กรมประมง ทำงานเชิงรุก หนุนทำประมงอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเร่งฟื้นฟูสัตว์น้ำ ปี 64 ปล่อยลูกพันธุ์กว่า 550 ล้านตัว

25.08.21 | 10:07 น.

กรมประมง…ไม่หยุดนิ่งลุยทำงานเชิงรุก สร้างความร่วมมือทำประมงแบบรักษ์โลก หนุนทั้งทำประมงอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เปิด พร้อมเร่งฟื้นฟูสัตว์น้ำ ปี 64 ปล่อยลูกพันธุ์ทั้งน้ำจืดน้ำเค็ม 550 ล้านตัว พร้อมช่วยชาวบ้านมีรายได้รายได้จากอาชีพประมงในแหล่งน้ำชุมชน

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า การบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืนสอดคล้องกับบริบทของวิถีประมงไทย ไม่ขัดต่อระเบียบสากล และถูกกฎหมาย เป็นอีกนโยบายที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมประมงได้เร่งดำเนินการ โดยกรมประมงได้ร่วมพี่น้องชาวประมง เช่น ด้านประมงพาณิชย์ ดำเนินการบริหารจัดการภาคการประมงไทยให้ปราศจากการทำประมงที่ผิดกฎหมายอย่างมีส่วนร่วมและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในท้องทะเล ภายใต้แนวทางการทำประมงอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ได้ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นกับท้องทะเลไทย อันเป็นผลจากโครงการต่าง ๆที่กรมประมงได้ดำเนินการ เช่น  การติดเครื่องหมายเครื่องมือประมง หรือ Fishing Gear marking เพื่อระบุตัวตนของเจ้าของเครื่องมือ หากมีการหลุดหายกลางทะเลไม่ทิ้งให้เป็นขยะในทะเล

“ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินโครงการขยะคืนฝั่ง ทะเลสวยด้วยมือเรา โดยได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมงช่วยเก็บขยะที่อยู่กลางทะเลที่ติดอวนขึ้นมาหรือขยะที่ติดไปบนเรือ นำกลับเข้ามาทิ้งบนฝั่ง และมีการจดบันทึกไว้ ซึ่งปัจจุบันสามารถนำขยะคืนฝั่งได้มากถึง จำนวน 200,582 กิโลกรัม พร้อมกันนี้ยังมีโครงการทะเลปลอดอวน หรือ Net Free Seas ที่ร่วมกับ มูลนิธิความยุติธรรมสิ่งแวดล้อม หรือ EJF รับซื้อเศษอวนเอ็นจากเรือประมง กลับมารีไซเคิลเป็นของใช้ เช่น ที่กดลิฟท์ ที่เปิดขวด จานรองแก้ว ฯลฯ ส่งขายทั่วโลก  สามารถแก้ปัญหาขยะจากเศษอวนประมง และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยปัจจุบันสามารถลดขยะที่เกิดจากเศษอวนได้มากถึง 14,000 กิโลกรัม”

Advertisement

อธิบดีกรมประมง กล่าวต่อไปว่า อีกกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ คือ กิจกรรมคืนชีวิตสู่ทะเล ปล่อยปูไข่นอกกระดองคืนธรรมชาติ ชาวประมงร่วมกันปล่อยปูไข่นอกกระดองที่ติดอวนขึ้นมาคืนกลับสู่ทะเลเพื่อให้แพร่ขยายพันธุ์ต่อไป โดยขณะนี้มีการปล่อยปูไข่นอกกระดองคืนกลับสู่ทะเลได้แล้วกว่า 35,000 ตัว ซึ่งแม่ปู 1 ตัว สามารถออกไข่ได้สูงถึง 300,000 – 500,000 ฟอง สามารถเพิ่มประชากรปูได้อย่างมหาศาล ส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์และเกิดความยั่งยืนของทรัพยากรปูทะเลในน่านน้ำทะเลไทย ฯลฯ  การดำเนินงานทั้งหมดนี้เพื่อนำไปสู่เป้าหมายร่วมกันในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทยกลับคืนมา

“นอกจากกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในท้องทะเลแล้ว กรมประมงยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่อให้มีเพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ เป็นแหล่งอาหาร สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2564 กรมประมงมีเป้าหมายในการผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 550 ล้านตัว ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการผลิตและปล่อยลูกพันธุ์สัตว์น้ำลงในแหล่งน้ำธรรมชาติแล้วจำนวนกว่า 300 ล้านตัว แบ่งเป็นสัตว์น้ำจืดจำนวนกว่า 200 ล้านตัว เช่น ปลาดุกอุย ปลาสร้อยขาว ปลานิล ปลานวลจันทร์เทศ ปลาไน ปลายี่สกเทศ ปลาตะเพียนขาว ปลาสวาย ปลากระโห้ ปลากรายกุ้งก้ามกราม กบนา เต่า ปลานิลแดง ปลาหมอ และพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งอีกจำนวนกว่า 100 ล้านตัว เช่น ปลากะพงขาว กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ หมึกทะเล หอย ปู เป็นต้น”

อธิบดีกรมประมง กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากนี้ กรมประมงยังได้จัดทำโครงการสร้างรายได้จากอาชีพประมงในแหล่งน้ำชุมชน ภายใต้วงเงิน 430,800,000 บาทโดยสนับสนุนลูกพันธุ์กุ้งก้ามกราม ขนาดตั้งแต่
5–7 เซนติเมตรขึ้นไป จำนวน 200,000 ตัวต่อแหล่งน้ำ ให้กับชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 1,436 แห่ง
ในพื้นที่ 19 จังหวัด โดยขณะนี้ได้ดำเนินการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามลงสู่แหล่งน้ำทั้งหมด 6 ครั้ง รวมลูกพันธุ์
กุ้งก้ามกรามทั้งสิ้นจำนวน 287,200,000 ตัว ซึ่งมีต้นทุนที่ใช้ในการดำเนินงานโครงการฯ โดยเฉลี่ย 308,704.04 บาทต่อแหล่งน้ำ