“อำเภอท่าตะเกียบ”รวมพลังสู้โควิด-19 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนเพื่อคนท่าตะเกียบ

1.09.21 | 08:00 น.

การดำเนินกระบวนการตำบลเข้มแข็ง ตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ของนายอำเภอ
ท่าตะเกียบ “รัศมินท์ พฤกษาทร”
และการรวมพลังสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ “หมู่บ้าน อยู่เย็น” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรค COVID-19  ซึ่งป็น 1 ใน 10 โครงการสำคัญสู่การเป็นกรมการปกครองวิถีใหม่ (10 Flagships to DOPA New Normal 2021) เป็นแนวทางสำคัญในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเป็น

“10 แฟลคชิปมีหลายมิติ ในมิติหนึ่งคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับหมู่บ้านชุมชนให้สามารถพึ่งตนเองได้ เมื่อเขาสามารถพี่งตนเองได้ เขาก็สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวในเศรษฐกิจแบบนี้ได้ จึงได้ร่วมมือกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในระดับอำเภอมาร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนเพื่อคนท่าตะเกียบ”

นายอำเภอท่าตะเกียบเผยต่อว่า มาตรการจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และการพลิกฟื้นเศรษฐกิจชุมชน โดยสองมาตรการจะขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน โดยส่วนแรกนั้นมีการตั้งทีมตำบลเข้มแข็งในระดับพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเชิงรุก มีการลงพื้นที่ตรวจตรา จัดระเบียบสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค

สำหรับส่วนที่สองนายอำเภอท่าตะเกียบระบุว่าเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจในหมู่บ้าน ชุมชนตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องจากประชาชนในพื้นที่กว่าร้อยละ 90 ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ได้แก่ ทำนา ทำสวน ปลูกยูคาฯ ยางพารา และมันสำปะหลัง โดยมีรายได้หลักมาจากอาชีพเหล่านี้

Advertisement

“อย่างสถานการณ์โควิดตอนนี้เราเห็นได้ชัดเลยว่าชาวบ้านมีการปลูกพืชผักสวนครัว ทำไร่นาสวนผสม หลังจากเขาสามารถเลี้ยงดูตนเองในเรื่องของบริโภคในครัวเรือนแล้ว ผลผลิตที่เหลือยังเอาไปจำหน่ายมีรายได้ด้วย ส่วนหนึ่งก็จะแบ่งปันให้กับคนอื่นด้วย อย่างทุกวันนี้ชาวบ้านเอาพืชผักผลผลิตทางการเกษตรมาส่งให้กับทางอำเภอท่าตะเกียบเพื่อจะได้นำเอาไปให้ผู้กักตัวหลายร้อยครัวเรือน ซึ่งเขาเดือดร้อนไม่สามารถออกมาทำมาหากินได้” นายอำเภอท่าตะเกียบกล่าว

นางสา สมนาค ครัวเรือนต้นแบบบ้านเนินน้อย ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ กล่าวว่า ตนเองทำเกษตรพอเพียง ปลูกผัก ถั่ว มีพริก มีอะไรที่เราไม่ต้องไปซื้อเขา เราปลูกเองกินเองได้ไม่ต้องไปใช้สารพิษอะไร พอคนอื่นเค้าเดือดร้อน เขาไปไม่ได้ เราก็เก็บเอาพริกเอามะเขือหรือถั่วไปช่วยเหลือเขา บางทีก็ได้ไข่ ก็ฝากไปให้ เพราะว่าช่วงนี้ต้องช่วยดูแลกัน

นายสมหมาย ชินนะหง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านทุ่งส่าย ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ กล่าวว่า นอกจากมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน ตามมาตรการของนายอำเภอในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้วยังคอยอำนวยการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งส่าย ในฐานะที่ปรึกษากลุ่มฯ ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่รับส่งผลิตผลทางการเกษตรที่ได้รับการบริจาคจากสมาชิกกลุ่มเพื่อนำไปให้ผู้กักตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยตามจุดต่าง ๆ อีกด้วย

ด้านนางบุญโฮม บุญสนิท ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักปลอดสารพิษบ้านทุ่งส่าย หมู่ 12 ต.คลองตะเกรา กล่าวว่า “สมาชิกกลุ่มตอนนี้มีอยู่ 41 ราย แต่ละคนปลูกพืชผักหลากหลายตามความถนัด วิธีการปลูกต้องไม่ใช้สารเคมี ใช้ปุ๋ยชีวภาพ ผลผลิตที่ได้กลุ่มก็จะนำไปขายที่หน้าศาลากลางจังหวัดทุกวันอังคาร พฤหัสและศุกร์ ส่วนวันพุธขายที่โรงพยาบาลท่าตะเกียบ ขณะเดียวกันก็จะจัดสรรไว้บางส่วนนำไปส่งให้กับทางอำเภอเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้กักตัวที่ศูนย์พักคอยตามชุมชนตามหมู่บ้าน
ต่าง ๆ รวมทั้งโรงพยาบาลสนามทั้ง 3 แห่งด้วย”นางบุญโฮมกล่าว

อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา นับเป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จในการรับมือกับโควิด-19 ผ่านการรวมพลังทุกหน่วยราชการ ที่สามารถพลิกฟื้นชีวิตด้วยเศรษฐกิจชุมชนตามนโยบาย 10 โครงการสำคัญสู่การเป็นกรมการปกครองวิถีใหม่ ที่มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อประชาชน “ทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้น”นั่นเอง