(17 สค. 64) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดเวทีเสวนาวิชาการออนไลน์ ‘สื่อมวลชนไทยในกระแสความเปลี่ยนแปลง : บทบาทและความท้าทาย’ โดยพระไพศาล วิสาโล ได้รับเป็นองค์ปาฐกถาพิเศษ ‘อนาคตของสื่อมวลชนในกระแสของความเปลี่ยนแปลง’ ซึ่งในเวทีเสวนา มีนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชน และสื่อมวลชนมืออาชีพ ร่วมระดมความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่สื่อมวลชนต้องเผชิญกับวิกฤติรอบด้าน ทั้งกระแสเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรือ Digital Disruption ที่โหมกระหน่ำ กระทบการทำงานและธุรกิจสื่อโดยตรงในหลายมิติ อีกทั้งยังมีสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเผชิญหน้า คือวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อทุกวงการในระบบเศรษฐกิจ สังคม แต่ไม่ว่าโลกและสังคมจะเผชิญกับสถานการณ์ใด ‘สื่อมวลชน’ ยังคงต้องเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ดังนั้น กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงจัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็น และวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และบทบาทสื่อมวลชนในปัจจุบัน ทั้งด้านการนำเสนอเนื้อหา ตามหลักวิชาชีพของสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนและสังคมได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

พระไพศาล วิสาโล แสดงทัศนะว่า ภาพรวมของสื่อในปัจจุบัน มีความสับสน ไม่แน่ใจในบทบาทของตนเอง กล่าวคือไม่รู้แน่ชัดว่ากำลังไปในทิศทางใด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพราะว่า ตอนนี้สิ่งที่เรียกว่า การปฏิวัติทางด้าน Visitor ส่งผลกระทบต่อสื่อมากทีเดียว
“ตอนนี้คนมีทางเลือก ในเรื่องสื่อเยอะมากนะ จะมองว่าสื่อมีคู่แข่งเยอะก็ได้ ความคาดหวังของผู้คนต่อสื่อก็เปลี่ยนไป ไม่ได้คาดหวังการเผยแพร่ หรือเป็นสื่อกลาง ทำให้เห็นข้อเท็จจริง แต่ว่าต้องการให้สื่อสะท้อนหรือตอบสนองความคิดเห็นของตัวเอง ทำให้เกิดการเรียกร้อง คาดหวังให้สื่อเลือกข้าง เลือกข้างของตัวเอง มาอยู่ฝ่ายตัว สื่อซึ่งจากเดิมเป็น “Mass media” ไปสู่ “Social media” และกลายเป็น “Tribal media” หรือสื่อเพื่อพวกตัวเอง”
พระไพศาล กล่าวต่อว่า “อาตมาคิดว่า สื่อต้องถอนตัวออกมาจากการเป็น Tribal Media คือ ต้องไม่เป็นสื่อที่มีอคติ หรือนำเสนอแต่เรื่องของพวกพ้องตนเอง แต่ต้องสะท้อนความจริงของสังคมอย่างรอบด้าน บทบาทเดิมที่สื่อเคยคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เช่น การนำเสนอข้อเท็จจริง ตอนนี้มันก็ถูกตั้งคำถาม บรรทัดฐานที่เคยมีก็ถูกสั่นคลอน อาตมาคิดว่าทำให้สื่อทำงานยาก ไหนจะต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด เม็ดเงินที่ช่วยหล่อเลี้ยงสื่อจากบริษัทโฆษณามันก็กระจายไปกว้างขวาง อาตมาคิดว่า ตอนนี้สื่อต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากทีเดียว ก่อนที่จะรู้ว่า ควรจะไปทางไหน
“สื่อควรทำหน้าที่ 2 อย่าง คือเป็นกระจกสะท้อนความจริง อย่างซื่อตรง 2 เป็นเสมือนโคมไฟคือใช้ส่องสว่าง กระจกกับโคมไฟ มันก็ทำหน้าที่ต่างกัน กระจกทำหน้าที่สะท้อนความจริง ซึ่งอาตมาคิดว่าอันนี้คือหน้าที่สำคัญของสื่อ เป็นสื่อกลางที่ทำให้คนเห็นความจริง ของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ประเด็นว่า ส่องสว่างในที่นี้ ในแง่ทำให้ผู้คนได้เข้าใจโลกที่อยู่รอบตัว ส่องทางคือการนำเสนอทางออก” พระไพศาล กล่าว

ฝ่ายสื่อสารมวลชน คุณกฤตนัน ดิษฐบรรจง จากส่องสื่อ มีเดีย แลป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไฮไลต์ของกิจกรรมเสวนาคือการเปิดระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมเสวนา ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ บทบาทของสื่อมวลชนไทยในยุคปัจจุบัน, ความท้าทายต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่สื่อมวลชนต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ, ร่วมกันนำเสนอแนวทางข้อชี้แนะ ในการปรับตัวของสื่อเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในสถานการณ์ที่ท้าทายในปัจจุบัน โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การต้องเผชิญกับความท้าทายและการแข่งขันระหว่างสื่อยุคเก่ากับสื่อยุคใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบและมีจริยธรรมสื่อ และต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน, สื่อทั้งยุคเก่าและยุคปัจจุบันได้รวมกันหมด ทุกสื่อมีการบรรจบกัน (convergent) และสื่อ Mass ไม่มีอยู่จริง

ฝ่ายสื่อสารมวลชน คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้อำนวยการสำนักกิจการและสื่อสารองค์กร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้ ยังมีผู้เสนอให้แยกบทบาทชัดเจนระหว่างสื่อมวลชนกับนักสื่อสาร โดยสื่อมวลชนจะต้องมีความน่าเชื่อถือและมีจรรยาบรรณ และเมื่อการนำเสนอข่าวสารของสื่อในปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับอุดมการณ์และเชิงพาณิชย์ จึงควรคำนึงถึงความเร็วกับความถูกต้อง ความเป็นส่วนตัวกับพื้นที่สาธารณะ การมีจุดยืนระหว่างตัวนักข่าวกับองค์กร คำนึงถึงการแบ่งปันข้อมูลกับการละเมิดข้อมูล ตลอดจนการนำเสนอประเด็นให้มีการทำ Quality Rating เพื่อสะท้อนความต้องการของผู้รับสื่อที่แท้จริง และต้องการให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์
ทั้งนี้ ในตอนท้าย ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า จะนำประเด็นข้อเสนอความคิดเห็น จากเวทีเสวนาวิชาการครั้งนี้ ไปขับเคลื่อนในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับและพัฒนาวงการสื่อสารมวลชนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังเล็งเห็นโอกาสในการร่วมมือการทำงานประสานกันระหว่างภาควิชาการและสื่อมืออาชีพ โดยตั้งเป้าที่จะสร้างหลักสูตรระยะสั้นให้กับนักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพและคุณภาพของสังคมและเศรษฐกิจนำไปสู่การผลิตสื่อที่มีคุณภาพต่อไป

ฝ่ายสื่อสารมวลชน คุณศุภโชค โอภาสะคุณ รองผู้อำนวยการฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี

ฝ่ายวิชาการ อ.นภสร ลิ้มไชยาวัฒน์ จาก ม.ธุรกิจบัณฑิต

ฝ่ายสื่อสารมวลชน คุณศุภลักษณ์ เวชกามา นักประชาสัมพันธ์ ชำนาญการ NBT

