สค. ชี้แนวโน้มสถานการณ์ปัญหาสัมพันธภาพในครอบครัวช่วงโควิดน่าเป็นห่วง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
ได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อนครอบครัว @linefamily และ www.เพื่อนครอบครัว.com เพื่อช่วยแก้ปัญหาครอบครัว 24 ชั่วโมง โดย @linefamily เพื่อนครอบครัว คือ ช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่มีจุดเด่น คือ 1. ข้อมูลเชื่อถือได้ มีเมนูเข้าสู่เว็บไซต์ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ สามารถเข้ามาดูเมื่อไหร่ก็ได้ 2. มีระบบเก็บข้อมูลที่คำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลที่เป็นความลับ โดยแพลตฟอร์มเพื่อนครอบครัว @linefamily และ www.เพื่อนครอบครัว.com จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญตอบคำถามและให้ข้อแนะนำ และส่งต่อเพื่อเข้ารับความช่วยเหลือ และช่วยแก้ปัญหาครอบครัว 24 ชั่วโมง


นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เปิดเผยว่า จากผลการให้คำปรึกษาครอบครัวของระบบเพื่อนครอบครัวของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวร่วมกับภาคีเครือข่ายในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ปัจจุบันมีสมาชิกในครอบครัวมาตั้งกระทู้เพื่อขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 121 กระทู้ และปัญหาครอบครัวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 20.17 โดยเฉพาะปัญหาด้านสัมพันธภาพในครอบครัวที่มีแนวโน้มน่าเป็นห่วง ซึ่งสะท้อนจากปัญหาที่สมาชิกครอบครัวส่วนใหญ่เข้ามาขอคำปรึกษามากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว ร้อยละ 49.59 รองลงมา คือ ปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายด้านครอบครัว ร้อยละ 23.14 และปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ร้อยละ 18.18 ตามลำดับ โดยปัญหาความ
สัมพันธ์ในครอบครัวที่พบมากที่สุด คือ ความไม่เข้าใจกันของสมาชิกในครอบครัว ร้อยละ 28.85 รองลงมา คือ การใช้คำรุนแรง
ทำลายสิ่งของ ร้อยละ 23.08 และปัญหาการนอกใจของคู่สมรส มากถึงร้อยละ 17.31 ในขณะที่ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว พบว่า ผู้กระทำความรุนแรงคือสามีหรือคู่รัก ร้อยละ 45 และพ่อ/แม่ใช้ความรุนแรงและทำร้ายร่างกายลูก ร้อยละ 45 โดยประเด็นกฎหมายครอบครัวที่มีผู้ขอคำปรึกษามากที่สุด คือ การฟ้องหย่า ร้อยละ 54 รองลงมาคือ สิทธิการเลี้ยงดูบุตร/รับรองบุตร ร้อยละ 32 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลสถิติต่างๆ ที่บ่งชี้ว่าสถาบันครอบครัวไทยกำลังประสบปัญหาหลายด้าน โดยข้อมูลจากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พบว่า ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – กรกฎาคม 2564) มีผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 1,837 ราย เฉลี่ยเดือนละ 183 ราย ซึ่งมากกว่าในปีงบประมาณ 2563 และ 2562 ที่มีรายงานผู้ถูก กระทำความรุนแรงในครอบครัวเฉลี่ยเดือนละ 156 ราย และ 140 ราย ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์การระบาดของโควิดเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า แม้ในปี 2563 จำนวนการจดทะเบียนหย่าร้างจะลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2562 แต่เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนกับการจดทะเบียนสมรสแล้ว ในปี 2563 มีสัดส่วนการหย่าร้างมากที่สุดในรอบ 10 ปี ด้วยจำนวน 121,011 คู่ คิดเป็นร้อยละ 45 หรือเกือบครึ่งของยอดจดทะเบียนสมรสใหม่ 271,344 คู่
นางจินตนา จันทร์บำรุง กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ปัญหาครอบครัว ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด เพื่อรองรับจำนวนครอบครัวที่จะมาขอรับคำปรึกษามากขึ้นในอนาคต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการคำปรึกษาแบบส่วนตัวโดยผู้เชี่ยวชาญให้สามารถ เชื่อมโยงการช่วยเหลือครอบครัวได้อย่างครบวงจรมากขึ้น โดยมีเป้าหมายให้เพื่อนครอบครัว สามารถเป็นศูนย์ให้บริการคำปรึกษาและความช่วยเหลือแก่ครอบครัวและศูนย์กลางในการรวบรวมองค์ความรู้และกิจกรรมดีๆ เพื่อการเรียนรู้ของการพัฒนาครอบครัวต่อไป โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้ผนึกกำลังร่วมมือกับเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่ สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย เครือข่ายนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพจิตอาสา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมสุขภาพจิต กรมอนามัย สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กรมการจัดหางาน สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สถาบันส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม และสมาคมส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าคำปรึกษาและการเรียนรู้ที่ได้รับจากระบบเพื่อนครอบครัว : Family Line จะมีความถูกต้องและเหมาะสม ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างดำเนินการเปิดรับสมัครผู้เชี่ยวชาญจิตอาสา เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจ และมีประสบการณ์การให้คำปรึกษา เข้าร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษากับระบบเพื่อนครอบครัว
ปัจจุบันเราเปิดช่องทางเข้าถึงการให้บริการของเพื่อนครอบครัวผ่าน 2 ช่องทาง คือ Line Official บัญชีทางการเพื่อนครอบครัว (@linefamily) และ www.เพื่อนครอบครัว.com โดยเราพร้อมที่จะให้คำปรึกษาแบบส่วนตัวแก่ครอบครัวผ่านกระทู้ภายใน 24 ชั่วโมง

