สายพระเนตรกว้างไกล สู่ชาวบ้านมีอาชีพมั่นคงและยั่งยืน

13.08.21 | 14:30 น.

“กลุ่มชาวบ้านพ่อๆแม่ๆทั้งหลาย มีรายได้มีความมั่นคงทางอาชีพ ประเทศเรามีความมั่นคงด้านเครื่องนุ่งห่มซึ่งเป็นปัจจัยที่ 4 ของมนุษย์ เพราะพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) บอกเล่าถึง พัฒนาการของผ้าไทย ที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้านในชุมชน และเสริมความมั่นคงในอาชีพ อันมาจากสายพระเนตรที่กว้างไกลและน้ำพระทัยที่เมตตาประชาชนของพระองค์ท่าน

ที่มารูป HRH Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya

อธิบดี พช. เปิดเผยว่า สิ่งที่พวกเราได้รับจากพระองค์ท่าน ในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย  ก่อให้เกิดการพัฒนาของกลุ่มทอผ้าที่มีอยู่แล้วให้ผลิตภัณฑ์มีรายได้เพิ่มมากขึ้น และยังก่อให้เกิดกลุ่มใหม่ขึ้นมาอีกมากมาย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งในยามที่มีโรคระบาดมากๆ ถ้าชาวบ้านแต่ละพื้นที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ไม่แน่ว่าในวันข้างหน้าวัตถุดิบในการผลิตผ้า รวมถึงการขนส่งเครื่องจักร-อุปกรณ์ทำได้ลำบาก หรือหากในอนาคตเกิดสถานการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว การที่ชาวบ้านสามารถผลิตผ้าเองได้ ถือเป็นความมั่นคงด้านเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากของมนุษย์ มาถึงยุคปัจจุบันที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระองค์ทรงสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าของพระองค์ท่านต่อ ที่ให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกัน และทรงเน้นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือผ้าไทยต้องใช้วัสดุจากธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสี พระองค์ท่านทรงมีรับสั่งให้ชาวบ้านในทุกพื้นที่ เลิกผลิตผ้าที่ทำจากสีเคมี ให้เปลี่ยนมาใช้สีธรรมชาติซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นโทษต่อสุขภาพของผู้สวมใส่และดีต่อผู้ผลิตเอง

Advertisement

หัวใจสำคัญที่ทรงเน้นในประเด็นนี้คือเพื่อให้เกิดความมั่นคงอย่างยั่งยืนทั้งระบบ หมายความว่าชาวบ้านต้องสามารถพึ่งพาตัวเองให้ได้ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงการส่งผ่านภูมิปัญญาถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งหมดไปให้สู่รุ่นลูก รุ่นหลาน คำว่าต้นน้ำในที่นี้หมายถึงสีที่ใช้ต้องมาจากธรรมชาติทรงพระราชทานคำแนะนำให้คำนึงถึงความยั่งยืน ในการที่จะเพิ่มพื้นที่ปลูกต้นไม้ เพื่อนำมาเป็นสีธรรมชาติในการย้อมผ้า โดยได้แนะนำให้กลุ่มผู้ประกอบการทอผ้าไปศึกษาเรื่องการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ ซึ่งมีต้นแบบในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สอนให้ชาวบ้านรู้จักการอนุรักษ์พันธุ์พืช ไม่ให้สูญพันธุ์ ไม่ให้ลดน้อยลง

