“TCEB” เปิดแผนตลาดปี’65 โหมทำ 3 แนวทาง “ชู BCG เปิดโหมดนำนวัตกรรมปั้นเศรษฐกิจสีเขียว-กอดคอพันธมิตรดึงอีเวนต์โลกมาจัดในไทย-ดัน 10 เมืองไมซ์เชื่อมโยงกระตุ้นเศรษฐกิจชนบท” เล็งหนุน 3 อุตสาหกรรมหลัก “อุตผลิต-เกษตรยุคใหม่-สาธารณสุข กอดคอ “กระทรวงแรงงานเปิดคลินิกไลฟ์สตรีมมิ่ง 11 ส.ค.64 ชวน” ธุรกิจและแรงงานไมซ์” ยื่นขอรับเยียวยา ม.33 2,500-3,000 บาท/คน ย้ำข่าวดี!! ตลาดไมซ์ต่างประเทศ มีสัญญาณฟื้นเร็วกลุ่มแรก “อินเซ็นทีฟ” อิสราเอลจ่อเข้าไทย 800 คน ต.ค.64 กลุ่มสองอีก 1,200 คน ช่วง ม.ค.65 ส่วนไมซ์อเมริกา สแกนนิเวีย พร้อมดาหน้ามาเมืองไทย

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า การจัดทำแผนหลักอุตสาหกรรมไมซ์ประจำปี 2565 มุ่งทำเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศให้ได้เร็วที่สุด ตามปีงบประมาณจะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2564 เน้นขับเคลื่อน 3 แนวทางหลัก คือ
แนวทางที่ 1 BCG : Bio Circular Green การพัฒนาเศรษฐกิจไมซ์สีเขียวตามนโยบายของรัฐบาล เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาช่วยแบบครบวงจร
แนวทางที่ 2 เล็งนำงานขนาดใหญ่ระดับนานาชาติเลือกเข้ามาจัดในประเทศไทย เช่น การผนึกความร่วมมือกับryทางกองทัพเรือ คณะกรรมการพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC :Eastern Economic Corridor และสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เตรียมความพร้อมจัดงาน “AIR SHOW INTERNATIONAL” อีก 2 ปีหน้า
แนวทางที่ 3 กระตุ้นเศรษฐกิจชนบท จะใช้งบประมาณใหม่กระจายลงสู่ท้องถิ่นผ่านโครงการ “ไมซ์ ซิตี้ :MICE CITY” โดยใช้ฐานทั้ง 5 ภาค 10 จังหวัด ได้แก่ “ภาคเหนือ” 2 จังหวัด คือ เชียงใหม่ พิษณุโลก “ภาคใต้” 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี “ภาคอีสาน” 3 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา “ภาคกลาง” 1 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ “ภาคตะวันออก” 1 จังหวัด คือ พัทยา/ชลบุรี
กลยุทธ์ขับเคลื่อนไมซ์ ปี 2565 ทีเส็บต้องใช้เวลาช่วงนี้เตรียมความพร้อมให้ครบทั้ง 3 แนทาง โดยเฉพาะเรื่อง BCG การพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ เป็นเทรนด์ที่ไมซ์ที่ทำได้ทันทีกับ 3 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 “อุตสาหกรรมการผลิต” กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เปลี่ยนการใช้รถยนต์แบบเดิมเป็นใช้รถพลังงานสะอาดแทน ตอนนี้แนวโน้มทั่วโลกกำลังมีมูลค่าตลาดกว่า 6 แสนล้านบาท อนาคตอีก 5 ปีหน้า จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 3.5 ล้านล้านบาท ทีเส็บจึงมุ่งส่งเสริมงานต่าง ๆ ของกลุ่มผู้ประกอบการภาคการผลิต ซึ่งมีกลุ่มการลงทุนเปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ลิเทียม และอุปกรณ์ต่าง ๆ
กลุ่มที่ 2 “ภาคการเกษตร” ทีเส็บพร้อมช่วยหลายภาคส่วนซึ่งเป็นห่วงโซ่เกี่ยวข้อง เช่น การสนับสนุนสร้าง Smart farmer การนำนวัตกรรมโดรนเข้ามาใช้ทำการเกษตรให้ก้าวหน้า
กลุ่มที่ 3 สาธารณสุข เป็นอีกภาคส่วนที่หน่วยงานเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการในไทยและทั่วโลกต้องหันมาให้ความสำคัญอย่างจริงจัง และการจัดงานด้านนี้จะมีเพิ่มขึ้นต่อไป

