สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยกลุ่มภารกิจการพัฒนา ววน. ด้านกำลังคนและสถาบันความรู้ ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) จัดงานสัมมนาออนไลน์ Brainpower Symposium ในหัวข้อ “New Era, New Brainpower, New Skills: ทัศนะการพัฒนากำลังคนเพื่อโลกยุคใหม่” โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันอุดมศึกษากว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ร่วมรับฟังมุมมองต่อสถานการณ์และการคาดการณ์อนาคตด้านการพัฒนาบุคลากรนำไปสู่การออกแบบทิศทางการพัฒนาบุคลากรได้ตรงตามความต้องการของประเทศ นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเปิดตัวหนังสือ “Multi Mentoring System วิจัยไทยก้าวไกลด้วย MMS” สังเคราะห์องค์ความรู้ด้านการพัฒนากำลังคนของประเทศ ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ริเริ่มและทำงานร่วมกันกับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)
โอกาสนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในการเปิดงานพร้อมกับกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “The Next Step of Brainpower” ระบุว่า ภารกิจของ อว. เกี่ยวข้องกับการสร้างกำลังคน (Manpower) ให้ตอบสนองความต้องการของประเทศ และการใช้ประโยชน์กำลังคนของประเทศที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Brainpower) ดังนั้น ทั้ง Manpower และ Brainpower จึงมีความเกี่ยวเนื่องกัน จำเป็นต้องพัฒนาควบคู่กันไป
ปัจจุบันประเทศไทยมีการส่งนักเรียนทุนไปเรียนที่สถาบันศึกษาชั้นนำ รวมถึงมีนักวิจัยที่ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลก นอกจากนั้น ประเทศไทยยังมีทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศหลายแหล่งทุน เช่น ทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) เป็นต้น การส่งนักเรียนทุนไปเรียนต้องมียุทธศาสตร์ในการเลือกสาขาวิชาและประเทศที่เรียน รวมทั้งมีแนวทางในการรักษากำลังคนให้อยู่พัฒนาประเทศต่อไป
ระยะหลังภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการวิจัยของประเทศมากขึ้น ปัจจุบันงบประมาณวิจัยของประเทศคือ 1.1% ของรายได้ประชาชาติ โดยเป้าหมายที่เราตั้งเป้าไว้ในอีก 6-7 ปีข้างหน้า คือ 2.0% ของ GDP การที่สัดส่วนงบการวิจัยและพัฒนาของเรา ได้ขยับจาก 0.38% ขึ้นเป็น 1.1% แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการลงทุนของภาคเอกชนร่วมเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อเทียบสัดส่วนการลงทุนของภาคเอกชนและรัฐบาลแล้ว พบว่า ภาคเอกชนลงทุนในการพัฒนางานวิจัย คิดเป็น สัดส่วนการลงทุน 20:80 (ภาครัฐ:ภาคเอกชน) ดังนั้น การวางยุทธศาสตร์การร่วมมือกับภาคเอกชนซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนวิจัยมาร่วมพัฒนาให้เป็นไปตามความต้องการของประเทศ และถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของประเทศที่มีภาคส่วนของเอกชนลงทุนการวิจัยจำนวนมาก ทำให้กระทรวง อว. เกิดการปลดล็อคให้บัณฑิตทุนสามารถทำงานในภาคเอกชนได้เพื่อตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนที่มีศักยภาพสูงของภาคเอกชน โดยร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กระทรวง อว. และบัณฑิตทุนเข้าด้วยกัน ในการพัฒนาแพลทฟอร์มที่เชื่อมโยงกับความต้องการของภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ Talent Thailand platform
การสร้าง Brainpower และ Manpower ของประเทศไทยในปัจจุบันนั้นเป็นการดูจากสถิติและความพร้อมของระบบในประเทศ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับของต่างประเทศที่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นอาจยังไม่เพียงพอ แต่ควรปรับเปลี่ยนและตั้งเป้าหมายการพัฒนากำลังคนที่วัดจากความสำเร็จเชิงคุณภาพจากการตอบโจทย์ของภาคเอกชนหรือภาคอุตสาหกรรมมากกว่าค่าจำนวนการผลิต ดังเห็นได้จากภาพสะท้อนการลงทุนของภาคเอกชนในสัดส่วนที่มากกว่าภาครัฐจำนวนมากนั้น อะไรที่เป็นสาเหตุหลัก หรือเป็นลักษณะเฉพาะที่แท้จริงของประเทศที่ทำให้เกิดขึ้น
ดังนั้น ในอนาคตเราจะสร้าง Brainpower และ Manpower ที่เป็นเอกลักษณ์มีความเหมาะสมจำเพาะกับทิศทางของประเทศ เพื่อให้ประเทศเราเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายใน 20 ปีข้างหน้า และกระทรวง อว. จะมีการพัฒนาระบบและกลไกการสร้าง Br ainpower และ Manpower ที่เท่าเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้วภายใน 10 ปี ข้างหน้า
