“TCEB”รุกเร็วฟื้นตลาดไมซ์“ไทย-อินเตอร์”ลุย3เรื่องใหญ่ก.ย.นี้ อัดฉีดงบประชุมเมืองไทยยาว-ชงศบค.เปิดการค้าบับเบิ้ลเอ็กซิชั่น

8.09.21 | 16:50 น.

TCEB”รุกเร็วหลังรัฐปลดล็อกดาวน์ 3 เรื่องใหญ่ “ลุยอัดฉีดงบประชุมเมืองไทยเฟส 2” 48 จังหวัด ตีปีกจัดกิจกรรม/อีเวนต์ได้แล้วครั้งละ 50-100 คน/งาน ไมซ์อีสานมีโอกาสมากสุด 16 จังหวัด เร่ง “รณรงค์ไมซ์เดินทางโดยเครื่องบินใช้ 4 กฎปลอดภัย” ปิดทุกช่องป้องทุกปัญหา เดินหน้า “ชง ศบค.จับคู่ต่างประเทศทำBubble Exhibition”

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 หลังรัฐบาลประกาศผ่อนคลายล็อกดาวน์พื้นที่ต่าง ๆ ทีเส็บจะขับเคลื่อนไมซ์ในประเทศเชิงรุกทันที 3 เรื่อง คือ

เรื่องที่ 1 สนับสนุนงบประมาณจัดงานด้วยโครงการ “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” เฟส 2 ให้ทุกภาคส่วน รายละ 15,000-30,000 บาท/งาน โดยได้ขยายเวลาสนับสนุนจากกันยายนไปจนถึง 31 ธันวาคม 2564 เพื่อให้หน่วยงาน องค์กร และผู้มีสิทธิ์ต่าง ๆ ที่พร้อมจะจัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ได้ ผนวกกับตอนนี้มีแรงหนุนเพิ่มเข้ามาเสริมไมซ์ในประเทศจากอีก 2 ธุรกิจ คือ กลุ่มสายการบินในประเทศกลับมาบินได้ตามปกติ และร้านอาหารทั่วประเทศสามารถเปิดให้นั่งรับประทานในร้านหรือสถานที่ต่าง ๆ ได้ 50 %

Advertisement

เพียงแต่การจัดงานไมซ์ทุกกิจกรรมยังคงต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการรวมกลุ่มจำนวนคนได้ตามคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ทั่วประเทศมีสัญญาณที่ดีอย่างน้อยถึง 48 จังหวัดแล้ว กระจายอยู่ใน “พื้นที่ 3-พื้นที่ควบคุม” มี 11 จังหวัด ได้รับอนุญาตให้รวมกลุ่มกันได้มากสุดไม่เกิน 100 คน/ครั้ง ครอบคลุมจังหวัด 3 ภาคหลัก ได้แก่ “ภาคใต้” 4 จังหวัด คือ กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี “ภาคเหนือ” 4 จังหวัด คือ แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน พะเยา “ภาคอีสาน” 3 จังหวัด คือ นครพนม บึงกาฬ มุกดาหาร

บวกกับพื้นที่ 2-ควบคุมสูงที่สุด อนุญาตให้รวมกลุ่มกันได้ไม่เกิน 50 คน/ครั้ง กระจายทั่วประเทศอีก 37 จังหวัด มากที่สุดคือภาคอีสานรวม 16 จังหวัด

ตามที่ ศบค.ได้แบ่งเกณฑ์รวมกลุ่มคนจัดกิจกรรมที่มีความเป็นไปได้หลังคลายล็อกดาวน์ประเทศแล้ว ไมซ์สามารถจัดงานได้ 3 พื้นที่ ได้แก่ 1.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรมมากกว่า 25 คน 2.พื้นที่ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรมมากกว่า 50 คน ซึ่งมีเมืองไมซ์รวมอยู่หลายแห่ง เช่น เชียงใหม่ สุโขทัยพิษณุโลก ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี พร้อมจะจัดงานต่าง ๆ ช่วงปลายปีนี้ 3.พื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรมมากกว่า 100 คน

ส่วนเงินสนับสนุนจากโครงการ “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” ทีเส็บพร้อมจ่ายให้ผู้ที่ลงทะเบียน ผ่านทางเว็บไซต์ www.thailandmiceconnect.com ที่ได้รับการอนุมัติให้เดินหน้า 1.จัดกิจกรรมไมซ์ 2 วัน 1 คืน ขอได้ 30,000 บาท/งาน/ครั้ง 2.จัดงานวันเดียวหรือเกิน 6 ชั่วโมง ขอได้ 15,000 บาท/งาน/ครั้ง

เรื่องที่ 2 รณรงค์เชิงรุกให้ทุกภาคส่วนนำวิธีปฏิบัติด้านความปลอดภัยเข้ามาใช้ตลอดการจัดงาน ทีเส็บต้องเร่งทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องการจัดไมซ์รวมทั้งผู้เข้าร่วมงานไมซ์ทำอย่างจริงจัง ด้านความร่วมมือกันควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นได้อีก เพื่อให้ไมซ์ในประเทศขับเคลื่อนอย่างราบรื่นตลอดไป หลังจากสามารถเดินทางข้ามพื้นที่ได้ จึงต้องขอให้ทุกฝ่ายเคร่งครัดยึดหลักปฏิบัติโดยเฉพาะทางเครื่องบินข้ามจังหวัด ข้ามภาค ต้องทำให้ครบทั้ง 4 ขั้นตอนดังนี้

1.สายการบินและผู้โดยสารต้องร่วมมือกันบินแต่ละเที่ยวไม่เกิน 75 % ของที่นั่งแต่ละล

2.ผู้โดยสารจะต้องฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข

3.โหลดแอพลิเคชั่น “หมอชนะ” เพื่อแสดงผลฉีดทุกครั้งก่อนขึ้นเครื่องบิน หรือนำเอกสารการตรวจด้วยวิธีทำ RC-PTR หรืออุปกรณ์ Antigen test Kit :ATK แสดงผลก่อนการเดินทางทุกครั้ง

