BEDO เตรียมไลฟ์อวดผลงานรอบ 2 ปี พร้อมหนุนชุมชนเพิ่มมูลค่าทรัพยากรต่อยอดเศรษฐกิจชาติ

สนง.พัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) เตรียมโชว์ผลงานรอบ 2 ปี (พ.ศ.2562-2563) ในรูปแบบถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊ก BEDO Thailand ภายใต้แนวคิด “The Power of Collaboration” พลังแห่งการร่วมมือร่วมใจในการทำงานของ BEDO ระหว่างวันที่ 16-18 ก.ย.นี้ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนรู้จักอนุรักษ์ และเพิ่มมูลค่าทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับเศรษฐกิจไทยดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO เปิดเผยว่า การดำเนินงานของ BEDO ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และแผนยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 20 ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล ให้นโยบายแก่ BEDO นำไปปฏิบัติ สำหรับวิสัยทัศน์ของกระทรวงทรัพย์ หรือ ทส. มุ่งเน้น ให้ “ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามแนววิถีใหม่ภายใต้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” ยึดการทำงานโดยมีประชาชนเป็นหลัก เพื่อสร้างงาน สร้างรอยยิ้ม และสร้างเศรษฐกิจ ที่มาจากฐานทรัพยากรธรรมชาติ ในส่วนของการจัดงานเผยแพร่ผลงานสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพในครั้งนี้ จะทำให้เข้าใจบทบาทและภารกิจของ BEDO และเกิดความตระหนัก เห็นถึงความสำคัญ คุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ การใช้พืชสมุนไพร หรือการใช้ประโยชน์พฤกษศาสตร์พื้นบ้านต้านโควิด-19

“BEDO มีการส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนกว่ารวม 107 ชุมชน ในการนำความหลากหลายทางชีวภาพ มาพัฒนาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีการสร้างการมีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวนอกเขตอนุรักษ์ ในลักษณะของการส่งเสริมให้ชุมชนปลูกไม้มีค่า ป่าครอบครัว ปัจจุบันมีเครือข่ายกว่า 400 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,700 ไร่  การดำเนินโครงการธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน (Community Biobank) มีการทำบัญชีรายการความหลากหลายทางชีวภาพด้านพืชไว้ได้จำนวน 100,000 รายการ มีการจดคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ความลับทางการค้าและสินค้า GI ต่างๆ รวม 146 รายการ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ“ท่องเที่ยวชีวภาพ”เป็นเครื่องมือทางการตลาด โดยการนำความโดดเด่นของระบบนิเวศในพื้นที่ของชุมชนแต่ละแห่ง เช่น วิว ทิวทัศน์ พื้นที่ป่า ตลอดจนวิถีชีวิตท้องถิ่น นำมาผสมผสานจัดกระบวนการในรูปแบบการท่องเที่ยว มีการดำเนินการไปแล้วจำนวน 6 ชุมชน ด้านเศรษฐกิจ ณ ปีงบประมาณ 2562-63 เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนเครือข่าย BEDO เป็นเงินกว่า 149.43 ล้านบาท จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชีวภาพ โดยการสนับสนุนของ BEDO ทั้งในรูปแบบการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า การฝากขายสินค้าผ่านองค์กร หน่วยงานต่างๆ อาทิ ร้านมินิ อตก. , พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งการจำหน่ายออนไลน์ในหลากหลายช่องทาง” ดร.วิจารย์ฯ กล่าว

สำหรับไฮไลท์ของกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้ง 3 วัน คือการนำผลิตภัณฑ์ชีวภาพของชุมชนมาจัดแสดงจำนวนกว่า 193 รายการ จาก 30 ชุมชนทั่วประเทศ อาทิ น้ำผึ้งลำไย จ.ลำพูน, ผ้าหม้อฮ่อม จ.แพร่, ผ้าย้อมครามสกลนคร, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เป็นต้น โดยตัวแทนชุมชนที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จะทำการ Live สด แนะนำ ให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ถึงคุณค่า สรรพคุณที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่น อาทิ การเสวนาให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ BCG Model โดยในวันแรกวันที่ 16 กันยายน จะเป็นการบรรยายภาพรวมของ BCG โมเดลเศรษฐกิจกระแสใหม่ โดย ดร. วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการบริหาร สพภ. การเสวนาหัวข้อ BCG Model สร้างรายได้ เพื่อเศรษฐกิจไทยที่ยั่งยืน โดยคุณอมรพล หุวะนันทน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Moreloop การเสวนาหัวข้อ สมุนไพรต้านภัยโควิด โดย อ. อุษา กลิ่นหอม นายกสมาคมเครือข่ายการแพทย์พื้นบ้านและสุขภาพวิถีไทย การเสวนาหัวข้อกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วย BCG Model โดยคุณสมศักดิ์ บุญนำ จาก Local Alive ในวันที่ 17 กันยายน และในวันที่ 18 กันยายน ได้รับเกียรติจาก ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) มาบรรยาย BCG Model กับเทคโนโลยี ตลอดจนการสาธิตการปลูกผักสวนครัวแบบวิถีคนเมือง โดยคุณแอน พรหมศักดิ์ เจ้าของสวนเกษตรสุขกลางกรุง เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตแบบ Work from home ในช่วงโควิด-19

ทั้งนี้ กิจกรรมเผยแพร่ผลงานสพภ. ปี 2564 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 18 กันยายน 2564 ในรูปแบบถ่ายทอดสดออนไลน์ โดยผู้สนใจร่วมงานสามารถติดตามได้บนเพจ Facebook : BEDO Thailand

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon