“กรมประมง” แจงมาตรการเยียวยา พาประมงไทยฝ่าพิษโควิด-19 เดินหน้าเต็มตัว ชาวประมงเฮ! สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เรือประมง จระเข้ กุ้งทะเล เริ่มทะยอยอนุมัติ

18.08.21 | 09:09 น.

กรมประมงเผยผลเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19 ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) ใน 3 โครงการเรือประมง จระเข้ กุ้งทะเล เดินหน้าเต็มตัว เริ่ม ธ.ก.ส.และออมสิน ทยอยอนุมัติแล้ว เกือบ 1,000 ล้าน   

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผู้ประกอบการ รวมถึงแรงงานในภาคประมงของประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีความห่วงใย และมอบหมายให้กรมประมงเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ การผลักดันโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด

อธิบดีกรมประมง กล่าวในรายละเอียดว่า ขณะนี้ได้รับอนุมัติโครงการ 3 โครงการ วงเงินงบประมาณ 15,100 ล้านบาท ประกอบด้วย หนึ่ง โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องเพื่อผู้ประกอบการประมง ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 มีมติอนุมัติวงเงินสินเชื่อ 10,300 ล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้กับชาวประมงพาณิชย์และพื้นบ้าน ในอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 7 ต่อปี รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี กำหนดชำระคืนเงินกู้ภายใน 7 ปี แบ่งเป็นสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. วงเงิน 5,300 ล้านบาท ให้แก่ผู้ประกอบการที่มีเรือประมงขนาดต่ำกว่า 60 ตันกรอส รวมทั้งเรือประมงพื้นบ้าน วงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกินรายละ 5 ล้านบาท และจากธนาคารออมสิน วงเงินสินเชื่อรวม 5,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ประกอบการที่มีเรือประมงขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป วงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท

ซึ่งผลการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึง วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 มีผู้ประกอบการประมงแจ้งความประสงค์เข้าร่วม 5,596 ราย จำนวนเรือประมง 6,388 ลำ จาก 22 จังหวัดชายทะเล รวมวงเงินสินเชื่อที่ต้องการ 6,509 ล้านบาท โดยปัจจุบันนี้ได้อนุมัติรวม 1,774 ราย วงเงินสินเชื่อ 982,047,800 บาท แบ่งเป็น ธ.ก.ส. อนุมัติแล้ว 1,649 ราย วงเงิน 526,603,800 บาท และ ธนาคารออมสิน อนุมัติแล้ว 125 ราย วงเงิน 455,444,000 บาท

Advertisement

อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า สอง โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจระเข้และผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เป็นอีกโครงการที่กรมประมงได้ดำเนินการ ภายใต้วงเงินสินเชื่อ 1,800 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มทยอยปล่อยสินเชื่อผ่าน ธ.ก.ส. ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 จนถึงเดือนกันยายน 2565   ใน 2 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจระเข้ ที่ได้รับใบอนุญาตตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 หรือเกษตรกรที่ได้แจ้งการประกอบกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ประเภทกิจการการเพาะเลี้ยงจระเข้ ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 600 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงจระเข้ให้ได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ จำนวน 600,000 ตัว ตัวละ 1,000 บาท และ ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ที่ได้รับใบอนุญาตตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 1,200 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการแปรรูปจระเข้ จำนวน 600,000 ตัว ตัวละ 2,000 บาท

สาม โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมกุ้งทะเลอย่างยั่งยืน ปี 2564 เป็นการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำภายใต้วงเงินสินเชื่อ 3,000 ล้านบาท และการสนับสนุนเงินจ่ายขาดจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คบท.) เพื่อชดเชยดอกเบี้ยให้แก่เกษตรกรร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี อีกจำนวน 450 ล้านบาท โดยดำเนินการผ่าน ธ.ก.ส. วงเงินกู้รายละไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 ราย เพื่อใช้ในการติดตั้งระบบอุปกรณ์ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Cell อุปกรณ์ควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะ และปรับปรุงโครงสร้างฟาร์มในรูปแบบต่าง ๆ โดยใช้พลาสติก PE โดยเปิดให้บริษัทหรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง สมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรร่วมจัดทำแผนประกอบการสมัคร ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2564 และกำหนดให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลที่สนใจจัดทำแผนกับบริษัทและสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564

อธิบดีกรมประมง ให้รายละเอียดในการดำเนินการว่า โครงการฯ ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก คือ หนึ่ง กิจกรรมลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้า ประกอบด้วย 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. การติดตั้งระบบอุปกรณ์ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ แบบออนกริด และ 2. การติดตั้งระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะ โดยเกษตรกรสามารถเลือกการดำเนินการอย่างน้อย 1 รูปแบบ และสอง กิจกรรมลดต้นทุนแฝง ประกอบด้วย 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. การปูพลาสติกบ่อเลี้ยง (Polyethylene : PE) ทั้งบ่อ 2. การปูพลาสติก PE บ่อเลี้ยงบางส่วน 3. การใช้พลาสติก PE ทำบ่ออนุบาลลูกกุ้งก่อนปล่อยเลี้ยง ร่วมกับการปรับปรุงบ่อเลี้ยง เช่น บดอัดด้วยดินลูกรัง และ 4. การทำบ่อลอยหรือบ่อที่มีระบบทางน้ำไหลทางเดียวด้วยพลาสติก PE โดยเกษตรกรสามารถเลือกดำเนินการได้อย่างน้อย 1 รูปแบบ หรือมากกว่า 1 รูปแบบก็ได้

 “ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 โดยให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้ซึ่งทะเบียนกับกรมประมง โดยจ่ายเงินช่วยเหลือจำนวน 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ในการช่วยเหลือของรัฐบาลเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย เกษตรกร (ทบ 1) จำนวน 136,476 ราย เป็นเงิน 2,047,140,000 และผู้ทำการประมง (ทบ.3) จำนวน 188,134 ราย เป็นเงิน 2,822,010,000 บาท รวมทั้งสิ้น 324,610 ราย เป็นเงิน 4,869,150,000 บาท” อธิบดีกรมประมงกล่าวในที่สุด