4.แสดงผลเป็นผู้ติดเชื้อมาแล้วไม่เกิน 90 วัน และผ่านการกักตัวจนปลอดภัยแล้ว

นายจิรุตถ์ย้ำว่า ขณะนี้ทีเส็บกระตุ้นให้แต่ละภาคเพิ่มการบริหารจัดการ “จัดงานประชุม : meeting” ด้วยการเน้น 1.ใช้วิธีทดสอบตรวจหาเชื้อก่อนเข้าร่วมงาน ภายใต้ข้อกำหนดตามมาตรฐานสาธารณสุขเน้น 2.สวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง (social distancing) 3.ทีเส็บได้เพิ่มความเข้มข้นมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (hygiene) ให้สถานที่ประกอบการทุกแห่งมีมาตรฐานดังกล่าวครบจึงจะจัดกิจกรรมได้ 4.กำหนดให้ผู้เข้าร่วมงานตรวจสวอปหาเชื้อก่อนด้วย ATK ทุกคนทุกครั้ง

เรื่องที่ 3 เปิดตลาดไมซ์ต่างประเทศด้วยกลยุทธ์ “จับคู่จัดนิทรรศการแสดงสินค้า หรือ Bubble Exhibition” เริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ขณะนี้ทีเส็บกำลังทำแผนเสนอ ศบค.พิจารณา เพราะตั้งแต่กันยายนนี้ทิศทางต่าง ๆ มีสัญญาณที่ดี โดยมีปัจจัยบวกเพิ่ม เรื่องมีวัคซีนจำนวนมากขึ้น การบริหารจัดงานด้านสุขอนามัยสร้างความมั่นใจให้สังคมมากขึ้น จะเป็นแรงส่งให้ธุรกิจดีขึ้นตามลำดับ

สำหรับการทำ “Bubble Exhibtion การจับคู่ประเทศจัดงานแสดงสินค้า” ขณะนี้ทีเส็บมีโมเดลต้นแบบเน้นกำหนดจัดในพื้นที่ปิด : Seal Route อย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างคือ ไมซ์ที่ทดลองทำใน “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ซึ่งจะต้องเพิ่มไมซ์วิถีใหม่ นั่นคือห้ามทุกคนที่เข้าร่วมงานไมซ์ทำเด็ดขาดหลังเสร็จสิ้นการร่วมงานเอ็กซิบิชั่นแล้ว ต้องงดไปสังสรรค์ต่อตามผับ บาร์ เป็นการเปลี่ยนแปลงสู่วิถีใหม่ให้ไมซ์ยังคงสามารถจัดได้ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ต่อไป

นายจิรุตถ์กล่าวว่า ล่าสุดได้นำคณะผู้บริหารและพนักงานทีเส็บทั้ง ส่วนงานทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบริหาร ร่วมส่งมอบความห่วงใยและความหวังดีให้พนักงานทุกคน Virtual Town Hall ผ่าน zoom ภายใต้งานชื่อว่า “We Care…Always be there for YOU! จัดกิจกรรม FIN (Fun, Innovated, Network) ขับเคลื่อนงานตลอด 3 เดือน เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและสร้างการมีส่วนร่วมของทีมงานผ่านการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีสอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ ศบค.ได้แบ่งพื้นที่เพื่อให้อุตสาหกรรมไมซ์ขับเคลื่อนได้หลังมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 เป็นต้นไป ทั่วประเทศกำหนด 5 พื้นที่ โดยมีความเป็นไปได้ที่จะจัดงานไมซ์ได้แล้ว 3 พื้นที่ ตามรายละเอียดดังนี้

1.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มกันมากกว่า 25 คน ประกอบด้วย

“ภาคกลาง” 19 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา นครปฐม นครนายก นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ปราจีนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี อ่างทอง ราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี

“ภาคใต้” 5 จังหวัด คือ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ยะลา สงขลา นราธิวาส ปัตตานี “ภาคเหนือ” 2 จังหวัด คือ ตาก เพชรบูรณ์

 “ภาคตะวันออก” 2 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง

“ภาคอีสาน” 1 จังหวัด คือ นครราชสีมา

2.พื้นที่ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มมากกว่า 50 คน ประกอบด้วย

“ภาคอีสาน” 16 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร เลย ศรีสะเกษ สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู สุรินทร์ อุดรธานี อุบลราชธานี อำนาจเจริญ

“ภาคเหนือ” 7 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์

“ภาคใต้” 6 จังหวัด คือ ชุมพร นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล ระนอง

“ภาคกลาง” 6 จังหวัด คือ ชัยนาท กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร สระแก้ว อุทัยธานี

“ภาคตะวันออก” 2 จังหวัด คือ จันทบุรี ตราด

3.พื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มมากกว่า 100 คน ประกอบด้

“ภาคใต้” มี 4 จังหวัด คือ กระบี่ พังงา  ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี “ภาคเหนือ” มี 4 จังหวัด คือ แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน พะเยา “ภาคอีสาน” มี 3 จังหวัด คือ นครพนม บึงกาฬ มุกดาหาร

4.พื้นที่เฝ้าระวังสูง ห้ามจัดกิจกรรมที่รวมกลุ่มมากกว่า 200 คน ตอนนี้ยังไม่มีจังหวัดใดได้รับอนุญาต

5.พื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามจัดกิจกรรมที่รวมกลุ่มมากกว่า 500 คน ตอนนี้ยังไม่มีจังหวัดใดได้รับอนุญาต

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsen