กรมประมงลุยไม่หยุดพัฒนาประมงท้องถิ่นทั้งชายฝั่งและน้ำจืด ตามโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง หลังสำเร็จทะลุเป้า ใน 3 กิจกรรมหลัก ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เกิดความมั่นคงในอาชีพ เผยปี 65 กำหนดพัฒนาอีก 200 ชุมชน
นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า นโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งในการจัดการบำรุงรักษา อนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูทรัพยากร พัฒนาอาชีพประมง สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องชาวประมงให้เกิดความมั่นคง ในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเล ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายดังกล่าว โดยมอบหมายให้กรมประมงเร่งดำเนินโครงการฯ และกิจกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้ครอบคลุมในทุกมิติ ดังนั้นกรมประมงจึงกำหนดวางแนวทางขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ตามนโยบาย ภายใต้โครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และจะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2565

นายมีศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับในปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา กรมประมงได้ดำเนินโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง ใน 144 ชุมชน โดยมีกิจกรรม อาทิ หนึ่ง การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ ด้วยการพัฒนาแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำในชุมชน เช่น การสร้างซั้งกอ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ธนาคารสัตว์น้ำชุมชน ฯลฯ สอง การพัฒนาปรับปรุงการจับสัตว์น้ำ โดยการปรับเปลี่ยนเครื่องมือทำการประมงตามมาตรฐานการทำประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนให้ สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของชุมชนและชนิดสัตว์น้ำ และการทำการประมงอย่างรับผิดชอบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สาม การเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าสัตว์น้ำ ภายใต้กิจกรรมการเก็บรักษาและการแปรรูปสัตว์น้ำตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคได้บริโภคสัตว์น้ำที่มีคุณภาพ อีกทั้งกรมประมงยังได้ทำเชื่อมโยงตลาดเพื่อนำผลผลิตที่ได้ไปจำหน่ายผ่านองค์กรต่าง ๆ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้เกิดความยั่งยืน

“ผลการดำเนินงาน ของปีพ.ศ. 2563 กรมประมงสามารถส่งเสริมพัฒนาอาชีพชุมชนประมงมีองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านประมงเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ 144 ชุมชน ชาวประมงมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืน เชิงคุณภาพ ข้อมูลปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ ของตัวแทนสมาชิกองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับสัตว์น้ำได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.71 ชาวประมงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”
พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมประมง ได้กล่าวถึงการดำเนินงานในปีพ.ศ. 2564 ว่า กรมประมงได้ขยายโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมงต่อไปยังชุมชนที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านประมงชายฝั่งอีก 250 ชุมชนประมงพื้นบ้านทั้ง 22 จังหวัดชายทะเล มีการจัดทำโครงการให้ความช่วยเหลือองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นผ่านโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร การจัดประชุมเครือข่ายองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นฝั่งทะเลอันดามัน พร้อมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนประมงถิ่นระดับจังหวัด อีก 459 ชุมชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชน และล่าสุดกรมประมงได้มีการจัดทำแผนงานและแนวทางในการพัฒนาการทำประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน และเตรียมส่งต่อให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดชายทะเลนำไปบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้เกิดความยั่งยืน

“ส่วนในปี พ.ศ. 2565 นั้น กรมประมงได้เตรียมที่จะขยายพื้นที่สร้างความเข้มแข็งไปยังพื้นที่ประมงชายฝั่งทะเลและประมงน้ำจืด อีกกว่า 200 ชุมชน ทั้งนี้กรมประมงนั้นมีความมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดพัฒนาขับเคลื่อนภาคประมงท้องถิ่นของไทย เคียงข้างพี่น้องเกษตรกร ชาวประมง และประชาชนในประเทศมีทรัพยากรสัตว์น้ำไว้ใช้ควบคู่ไปกับอาชีพประมงที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนสืบต่อไป” นายมีศักดิ์ กล่าวในที่สุด

