“TCEB”ส่งสัญญาณดี“ไมซ์อินเซ็นทีฟ”อเมริกาหอบเงินทัวร์ภูเก็ตส.ค.64 ผนึกศบค.เข้มเซฟตี้-เอ็กซิบิชั่น&คอนเว็นชั่นเข้าคิวจองศูนย์สิริกิติ์ปี’65

16.06.21 | 15:09 น.

TCEB”ส่งสัญญาณดีไมซ์ต่างประเทศ “อินเซ็นทีฟ” อเมริกากลุ่มบริษัทยา เครื่องดื่ม เฮเข้าภูเก็ตเริ่ม ส.ค.64 ขานรับ “ภูเก็ต แซนด์ บ็อกซ์” เร่งหารือ ศบค.ใกล้ชิดวางแผนเตรียมความพร้อมดูแลเข้มทุกขั้นตอน ลุยจัดทัพ DMC ใช้โมเดล “SPECAIL ARRANGEMENT ขอเปิด MICE LANE ส่วนในประเทศ “ศูนย์ประชุมสิริกิติ์”ยืนยันทันทีที่เปิดบริการ “ตลาดเอ็กซิบิชั่นและคอนเว็นชั่น” มีลูกค้าจองใช้บริการแล้วกว่า 10 งาน เริ่ม พ.ย.65

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า การวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คู่ขนานการประสานกับทางกระทรวงสาธารณสุขขอวัคซีนมาฉีดให้บุคลากรด่านหน้าในอุตสาหกรรมไมซ์คล้ายคลึงกับภาคท่องเที่ยว เพราะไมซ์ต้องมีส่วนร่วมรองรับตลาดต่างประเทศ จะมีงานจัดประชุมรวมอยู่ในโครงการ “ภูเก็ต แซนด์ บ็อกซ์” เริ่ม 1 กรกฎาคม 2564 ล่าสุดคู่ค้าต่างประเทศได้รับการยืนยันและการแสดงความสนใจจะนำกลุ่มที่ได้รับรางวัลเดินทางฟรีหรืออินเซ็นทีฟ (I : incentive) มาภูเก็ตเริ่มสิงหาคม 2564 เป็นต้นไป จากตลาดสหรัฐอเมริกากรุ๊ปละประมาณ 50 คน 80 คน 200 คน

ขณะนี้เตรียมวิธีปฏิบัติต้อนรับไมซ์ต่างประเทศจะใช้โมเดล SPECAIL ARRANGEMENT ตามที่ทีเส็บได้ทำงานร่วมกับศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ระหว่างที่ยังไม่ได้เปิดรับไมซ์ต่างประเทศ ศบค.อนุมัติให้ทดลองนำผู้ลงทุนต่างชาติเข้าไทย 8-10 คน ทำมาแล้ว 3-4 กรุ๊ป โดยไม่กักตัว 14 วัน จะต้องอยู่ในสถานที่รัฐจัดเตรียมไว้ (State Quarantine :SQ) และดูแลใกล้ชิดตลอด

โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนจากญี่ปุ่นใช้เครื่องเจ็ตส่วนตัวบินมาเพื่อตรวจการลงนามสัญญาก่อสร้างโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก มูลค่าการลงทุน 3,000-4,000 ล้านบาท แล้วกลับประเทศผ่านไปด้วยความเรียบร้อย

Advertisement

ต้นแบบดังกล่าวยืนยันได้ว่าทีเส็บกับ ศบค.นำเข้าไมซ์แต่ละกลุ่มเข้ามาอย่างมีแบบแผนเป็นประสบการณ์ทำงานที่สามารถนำโมเดลมาใช้กับโครงการ “ภูเก็ต แซนด์ บ็อกซ์” ได้ต่อไป ด้วยการนำเข้าไมซ์ทุกกลุ่มจากแต่ละประเทศโดยมีบริษัทบริหารจัดการเส้นทางครบวงจร (DMC : Destination Management Company) ซึ่งเคยผ่านการทำงานร่วมกับทีเส็บมาแล้วรับผิดชอบภารกิจครั้งนี้

นายจิรุตถ์กล่าวว่า ล่าสุดทาง DMC ยืนยันจะมีไมซ์ต่างประเทศจองมาไทยแล้วประมาณ 10 กรุ๊ป นำโดยไมซ์อเมริกาซึ่งเป็นสัญญาณดีเช่นเดียวกับอีกหลายประเทศแสดงความต้องการจะเดินทางมายังจุดหมายปลายทางหลักภูเก็ต ระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมพร้อมรองรับไมซ์ต่างประเทศ โดยทีเส็บมีผู้อำนวยการสำนักงานภาคใต้อยู่ในพื้นที่ภูเก็ตทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด ตรวจทุกขั้นตอนตามที่ ศบค.กำหนด