นายจิรุตถ์กล่าวว่าปัจจุบันทางสำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เน้นย้ำการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวเพิ่มขึ้นในแผนแม่บทฉบับอนาคต ปัจจุบันได้กำหนดตัวเลขการทำเศรษฐกิจ BCG ไว้ประมาณ 3.4 ล้านล้านบาท อีก 5 ปีข้างหน้าจะขยับขึ้นเป็นปีละ 4.4 ล้านล้านบาท ทีเส็บก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ โดยจะอาศัยช่วงการประชุม APEC โดยทีเส็บมีอีกภารกิจเรื่องการทำมาตรฐานป้องกันโควิด” ร่วมกับสาธารณสุข และ ศบค.ในพื้นที่หลักที่รับผิดชอบคือ “อาคาร-สถานที่” หรือ VENUE กับ “บุคลากรไมซ์” ของ MICE Capility เมื่อปี 2564 ทำโครงการอบรมทักษะงาน Re-Up Skill พนักงานไมซ์ไปแล้วกว่า 7,000 คน ปี 2565 ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนบุคลากรไมซ์ที่จะได้รับการอบรมทักษะต่าง ๆ เพื่อประโยชน์โดยตรงกับอุตสาหกรรมและการสร้างงาน สร้างอาชีพ ลดภาระการว่างงาน
ตามแผนการใช้ “งบประมาณปี 2565” จะนำมาลงกับเรื่องโครงการฝึกอบรมทักษะบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง โดยจะให้เข้ามาลงทะเบียนเข้าอบรมเพราะตอนนี้ทีเส็บจับมือกับ “กระทรวงแรงงาน” เพิ่มช่องทางนำเงินภาครัฐเข้ามาเยียวยาพนักงานกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจไมซ์ ตามนโยบายรัฐบาลประกาศมอบให้กระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพทำมาตรการช่วยผู้ประกอบการที่มีพนักงาน 200 คน/แห่ง อัตรา 3,000 บาท/คน ทีเส็บได้เสนอให้ช่วยเอกชนไมซ์ด้วยเพื่อฟื้นฟูไมซ์กลับมาโดยเร็วที่สุด
โครงการเยียวยาผู้ประกอบการไมซ์ทางทีเส็บได้เปิดเว็บไซต์ www.thailandbusinessevents.co.th ให้เข้ามาลงทะเบียนแจ้งความประสงค์พร้อมรายละเอียดเพื่อขอรับเยียวยาเริ่มวันที่ 11 สิงหาคม 2564 จะเปิด “คลินิก ไลฟ์สตรีมมิ่ง” ให้เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานมาตอบข้อซักถามผู้ประกอบการไมซ์ แล้วจัดทำข้อสรุปเผยแพร่อีกครั้ง

ทีเส็บเตรียมเยียวยา 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 “เจ้าของกิจการ” ที่เกี่ยวข้องกับไมซ์ 9 วิชาชีพตามประกาศกระทรวงแรงงานเมื่อ 31 กรกฎาคม 2564 ขนาดกิจการละไม่เกิน 200 คน เพื่อรับเงินเป็นสัดส่วนตามจำนวนการจ้าง 3,000 บาท/คน ส่วนที่ 2 เยียวยา “พนักงาน” ตามสิทธิ์ด้านมาตรการช่วยเหลือแห่งสวัสดิการรัฐ/ประกันสังคม คนละ 2,500 บาท
ผอ.จิรุตถ์กล่าวว่าไฮไลต์การใช้ปีงบประมาณ 2565 อีกส่วนคือการนำ “นวัตกรรมดิจิทัล” เข้ามาเสริมสร้างศักยภาพเมืองไมซ์ หรือ MICE CITY มีหลายเมืองเชื่อมโยงกับเมืองไมซ์หลัก เช่น อุดรธานีไปยังหนองคาย หรือ ภูเก็ตไปพังงา กระบี่ และภาคอื่น ๆ ก็เช่นกัน สิ่งสำคัญคือกลไกการทำงานของไมซ์ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรื่องสำคัญคือเรื่องบริหาร “สถานที่หรือหรือจุดหมายปลายทาง” Venue & Destination ขณะนี้ทีเส็บกำลังทำ “เส้นทาง 10 เมืองไมซ์” แล้วกระจายเชื่อมโยงไปยังเมืองต่าง ๆ รอบพื้นที่
โครงการนี้ทีเส็บร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัfประกวดเปิด 10 เส้นทางไมซ์ ซิตี้ จะตัดสินเส้นทางที่ดีสุดภายในเดือนกันยานนี้เพื่อนำเสนอขายต่อไป โดยจะโปรโมตผ่านสื่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์กระจายปูพรมตลาดในประเทศและต่างประเทศ ถือเป็นการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ทำให้ไมซ์ ซิตี้ เป็นทางเลือกแก่ผู้จัดการเดินทาง กระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวจัดการเดินทางเพิ่มขึ้น

