“โคก หนอง นา” กรมการพัฒนาชุมชน มุ่งหวังจะช่วยทำให้พี่น้องประชาชนมีเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงชุมชนพึ่งพาตนเองได้

การดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” กรมการพัฒนาชุมชน เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ของกรมการพัฒนาชุมชนที่มุ่งหวังว่า จะช่วยทำให้พี่น้องประชาชน มีเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปี 2565 ซึ่งงานพัฒนาชุมชน ถือได้ว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มีความสำคัญต่อการอยู่รอดของประเทศชาติ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” จะเป็นหนทางหนึ่ง ที่จะทำให้กรมการพัฒนาชุมชน เดินไปถึงจุดมุ่งหมายที่ได้วางไว้ นำไปสู่สังคมอุดมคติ ร่วมกันได้อย่างประสบผลสำเร็จ

 “โคก หนอง นา” น้อมนำพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จ​พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ด้านการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้บริหารจัดการน้ำและพื้นที่การเกษตร โดยมีการผสมผสานภูมิปัญญาพื้นบ้านให้สอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่นั้น ๆ โคก หนอง นา จึงเป็นแนวทางทำเกษตรอินทรีย์และการสร้างชีวิตที่ยั่งยืน จัดสรรธรรมชาติอย่างสมดุล โดยแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน 30 : 30 : 30 : 10

‘โคก’ โดยความหมายและลักษณะทางภูมิประเทศคือพื้นที่สูง แต่ในความหมายของ “โคก หนอง นา” ไม่ได้หมายถึงส่วนที่เป็นเนินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคันนา ซึ่งคันนาตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ จะใหญ่กว่าคันนาทั่วไป เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการปลูกพืชต่างๆ ด้วย

ในการปลูกพืช “ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวทางพระราชดำริ ปลูกพืช ผัก สวนครัว ทำให้พออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น เป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน ก่อนเข้าสู่ขั้นก้าวหน้า คือ ทำบุญ ทำทาน เก็บรักษา ค้าขาย และเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย

ไม้ 3 อย่าง ได้แก่  1.ไม้ใช้สอย  คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา, ไผ่ 2.ไม้กินได้ เช่น มะม่วง ผักกินใบต่างๆ และ 3.ไม้เศรษฐกิจ ได้แก่ ไม้ที่ปลูกเพื่อจำหน่าย เช่น ไม้สัก เป็นต้น

ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง คือ 1.ไม้ใช้สอย นำมาสร้างบ้าน ทำเล้าเป็ด เล้าไก่ ฟืน 2.ไม้กินได้ นำมาเป็นอาหารและยาสมุนไพร 3.ไม้เศรษฐกิจ นำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ และ 4.ช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งการปลูกพืชที่หลากหลาย จะสร้างระบบนิเวศที่สมดุลให้กับพื้นที่

การขุดหนองน้ำ ไม่เพียงเป็นประโยชน์ในการกักเก็บน้ำเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวโยงกับการทำโคก อีกด้วย เพราะดินที่ได้นั้น จะนำไปถมเป็นพื้นที่ในส่วนที่อยู่อาศัย และการเพาะปลูก ตลอดจนเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ทั้ง วัว ควาย หมู เป็ด และไก่ ฯลฯ

ส่วนโคกอีกส่วนหนึ่งต้องแบ่งเพื่อปลูกที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศ นี่จึงนับเป็นการใช้สอยประโยชน์จากพื้นที่ในสัดส่วนโคกได้เกิดผลสูงสุด

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สิงห์ศึก’ ขอบคุณ ‘ไพบูลย์’ ยอมถอย แก้ ม.144-185 ชี้ปมปิดสวิตช์ ส.ว. ต้องถาม ปชช.ก่อน
บทความถัดไป“โคก หนอง นา” กรมการพัฒนาชุมชน มุ่งหวังจะช่วยทำให้พี่น้องประชาชนมีเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงชุมชนพึ่งพาตนเองได้