กรมประมงสร้างสุขให้ชุมชน หลังทำงานเชิงรุกด้วยหลักการมีส่วนร่วม พร้อมยืนหยัดเคียงคู่เพื่อพัฒนาในโอกาสเข้าสู่ปีที่ 95

26.08.21 | 09:38 น.

กรมประมงเดินหน้าขับเคลื่อนภาคประมงไทย ภายใต้หลักการมีส่วนร่วมของชุมชน ชูผลสำเร็จโครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม และประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้าน นำความมั่งคงและมั่งคั่งด้านอาหรอย่างยั่งยืน พร้อมยืนหยัดเคียงคู่เพื่อพัฒนาก้าวสู่ปีที่ 95 ปี

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การกำกับดูแลของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายส่งเสริมและพัฒนาให้เกษตรกรมีความมั่นคง ในอาชีพมากยิ่งขึ้น โดยในภาคการประมงนั้น ได้มอบหมายให้กรมประมง ดำเนินการขับเคลื่อนและบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้สอดคล้องกับแผนงานในระดับต่าง ๆ ได้แก่ แผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนปฏิบัติราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากนโยบายดังกล่าว กรมประมง และคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ จึงเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาภาคประมงของไทยอย่างไม่หยุดนิ่ง ภายใต้หลักการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน รับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน มาบูรณาการงานร่วมกัน ซึ่งส่งผลให้กรมประมงสามารถขับเคลื่อนผลงาน จนเห็นผลเป็นเชิงประจักษ์ เช่น ภายใต้โครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม เป็นโครงการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งสนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการแหล่งน้ำให้เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำ เพื่อสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจฐานราก สามารถหล่อเลี้ยงชุมชนได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชน และการบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ในการสนับสนุนงบประมาณและข้อมูลทางวิชาการ

“กรมประมงได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2560 โดยจากการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา กรมประมงได้มุ่งผลักดันจนประสบความสำเร็จเห็นผลเชิงประจักษ์ ทั้งทางด้านสังคม เกิดแหล่งเรียนรู้ด้านการประมงชุมชนต้นแบบ เกิดความรัก ความสามัคคีกันในชุมชน ชุมชนมีทักษะทางด้านการประมงชุมชน อีกทั้งยังส่งผลสำเร็จทางเศรษฐกิจ มีผลผลิตสัตว์น้ำ สร้างรายได้และลดรายจ่ายครัวเรือน ทำให้ชุมเข้มแข็ง เกิดการพัฒนาอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทำให้กรมประมงได้รับรางวัลเลิศรัฐอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปัจจุบันกรมประมงได้ดำเนินโครงการฯ รวมทั้งหมด 100 แห่ง และในปี 2564 ได้มีการขยายพื้นที่โครงการฯ แห่งใหม่อีกจำนวน 20 แห่ง”

Advertisement

อธิบดีกรมประมง กล่าวต่อไปว่า หนึ่งในผลสำเร็จของการดำเนินงานปี 2564 นั่นคือ โครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำบึงหนองบัว ตั้งอยู่บ้านโป่ง หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านโป่ง อำเภองาว จังหวัดลำปาง ได้รับการคัดเลือกเข้าพิจารณารางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดีเด่น โดยโครงการฯ เกิดผลสำเร็จเชิงประจักษ์ใน 3 ด้าน คือ ผลสำเร็จทางสังคม ชุมชนได้รับการพัฒนาศักยภาพสามารถบริหารจัดแหล่งน้ำให้เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำของชุมชน องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นได้รับการขึ้นทะเบียน มีสมาชิก 69 ราย ระดมเงินหุ้นรวม 26,200 บาท ผลสำเร็จด้านเศรษฐกิจ ชุมชนสามารถผลิตสัตว์น้ำได้ 3.75 ตัน  มีรายได้เข้ากองทุน 198,709 บาท และปันผลคืนให้สมาชิก 2 ครั้ง เป็นเงิน 18,663 บาท และผลสำเร็จเชิงนวัตกรรม สามารถพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น การผสมเทียมเพาะพันธุ์ปลาโดยใช้ชุดเพาะพันธุ์เคลื่อนที่ (Mobile Hatchery) การทำอาหารธรรมชาติ ส่งผลทำให้ชุมชนสามารถนำไปประกอบอาชีพด้านการประมง และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาแหล่งน้ำจนกลายเป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำของชุมชนหรือธนาคารสัตว์น้ำที่เป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้แก่ชุมชน และได้ขยายผลในแหล่งน้ำอื่น 16 แหล่งน้ำในพื้นที่ 11 อำเภอ จังหวัดลำปาง จนเกิดต้นแบบ (Model) การพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งน้ำชุมชนภายใต้หลักการมีส่วนร่วมสำหรับนำไปใช้กับแหล่งน้ำอื่นด้วย

“โครงการประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้าน เป็นโครงการที่ดำเนินการภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชน ที่มีความมุ่งหวังเดียวในการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำสำคัญให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ หลังจากสถานการณ์แม่น้ำสำคัญหลายสาย โดยเฉพาะแม่น้ำโขงเกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศวิทยา ทั้งจากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม การก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ ทำให้ปลาไม่สามารถว่ายทวนน้ำกลับไปวางไข่ในแหล่งต้นน้ำได้ ส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ปลาหลายชนิด ทำให้ประชากรปลาในธรรมชาติลดลง” อธิบดีกรมประมง กล่าว

“โครงการประมงร่วมอาสา…พาปลากลับบ้าน เป็นโครงการการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของไทย เช่น ปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาตะเพียนทอง ปลากระแห ปลาสร้อยขาว ปลาเทพา ปลากาดำ ฯลฯ เพื่อนำลูกปลาวัยอ่อนคืนสู่ต้นน้ำ ด้วยการใช้เทคโนโลยีการเพาะขยายพันธุ์ปลาด้วย “ชุดอุปกรณ์เพาะพันธุ์ปลาแบบเคลื่อนที่ (Mobile hatchery)” พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นในชุมชน และถ่ายทอดความรู้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้เรียนรู้ในทุกกระบวนการขั้นตอน เพื่อผลิตลูกปลาแล้วนำไปปล่อยในพื้นที่แหล่งต้นน้ำที่มีความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของลูกพันธุ์ปลาวัยอ่อนนำร่องปล่อยในแหล่งต้นน้ำ 2 พื้นที่ ได้แก่ กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา และหนองหาร จังหวัดสกลนคร ซึ่งมีการกำหนดเป้ารวมจำนวนผลิต 60 ล้านตัว ทั้งยังช่วยให้มีการขยายพันธุ์ไปยังแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง และลุ่มน้ำที่เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำทั้ง 2 แห่ง โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ปัจจุบันสามารถเพาะพันธุ์และปล่อยปลาไปแล้ว กว่า 38,540,000 ตัว”

อธิบดีกรมประมง กล่าวทิ้งท้ายว่า ในโอกาสที่ก้าวสู่ปีที่ 95 ในวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2564 กรมประมงจะยังคงยืนหยัดพัฒนาขับเคลื่อนภาคประมงของไทย เคียงข้างพี่น้องเกษตรกร ชาวประมง และประชาชนในประเทศมีทรัพยากรสัตว์น้ำไว้ใช้ควบคู่ไปกับอาชีพประมงที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนสืบต่อไป ภายใต้แนวทางและความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนทุกภารกิจ มุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรชาวประมงมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เน้นฟื้นฟูสนับสนุนอาชีพทำประมง ให้เกิดความยั่งยืนบนพื้นฐานการรักษาทรัพยากรและถูกกฎหมาย ส่งเสริมการรวมกลุ่ม สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพิ่มศักยภาพสร้างรายได้ลดต้นทุน ลดอุปสรรคในอาชีพ รวมถึงส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภูมิปัญญามาเพิ่มมูลค่า สร้างจุดแข็งให้สินค้าประมงไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก