โรคตาในแมว ปัญหาสุขภาพที่ทาสแมวต้องใส่ใจก่อนสายเกินแก้!

โรคตาในแมวนั้นมีอยู่หลากหลายโรคและหลากหลายอาการเลยทีเดียว สำหรับทาสแมวที่ไม่อยากให้น้องแมวที่บ้านต้องมีความเสี่ยงกับอาการป่วยเกี่ยวกับโรคตาในแมว จะต้องรู้จักกับอาการของโรคต่าง ๆ เอาไว้อย่างครบถ้วน เพื่อที่จะเฝ้าสังเกตอาการและป้องกันสาเหตุที่อาจจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ กับน้องแมวได้ จะมีอาการและสาเหตุอะไรบ้างที่สามารถก่อให้เกิดโรคตาในแมวได้บ้างนั้น ต้องไปติดตามกัน

อาการตาเปียก ตาบวมในลูกแมว

หากลูกแมวที่เพิ่งคลอดได้สักพักที่บ้านของคุณมีอาการตาบวมแดง ตาเปียก ตาแฉะและไม่ลืมตา นั่นอาจจะหมายความว่าลูกแมวของคุณอาจจะกำลังเป็นโรคตาในแมวอย่างการติดเชื้อคลาไมเดียในแมวซึ่งเกิดจากแบคทีเรียที่ทำให้บริเวณดวงตามีการอักเสบและติดเชื้อ ส่วนมากแล้วมักจะมาพร้อมกับอาการป่วยอื่น ๆ อย่างเช่นโรคหวัดแมว ซึ่งเป็นโรคที่สามารถคร่าชีวิตลูกแมวได้ ดังนั้นหากสังเกตเห็นว่าลูกแมวหรือแมวในบ้านมีอาการเหล่านี้ แนะนำว่าให้รีบพาไปหาหมอโดยด่วนที่สุด

อาการน้ำตาและขี้ตาเยอะผิดปกติ

หนึ่งในอาการที่มักจะพบได้บ่อย ๆ ก็คืออาการที่แมวมีน้ำตาและขี้ตาเยอะผิดปกติ ร่วมกับมีเยื่อสีขาว ๆ อยู่ในดวงตา ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่สังเกตอย่างใกล้ชิด ก็อาจจะมองข้ามไปได้ ซึ่งอาการขี้ตาเยอะ ตาเปียกและมีสีขาวขุ่นในดวงตานั้นเป็นโรคตาในแมวชนิดหนึ่งที่เรียกว่าเยื่อบุตาขาวอักเสบ ซึ่งหากมีอาการค่อนข้างหนักแล้ว จะสังเกตได้ง่าย ๆ คือจะมีเยื่อตาสีขาว ๆ ขึ้นมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนบริเวณหัวตาทั้งสองข้างของแมว โดยส่วนมากนั้นมักจะเกิดขึ้นเพราะน้องแมวได้รับเชื้อไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายเช่นเดียวกับอาการแรกที่เราพูดถึงไปอย่างโรคหวัดแมวนั่นเอง ยิ่งพาไปพบแพทย์ได้เร็วเท่าไหร่ ก็มีโอกาสรักษาหายได้เร็วขึ้นเท่านั้น

น้องแมวพยายามเกาบริเวณตามากผิดปกติ

สำหรับน้องแมวที่มีอาการผิดปกติอย่างเช่นเอาบริเวณตาไปถูกับสิ่งของต่าง ๆ ตลอด หรือใช้เท้าหน้าในการขยี้ตาบ่อย ๆ จนผิดปกติ นั่นคืออาการของโรคตาในแมวและแสดงออกถึงการได้รับความบาดเจ็บบริเวณกระจกตา อาจจะเป็นเรื่องของฝุ่นเข้าตาแล้วเกิดความระคายเคือง หรือเกิดจากการต่อสู่กันในแมว รวมถึงการติดเชื้อหวัดแมวด้วยนั่นเอง ดังนั้นถ้าหากสังเกตได้ว่าน้องแมวคันหรือเกาบริเวณดวงตามากจนเกินไป ก็แนะนำให้ว่านำไปหาแพทย์โดยทันที หรือหากปล่อยไว้นาน จะสามารถสังเกตได้ว่าบริเวณกระจกตาของน้องแมวจะมีเยื่อบาง ๆ สีขาวขุ่นขึ้นมาปกคลุม หากพบบอาการเช่นนี้ก็แนะนำว่าให้พบแพทย์เลย จะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศบค.ปรับเคอร์ฟิว 4 ทุ่ม-ตี 4 ผ่อนคลายเปิดโรงหนัง-เล่นดนตรีในร้านอาหาร
บทความถัดไป“หมอธีระ” ชี้วัคซีน mRNA ประสิทธิสูงกว่าชนิดอื่น แต่ต้องระวังกล้ามเนื้อหัวใจ-เยื่อบุหัวใจอักเสบ