ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคการประมงในสถานการณ์โควิด-19 เจอทางออก กรมประมงหนุนใช้เทคโนโลยีใหม่ ใช้เครื่องกลทุ่นแรงบนเรือประมงอวนล้อมจับ ลดแรงงานได้กว่าครึ่ง ชาวประมงชอบขอร่วมเพียบ พร้อมดันมาตรการต่ออายุ Seabook เล่มเหลืองอีก 1 ปี

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อประกอบการทำประมงพาณิชย์เป็นอย่างมาก ดังนั้นเพื่อมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคการประมงในสถานการณ์โควิด-19 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีข้อสั่งการและมอบหมายให้กรมประมงเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาแรงงานภาคการประมง ภายใต้มาตรการต่างๆ ทั้งนี้ กรมประมง ได้ดำเนินการตามนโยบายและเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างไม่หยุดนิ่ง และสามารถขับเคลื่อน จนเห็นผลเป็นเชิงประจักษ์ ภายใต้ความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืนสอดคล้องกับบริบทของวิถีประมงไทย และไม่ขัดต่อระเบียบสากล จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นกับท้องทะเลไทย อันเป็นผลจากที่ กรมประมงและพี่น้องชาวประมงพาณิชย์ ได้ร่วมกันดำเนินการบริหารจัดการภาคการประมงไทย ให้ปราศจากการทำประมงที่ผิดกฎหมายอย่างมีส่วนร่วมและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

“สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาแรงงานภาคประมง กรมประมงได้ผลักดันให้มีการขยายระยะเวลาการต่ออายุหนังสือคนประจำเรือกรณีพิเศษ Seabook เล่มเหลือง ที่กำลังเริ่มทะยอยหมดอายุลงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 โดยได้มีการออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การออกหนังสือคนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ซึ่งแรงงานต่างด้าวที่จะมายื่นขอต่ออายุ Seabook เล่มเหลือง จะต้องเป็นแรงงานต่างด้าวที่ได้รับหนังสือคนประจำเรือ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2563 โดยสามารถไปยื่นคำขอต่ออายุฯ ได้ที่สำนักงานประมงจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2564 ทำให้ปัจจุบันมีการขยายระยะเวลาการต่ออายุหนังสือคนประจำเรือกรณีพิเศษ Seabook เล่มเหลือง ไปอีก 1 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานบนเรือประมงในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พร้อมกันนี้ยังมีการจัดทำ Seamanbook สำหรับแรงงานประมงที่เป็นคนไทญ”

นายมีศักดิ์ กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากนี้ กรมประมงยังได้จัดทำโครงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการใช้แรงงานบนเรือประมงอวนล้อมจับ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีฟเดค) และสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการหลังภาคประมงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤต โดยได้มีการนำร่องทดลองใช้เครื่องกลทุ่นแรงบนเรือประมงอวนล้อมจับที่ชื่อว่า น. ลาภประเสริฐ 8 เป็นลำแรก ซึ่งเป็นเรือที่มีขนาด 91.71 ตันกรอส ทำการประมงในพื้นที่บริเวณอ่าวไทย โดยปกติต้องใช้แรงงานในการทำประมงจำนวนมากถึง 30 คนต่อลำ ต่อเที่ยว แต่เมื่อได้นำเครื่องกลทุ่นแรงในการทำประมงอวนล้อมจับระบบไฮดรอลิกส์ เช่น เครน และ Powerblack สำหรับผ่อนแรงในการกู้เก็บอวน รวมถึงระบบทำความเย็นสำหรับการเก็บรักษาคุณภาพสัตว์น้ำมาใช้

“จากโครงการดังกล่าวส่งผลทำให้สามารถลดแรงงานในการทำประมงลงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ช่วยประหยัดต้นทุนค้าจ้างแรงงานได้จำนวนมาก และในกรณีที่ใช้แรงงานต่างชาติยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดทำเอกสารได้อีกด้วย พร้อมกันนี้ ยังสามารถรักษาคุณภาพความสดของสัตว์น้ำจนถึงผู้บริโภค จำหน่ายได้ราคาดี รวมทั้งยังประหยัดต้นทุนการเก็บรักษาคุณภาพสัตว์น้ำได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น จึงทำให้ชาวประมงสนใจขอทดลองระบบเพิ่มเติมกว่า 10 ลำ เพราะนอกจากจะช่วยลดการใช้แรงงานยังส่งผลทำให้ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้นเนื่องจากมีระบบการควบคุมความเย็นส่งผลให้สัตว์น้ำสดขึ้น” อธิบดีกรมประมงกล่าว

