กรมประมง เจ๋ง ขับเคลื่อน “ตลาดนำการผลิต” เห็นผล พัฒนาครบวงจร สร้างระบบระบายสินค้าทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ ทำประมงไทยอยู่รอดกลางวิกฤตโควิด – 19

17.08.21 | 10:47 น.

กรมประมง โชว์ผลงานท็อปฟอร์ม ขับเคลื่อน “ตลาดนำการผลิต” เห็นผล เปิดโครงการพัฒนาแบบครบจร ดันเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สร้างช่องทางตลาดทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ พร้อมพัฒนาคุณภาพ เกิดระบบระบายสินค้าตรงสู่ผู้บริโภค ฝ่าวิกฤติโควิด-19 

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความมุ่งมั่นพัฒนาให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น ภายใต้นโยบายตลาดนำการผลิต กรมประมง จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนภายใต้โครงการที่สำคัญ ประกอบด้วย การสนันสนุนนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ได้มีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกันตามเป้าหมายสร้าง “Big Data เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” เป็นหนึ่งการขับเคลื่อนของกรมประมง ที่ดำเนินการภายใต้โครงการตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ โดยร่วมมือกับแพลตฟอร์ม e-Commerce มืออาชีพ อาทิ ลาซาด้า และช้อปปี้ โดยคัดเลือกเกษตรกรที่ผลิตสินค้าคุณภาพได้ต่อยอดเรียนรู้ ในระบบ e-Learning ส่งผลทำให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมงมีทักษะด้านการตลาด สามารถสร้างช่องทางจำหน่ายออนไลน์เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มต่างๆ

อธิบดีกรมประมง กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ได้ดำเนินการจัดหาตลาดใหม่เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ด้วยการพัฒนาเว็บไซต์ Fisheries Shop ตลาดขายสินค้าสัตว์น้ำผ่านระบบพรีออเดอร์ ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เป็นผู้ขายเข้าสู่ระบบถึง 406 ราย มีลูกค้าที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 2,671 ราย ช่วยเกษตรกรจำหน่ายสินค้า ไม่ต่ำกว่า 2.3 ล้านบาท ขณะเดียวกันกรมประมงยังให้การรับรอง ออกเครื่องหมายรับรองคุณภาพสินค้าประมง เพื่อสร้างมาตรฐานให้กับสินค้าที่จำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Fisheries Shop ได้แก่ เครื่องหมายปลาตะเพียนทอง ปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทองแดง  พร้อมทั้งได้ประสานงานหาตลาดใหม่เพื่อหาช่องทางจำหน่าย จนเป็นผลสำเร็จ เช่น ความร่วมมือกับตลาดไท จัดโซนเฉพาะสำหรับขายสินค้าสัตว์น้ำคุณภาพ  รวมถึงเปิดจุดจำหน่ายใหม่ในตลาดโครงการมูลนิชัยพัฒนา เป็นต้น

Advertisement

“ อีกโครงการที่สำคัญ คือ แผนการขับเคลื่อนการสร้างและการใช้ข้อมูลจากฐานเดียวกัน (Single Big Data) กรมประมงได้คัดเลือกสินค้าประมงนำร่อง 2 ชนิด ได้แก่ กุ้งขาวแวนนาไม และกุ้งก้ามกราม ที่เน้นแนวทางการพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มีการกำหนดแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมทั้งระยะเร่งด่วน (Quick win)  อาทิ สร้างกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลความต้องการผลผลิตระหว่างผู้ผลิต ผู้แปรรูป และตลาด ทั้งในและต่างประเทศ สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตกุ้งก้ามกรามที่นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตที่ระเบียบและกฎหมายกำหนด พร้อมทั้งพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด ฯลฯ เป็นต้น

นายมีศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำรายย่อยเทคโนโลยีการแปรรูปทำให้ผลผลิตสัตว์น้ำเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า เป็นอีกความสำเร็จของกรมประมง โดยในปี 2564 ได้ฝึกอบรมความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ ณ ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน  60 ราย ถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปสัตว์น้ำในพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย 260 ราย อีกทั้งการพัฒนาเฉพาะด้านให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ฯลฯ ที่สนใจเข้ารับการพัฒนาศักยภาพจำนวน 40 ราย

“ จากการขับเคลื่อนของกรมประมง ได้ก่อให้ผลสำเร็จตามเป้าหมายและนโยบายตลาดนำการผลิตของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยส่งผลทำให้เกษตรกรมีการผลิตสินค้าคุณภาพ ได้มาตรฐานปลอดภัยและมีมูลค่าเพิ่ม ตรงกับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรขายสินค้าได้ในราคาสูง มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าประมงส่งออก สร้างมูลค่ากว่า 198,000 ล้านบาท  เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เกิดการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมงได้อย่างมั่นคงในช่วงเวลาที่ทั่วโลกต้องประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ในขณะนี้” อธิบดีกรมประมง กล่าวในที่สุด