา ทุกคนทำโครงการนี้เป็น “งานบริการสังคม ไม่รับค่าตอบแทน” เนื่องจากจุดเริ่มต้นเป็นโครงการที่จุฬาฯและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เข้าไปสนับสนุน กทม. ดังนั้น บริษัทออกแบบที่เข้ามาช่วย จึงอุทิศเป็นงานบริการสังคมทั้งหมด งบประมาณในการจัดกระบวนการและทีมสำรวจภายนอกตลอดระยะเวลา 2 ปี ได้การสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. ภายใต้นโยบายการสร้างพื้นที่สุขภาวะให้เมือง

 

  1. กำหนดการเริ่มก่อสร้างคือปลายปี 2564 นี้

กล่าวโดยสรุป โครงการสะพานเขียว เป็นคนละโครงการกับโครงการสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ  ประโยชน์ของสะพานแห่งนี้ไม่ได้เพียงแค่เชื่อมสวนสาธารณะ 2 สวน แต่เป็นการสร้าง “สถานที่ใหม่ของเมือง” ที่เชื่อมเมืองและผู้คนจาก 2 ย่านของ 2 ฝั่งถนนและ 3 ชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน เหมือนที่ Heidegger นักปรัชญาชาวเยอรมัน กล่าวไว้ใน Building Dwelling Thinking : สะพานนั้นมีความหมายมากกว่าแค่ประโยชน์ใช้สอยไว้เดินข้าม สำหรับเมือง สะพานคือจุดบรรจบของดิน ฟ้า ผู้คน ดังนั้น การสร้างสะพาน คือ การสร้างความเป็น “place” ให้แก่เมือง ที่ยึดโยงกับผู้คนปลายสะพานและโดยรอบใช้เป็นจุดอ้างอิงและจดจำ

โครงการฟื้นฟูสะพานเขียวกรุงเทพฯ (Bangkok Green Bridge) ริเริ่มโดย สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS), บริษัท สตูดิโอ ใต้หล้า จำกัด, บริษัท อะตอม ดีไซน์ จำกัด, บริษัท แลนด์สเคปคอลลาบอเรชัน จำกัด, ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมแสงสว่าง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, บริษัท วิศวกรรมและสถาปนิก คิวบิค จำกัด และ บริษัท ไทย-ธรรม ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด สนับสนุนโครงการโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)