หลังจากทรงพระราชทานคำวินิจฉัย ทางกรมได้เข้ามาสนับสนุนและถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเน้นย้ำให้มีการเผยแพร่องค์ความรู้เหล่านี้ให้กับลูกหลานในพื้นที่ด้วย ปัจจุบันจะมีสถานที่กลางให้ชาวบ้านทำสีธรรมชาติกับกลุ่มทอผ้าได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เป็นศูนย์เรียนรู้ เป็นแหล่งในการที่จะผลิตสี-วัตถุดิบ ในการผลิตผ้าที่มีคุณภาพดี ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่มาใช้ประโยชน์ ในส่วนนี้จะคล้ายคลึงกับสิ่งที่ศูนย์ศิลปาชีพเคยทำ และทางกรมการพัฒนาชุมชนจะส่งเสริมให้ทุกชุมชนปลูกพืชที่สามารถนำไปใช้ทำสีย้อมผ้าให้มากเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีวัตถุดิบทำสีย้อมผ้าย้อมไหมที่เพียงพอ เพราะว่าที่ผ่านมาเราใช้กันอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้รู้จักการปลูกเพิ่ม และเรียนรู้กระบวนการทั้งหมด ทั้งการเพาะเนื้อเยื่อ การสกัด การย้อม การทอ มาจนถึงการตลาด

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจ ที่ พช.และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ได้ ร่วมกับพี่น้อง OTOP เปิดตลาดกลางเส้นไหมแห่งแรกของประเทศไทยขึ้นได้ เราสามารถทำให้คนผลิตเส้นไหมที่เป็นชาวบ้านเป็นเกษตรกร ได้รวบรวมผลผลิตมาซื้อขายที่ตลาดกลาง โดยตั้งอยู่ที่ศูนย์ OTOP นครชัยบุรินทร์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเปิดมาได้หลายเดือนแล้ว มีการซื้อขาย ชาวบ้านนัดเจอกันโดยตรงสามารถสั่งซื้อเส้นไหมจากชาวบ้านด้วยกัน ซื้อขายระหว่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่ทำกันอยู่ในภาคอีสาน ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญของวงการผ้าไทย

จากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน ของพี่น้อง OTOP ซึ่งต้องเน้นย้ำว่าคือผลิตผล จากศูนย์ศิลปาชีพ ที่ตอนนี้เขามารวมตัวกันเป็นกลุ่ม OTOP ปรากฎชัดว่าชาวบ้านมีความยั่งยืนมากขึ้น มาจากพระราชปณิธานของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ที่ทรงเน้นให้มีความยั่งยืน ด้วยการให้พวกเขารวมกลุ่ม ซึ่งจากนี้ไปจะมีความสำเร็จเกิดขึ้นอีกมากมาย ในแง่ของ สถานที่และกิจกรรมที่ดำเนินการในการพึ่งพาตัวเองและความยั่งยืน

จากจุดพลิกผันชีวิตชาวบ้านในห้วงวิกฤต  “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ที่ทรงพระราชทานมาให้ ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตพี่น้องในวงการผ้าไทยได้ลืมตาอ้าปาก ผ่านช่วงที่ยากลำบากมาได้ พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดในพระราชกรณียกิจด้านงานผ้า ทรงมีสายพระเนตรกว้างไกลให้เกิดความยั่งยืนได้ พวกเรายังมีความปลาบปลื้มปีติ ที่พระองค์ได้ทรงพระราชทานหนังสือ Thai Textiles Trend Book ที่รวบรวมกระแสแฟชั่นวงการผ้า แบบสี และแนวโน้มที่จะเป็นที่นิยมในอนาคต ส่งมอบให้ชาวบ้านทุกพื้นที่ ให้ได้ศึกษาแนวโน้มแฟชั่น เพื่อต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้จากหนังสือเล่มนี้

จากน้ำพระทัยของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินที่ทรงทุ่มเทพระวรกาย และพระราชทานคำแนะนำ ทำให้กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่ม สามารถพัฒนาต่อยอด ประยุกต์แบบได้ทุกผ้าทุกเทคนิค ที่มีหัวใจสำคัญคือการรวมกลุ่มพึ่งพาตัวเอง ในแต่ละพื้นที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายวัสดุ  การใช้สีจากธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้คือความยั่งยืนทั้งระบบ อันเป็นความมั่นคงของผ้าไทย ที่จะสืบไป ดังที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชดำริไว้ จากน้ำพระทัยของพระองค์ท่านทำให้สร้างอาชีพและความมั่นคงในชีวิตให้ชาวบ้านทุกพื้นที่ทั่วประเทศ