“น้ำบาดาล” แนะแนวทางแก้ปัญหาเมื่อพบบ่อทิ้งร้าง

2.07.21 | 09:24 น.

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีบ่อน้ำบาดาลกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 200,000 บ่อ แบ่งเป็น บ่อราชการที่ใช้งานได้ 112,474 บ่อ และมีบ่อน้ำบาดาลของเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องแล้ว 98,636 บ่อ ซึ่งบ่อน้ำบาดาลส่วนใหญ่จะแบ่งประเภทตามวัตถุประสงค์ของการใช้น้ำบาดาล คือ ประเภทที่ 1 เพื่อการอุปโภคหรือบริโภคที่ใช้ในครัวเรือน ประเภทที่ 2 เพื่อการเกษตร ทำไร่ ทำสวน ทำนาและเลี้ยงสัตว์ และประเภทที่ 3 ธุรกิจในโรงงานอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการ เช่น อุตสาหกรรมฟอกย้อม อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อุตสาหกรรม  น้ำดื่ม ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม

อย่างไรก็ตาม อาจจะมีบ่อน้ำบาดาลที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนถูกต้อง หรือเป็นบ่อน้ำบาดาลขนาดเล็ก  ที่ชาวบ้านจ้างผู้รับเหมาขุดเจาะเป็นการส่วนตัว ในเวลาต่อมาไม่มีการใช้งาน ซึ่งอาจเกิดจากปัญหาบ่อพัง เครื่องสูบน้ำชำรุด หรือบ่อน้ำแห้งไม่มีน้ำไหลลงไปเติม สุดท้ายบ่อดังกล่าวจึงกลายเป็นบ่อทิ้งร้างในพื้นที่ ดังนั้น กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจึงมีแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนเมื่อพบบ่อน้ำบาดาลถูกทิ้งร้าง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ สามารถดำเนินการได้ดังนี้

1) หากบ่อน้ำบาดาลที่ถูกทิ้งร้างเป็นบ่อราชการ ให้แจ้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดในพื้นที่ให้ดำเนินการตรวจสอบว่าบ่อน้ำบาดาลนั้นเป็นของหน่วยงานใด หากทราบว่าเป็นของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแจ้งพิกัดไปที่สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่  12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ ลำปาง, สุพรรณบุรี, สระบุรี, ขอนแก่น, นครราชสีมา, ตรัง, กำแพงเพชร, ราชบุรี,  ระยอง, อุดรธานี, อุบลราชธานี และสงขลา ซึ่งแต่ละเขตจะดูแลรับผิดชอบจังหวัดอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินสภาพบ่อน้ำบาดาล โดยจะมีอยู่ 2 กรณี คือ กรณียังใช้งานได้ จะดำเนินการส่งมอบให้ท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล) ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป หากพบว่าบ่อน้ำบาดาลนั้นใช้งาน  ไม่ได้แล้ว จะดำเนินการอุดกลบ โดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

Advertisement

2) หากบ่อน้ำบาดาลที่ถูกทิ้งร้างเป็นบ่อเอกชน กรณีที่ทราบว่าบ่อน้ำบาดาลนั้นเป็นของผู้ใด  ควรติดต่อเจ้าของบ่อให้เป็นผู้ดำเนินการแจ้งยกเลิกกิจการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ทราบ และให้ผู้รับใบอนุญาตที่ได้แจ้งยกเลิกกิจการน้ำบาดาลต้องจัดการรื้อ ถอน อุด หรือกลบหลุมบ่อ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ หากกรณีไม่ทราบว่าบ่อน้ำบาดาลเป็นของผู้ใด ให้แจ้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดในพื้นที่ให้ดำเนินการตรวจสอบก่อน

3) ไม่ทราบสังกัด คือ ไม่รู้ว่าบ่อน้ำบาดาลที่ถูกทิ้งร้างนั้นเป็นบ่อเอกชนหรือบ่อราชการ ขั้นแรกให้นำพิกัดที่ดิน สอบถามและตรวจสอบผู้ถือกรรมสิทธิ์กับสำนักงานที่ดิน จากนั้นแจ้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดในพื้นที่ให้ดำเนินการตรวจสอบ และให้ผู้ที่เป็นเจ้าของบ่อน้ำบาดาลดำเนินการแจ้งยกเลิกกิจการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ทราบ และให้ผู้รับใบอนุญาตที่ได้แจ้งยกเลิกกิจการน้ำบาดาลต้องจัดการรื้อ ถอน อุด หรือกลบหลุมบ่อ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าวว่า เมื่อมีการพบบ่อชำรุดทิ้งร้างหรือบ่อปนเปื้อน กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะแนะนำให้มีการอุดกลบบ่อน้ำบาดาลนั้นให้เรียบร้อย  เพื่อป้องกันบ่อชำรุดทิ้งร้างนั้นเป็นต้นเหตุทำลายแหล่งน้ำบาดาล ทำให้แหล่งน้ำบาดาลเกิดการปนเปื้อน หรือเกิดการแพร่กระจายของน้ำเค็ม และทำให้คุณภาพน้ำใต้ดินเสียหายเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บได้