ทางด้าน รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว. มีภารกิจในด้านการบริหารแผนนโยบายและการจัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและขับเคลื่อนการพัฒนาด้าน ววน. ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยหนึ่งในประเด็น ววน. ที่คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) และ สกสว. ให้ความสำคัญ คือการพัฒนากำลังคนในด้าน ววน. ให้กับประเทศ รวมถึงกำลังคนทักษะสูงในทุกภาคส่วนของสังคม ในส่วนของแผนด้าน ววน. ปีงบประมาณ 2566-2570 ฉบับใหม่ ได้กำหนดยุทธศาสตร์เรื่องการพัฒนากำลังคนและสถาบันด้าน ววน. ให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและยั่งยืน โดย กสว. ได้มอบหมายให้ สกสว. ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดทำแผนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม ปีงบประมาณ 2565-2570 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม 30 คน ต่อประชากร 1 หมื่นคน ในปี 2570 จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 21-22 คน และให้บุคลากรด้าน ววน. กระจายตัวอยู่ในภาคส่วนต่างๆ ทั้งหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนอย่างเพียงพอ
สำหรับการสร้างกำลังคนทักษะสูง และการสร้างการเรียนรู้ทุกช่วงวัยเป็นบทบาทโดยตรงของสถาบันอุดมศึกษา ในการสร้างทักษะการใช้ชีวิตในโลกวิถีใหม่และประเด็นคุณธรรมและจริยธรรม ในปัจจุบันแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาที่ต้องมุ่งเน้นรายสาขาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี จำเป็นจะต้องมีการถอดรหัสทักษะของกำลังคนที่ต้องการสำหรับสาขานั้นๆ และนำ ววน. มาเป็นส่วนสนับสนุนในการจัดหาเครื่องมือ กลไก รูปแบบ และทดลองวิธีการใหม่ๆ ในการพัฒนากำลังคน รวมถึงแนวทางในการสร้างระบบนิเวศน์ใหม่
ทั้งนี้ ด้านการอุดมศึกษาและ ววน. ต้องทำงานร่วมกันกับภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ การมีกำลังคนที่มีทักษะสูงและคุณภาพสูง จะส่งผลให้ประเทศมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ และสามารถพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง รวมทั้งการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัยและผู้ที่มีทักษะสูง นอกจากจะเป็นแรงดึงดูดให้เกิดความร่วมมือและการลงทุนจากต่างประเทศ ยังสามารถทำให้เราดูดซับความรู้และสามารถรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีได้
ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของ ววน. ต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศ สกสว. โดยกลุ่มภารกิจการพัฒนา ววน. ด้านกำลังคนและสถาบันความรู้ จึงได้ริเริ่มจัดงาน Brainpower Symposium ขึ้น เพื่อเป็นเวทีทางวิชาการ ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดของผู้เชี่ยวชาญ ในประเด็นการพัฒนา ววน. ด้านกำลังคนและสถาบันความรู้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสนทนาเชิงวิชาการ และความตระหนักรู้ในประเด็นที่สำคัญต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศ สำหรับผู้กำหนดนโยบายและนักวิชาการ ซึ่งจะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการศึกษาและออกแบบทิศทางการพัฒนาบุคลากรให้ตรงตามความต้องการของประเทศได้ และสำหรับภาคส่วนต่างๆ รวมถึงทั้งภาคเอกชนและประชาสังคมที่มีความสนใจ สามารถมีส่วนร่วมในการผลักดันการรับรู้ของสังคม และการสนทนาในโอกาสต่างๆ ในประเด็นที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “New Era, New Brainpower, New Skills: ทัศนะการพัฒนากำลังคนเพื่อโลกยุคใหม่” และหัวข้อ “ก้าวข้ามวิกฤติกำลังคนไม่ตอบโจทย์ประเทศ” โดย วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากภาคนโยบายและภาคเอกชน ร่วมวิเคราะห์ทิศทางการพัฒนากำลังคนของประเทศ ซึ่งงานสัมมนาในครั้งนี้ก่อให้เกิดกลไกความร่วมมือระหว่างสถาบันความรู้ พัฒนาให้นักวิจัยมีบทบาทสำคัญในขับเคลื่อนประเทศและผู้บริหารหน่วยงานในระบบ ววน. ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของกำลังคนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