ทีเส็บเตรียมความพร้อมรับตลาดไมซ์กรุ๊ปแรกเป็นอินเซ็นทีฟอเมริกา จะเข้าภูเก็ตช่วงสิงหาคม 2564 จำนวน 80-200 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรบริษัทยา ฟามาเคมิคอล บริษัทเกี่ยวเนื่องทางการแพทย์ กลุ่มบริษัทจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระหว่างนี้ทีเส็บกำลังประสานกับบริษัทต้นทางเพื่ออำนวยความสะดวกระหว่างกัน เป็นหลักฐานยืนยันว่าไทยจะมีไมซ์ต่างชาติทยอยนำเงินเข้ามาใช้จ่ายตั้งแต่ปลายปี 2564 เป็นต้นไป

สำหรับวิธีการตรวจสอบกลุ่มอินเซ็นทีฟที่มีรายชื่อเข้ามาไทยต้องปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค.อย่างเข้มข้น นักเดินทางทุกคนจะต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 เข็ม ขณะนี้ ศบค.กำลังพิจารณามาตรการจะให้ทีเส็บส่งทีมเจ้าหน้าที่ กับบุคลากร DMC ไปปักหลักทำงานที่ภูเก็ต เพื่อทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนอื่น ๆ แล้วใช้ประสบการณ์จากที่เคยทำ SPECIAL ARRANGEMENT ทำให้การต้อนรับไมซ์แต่ละกลุ่มเข้ามาใช้จ่ายเงินในภูเก็ต แซนด์ บ็อกซ์ ดำเนินเป็นไปอย่างเรียบร้อยทั้งหมด

ช่วงนี้ DMC แต่ละบริษัทต่างก็เตรียมอบรมพัฒนาบุคลากรอย่างเต็มที่ พร้อมกับรอนโยบายชัด ๆ อีกครั้งจากทาง ศบค.ถึงขั้นตอนการปฏิบัติจริงเรื่องการตรวจสอบนักเดินทางไมซ์ทั้งเรื่อง ตรวจการฉีดวัคซีน ต้องตรวจเอกสารประกอบอะไรบ้าง เพื่อแจ้งให้คนเดินทางเตรียมนำมาแสดง ส่วนการนำเข้าอินเซ็นทีฟนั้นทางบริษัท DMC จะดำเนินการอำนวยความสะดวกให้ทั้งหมดตลอดการเข้าเมือง-ออกเมือง และสามารถแทร็กได้ด้วยว่าแต่ละคนที่เข้ามาแล้วเดินทางไปยังพื้นที่ใดบ้าง

โดยเฉพาะการทุ่มเทร่วมผลักดัน “ภูเก็ต แซนด์ บ็อกซ์” ทีเส็บจะทำอย่างระมัดระวัง เพราะโครงการนี้เกิดจากความมั่นใจของลูกค้าถึงบริการของภูเก็ต จึงได้เร่งทำ 2 โครงการ คือ โครงการแรก อบรมบุคลากรต้องเข้มด้วย 2 H คือ 1.Hygiene มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และ 2.Hybrid นำนวัตกรรมเทคโนโลยีเข้ามาให้บริการเต็มรูปแบบ โครงการที่ 2 จัด MICE LANE ที่ภูเก็ตให้ได้ 100 % กำลังเสนอเพื่ออำนวยความสะดวกให้อินเซ็นทีฟที่มาพร้อมกันเป็นหมู่คณะ ปัจจุบันไมซ์เลนมีเฉพาะในกรุงเทพฯ

ส่วนขั้นตอนการปฏิบัติทีเส็บจะร่วมมือกับแต่ละฝ่ายทำ 4 เรื่อง คือ 1.ก่อนเดินทางคู่ค้าจะส่งรายชื่อคนเดินทางเข้ามาก่อนล่วงหน้า 2.ส่งล่วงหน้าเอกสารยืนยันว่านักเดินทางแต่ละคนฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเรียบร้อยแล้ว 3.มอบหมายให้มีบริษัท DMC เข้าไปบริหารจัดการตลอดทริป ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติของ ศบค.ห้ามออกนอกเส้นทางที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อหรือติดโควิด 4.ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตต้องได้รับการฉีดวัคซีนล่วงหน้าก่อนเปิดเกาะครบทั้ง 2 เข็ม คิดเป็นเกินกว่า 70 % ของประชากรภูเก็ตทั้งหมด

ทีเส็บหวังว่าจะทำภารกิจนำเข้าอินเซ็นทีฟไมซ์เข้ามาใช้จ่ายเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อทุกฝ่ายทำงานทุกอย่างคู่ขนานกันสำเร็จ โดยเชื่อมั่นระบบการจัดงานที่มีบริษัท DMC ดูแลอย่างใกล้ชิด จะสร้างความสบายใจให้ทั้งทีเส็บและคู่ค้าที่มาเป็นกลุ่มซึ่งสามารถแทร็คหรือติดตามเส้นทางของทุกคนได้ทั้งหมด

นายจิรุตถ์กล่าวว่าภารกิจสำคัญของทีเส็บช่วงมิถุนายน-ธันวาคม 2564 กำลังทำงานอย่างหนักร่วมกับนายประวิชย์ ศรีบัณฑิตมงคล นายกคนใหม่ของสมาคมการแสดงสินค้า(ไทย) : Thai Exhibition Association ถึงแม้ขณะนี้จะยังไม่สามารถทำให้ไมซ์กลับมาเป็นปกติได้ จึงต้องประชุมกำหนดแนวทางร่วมมือกันรุกตลาดไมซ์ นำเสนอโครงการพิเศษขยายฐานลูกค้ากลุ่มจัดนิทรรศการแสดงสินค้า E : Exhibition ซึ่งมีอีกหลายงานจะต้องเดินหน้าจัดต่อไป เช่น THAIFEX(International Food Exhibition in Thailand)-ANUGA ASIA 2021 ตอนนี้ทางกรมการค้าระหว่างประเทศยังไม่ได้ประกาศยกเลิก กำหนดจะจัดระหว่าง 29กันยายน -3 ตุลาคม 2564

ทีเส็บมีภารกิจดูแลตลาดเอ็กซิบิชั่น 3 เรื่อง คือ 1.ช่วยสนับสนุน ส่งเสริม ทำให้งานเกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 2.นำเครื่องมือจัดไมซ์ด้วยไฮบริดต่าง ๆ เข้ามาใช้ 3.เพิ่มโอกาสในอนาคตหลังรัฐบาลทยอยลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์-คมนาคม เต็มรูปแบบ อีก 1-3 ปีหน้า เป็นช่วงต้องดึงคนเข้ามาดูสภาพความเป็นจริง เพราะอนาคตประเทศไทยมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติขนาดใหญ่ทั้งการจัดแสดงสินค้าระดับโลก (Exhibition) และการจัดประชุมนานาชาติ (Convention)

นายจิรุตถ์กล่าวว่าได้พูดคุยกับทางผู้บริหาร “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ยืนยันโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมใหม่จะแล้วเสร็จกันยายน 2565 ตอนนี้เริ่มมีลูกค้าจองใช้สถานที่จัดเอ็กซิบิชั่นและคอนเว็นชั่นรอไว้แล้วกว่า 10 งาน เริ่มตั้งแต่พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป ทีเส็บจึงต้องการเตรียมเทคโนโลยี นวัตกรรมการจัดไมซ์ ร่วมมือกับเอกชนดึงงานอนาคตมาจัดในไทยอีก1-3 ปีหน้า

ส่วน “ไมซ์ในประเทศ” เมื่อสถานการณ์โดยรวมคลี่คลายดีขึ้นจะใช้โครงการ “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” ที่มีงบอยู่ 25 ล้านบาท เพียงพอจะสนับสนุนผู้จัดงานประชุมในช่วงเวลาที่เหลืออยู่สั้น ๆ ตอนนี้เปิดรับลงทะเบียนให้ผู้เกี่ยวข้องขอรับเงินสนับสนุนเพื่อนำไปใช้จัดประชุมได้จนถึง 31 ธันวาคม 2564 แล้วจะทำโครงการนี้ต่อเนื่องไปถึงปีงบประมาณ 2565

ขณะนี้ทีเส็บวางแผนสองไว้แล้วโดยได้หารือร่วมกับศูนย์ประชุมของไทยขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี (กรุงเทพฯ) ภาคใต้ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลา (หาดใหญ่) ภาคเหนือที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้แต่ละแห่งปรับพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนามช่วยผู้ป่วยโควิด-19 ดังนั้นจึงต้องขอเอาใจช่วยแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ รักษาผู้ป่วยหายโดยเร็ว เพื่อจะได้นำศูนย์ประชุมแต่ละพื้นที่กลับมาเตรียมความพร้อมจัดงานไมซ์ต่าง ๆ ตามปกติ

นายจิรุตถ์กล่าวว่า ทีเส็บขอส่งกำลังใจผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งประเทศ ที่เผชิญความลำบากจากโควิด-19 ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ทีเส็บพร้อมมุ่งมั่นทำงานเคียงคู่กับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ประการสำคัญขอให้ทุกฝ่ายเป็นกำลังใจให้กันและกัน และร่วมมือกัน นำความสำเร็จของอุตสาหกรรมไมซ์กลับคืนมาโดยเร็ว

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน บล็อกเกอร์ #gurutourza,www.facebook.com/penroongyaisamsaen