ปี 2565 เมื่อเปิดประเทศได้โดยให้ในประเทศและต่างประเทศเดินทางจัดงานไมซ์ได้ ก็จะช่วยตอบโจทย์ได้ดีกว่าปัจจุบัน สัญญาณตอนนี้เริ่มมีงานต่าง ๆ ที่เลื่อนจัดงานกลับมายืนยันจะจัดงานอีกครั้ง เช่น 1.งาน Huahin Women Half Marathon ของนาโงย่า เลือกจัดที่หัวหิน เดือนกันยายน 2565 และ 2.L’ETap du Tour de France งานปั่นจักรยานระดับโลก ยืนยันจะยังคงจัดช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ที่สงขลา
ปีงบประมาณ 2565 ทีเส็บจะทำให้ “กลไกอุตสาหกรรมไมซ์” ช่วยหางาน สร้างเงิน ดึงคนจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาใช้จ่ายกระจายสู่พื้นที่ต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ด้วยกลยุทธ์นำความคิดสร้างสรรค์งานอีเวนต์แนวใหม่ ๆ เลือกสถานที่กระจายการจัดงานและเม็ดเงินเข้าไปยัง 10 เมืองไมซ์ และเมืองเชื่อมโยงใกล้เคียงอีกหลากหลายจังหวัด เพื่อจะได้ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียว
ผอ.จิรุตถ์กล่าวว่า ขณะนี้ทีเส็บเข้าร่วมโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” เพื่อเปิด “ตลาดไมซ์ต่างประเทศ” เดือนสิงหาคมนี้เริ่มมีต่างชาติให้ความสนใจจะเดินทาง แต่ตามขั้นตอนจะต้องส่งทีมเข้ามาสำรวจพื้นที่และเส้นทางทั้งหมด เพื่อวางแผนจัดทริปอย่างปลอดภัยจากนั้นจึงจะนำกลุ่มไมซ์เข้าภูเก็ต ประกอบด้วย 2 กลุ่มแรก ได้แก่

1.การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (I :Incentive ) จากอิสราเอล จะเข้ามา 800 คน ช่วงตุลาคม 2564 และ 2.กลุ่มอิสราเอลที่จะเข้ามาจัดเฉลิมฉลองพิเศษอีก 1,200 คน ช่วงมกราคม 2565 จะสามารถสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้พอสมควร เป็นโอกาสที่ดีในอนาคตที่จะใช้ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์เป็นแม่เหล็กดึงดูดตลาดไมซ์ทั่วโลกได้ต่อไป
ส่วน “ตลาดอินเซ็นทีฟ” จากประเทศอื่น ๆ เริ่มมีสัญญาณที่ดี เช่น อเมริกาเหนือ สแกนดิเนเวีย แต่ต้องขึ้นอยู่กับการจัดการภายในภูเก็ตด้วย ทางทีเส็บมีหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักให้ความมั่นใจด้านข้อมูล ด้านความปลอดภัย เพราะทำงานใกล้ชิดกับ ศบค.และกระทรวงสาธารณสุข
ผลจากการเปิด “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ยังได้ส่งผลดีกับแผนการตลาดไมซ์ในอนาคตที่ทางกระทรวงสาธารณสุข กำลังจะยกระดับภูเก็ตเป็น “เมืองศูนย์กลางสุขภาพ : Medical Tourism Hub” อีกแห่ง โดยมีทีเส็บประสานงานกับหลายภาคส่วน เช่นการจับมือกับสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ตอนนี้กำลังสนใจดึงงาน “World Medical” มาจัดเพราะทางผู้รับผิดชอบสนใจจะนำงานมาจัดในภูเก็ตในโอกาสต่อไป
เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน บล็อกเกอร์ #gurutourza,www.facebook.com/penroongyaisamsaen

