ผจก.กองทุนสื่อฯ ยึดมั่น สนับสนุนสื่อดี สร้างสรรค์สังคม เล็งเปิดให้ทุนรอบใหม่ พ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดงาน TMF Public Hearing: Grants for Change 2022 เวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้รับทุนเก่ารวมถึงผู้สนใจ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดสรรทุนรอบใหม่ประจำปีงบประมาณ 2565 ซึ่งคาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2564 โดยงานนี้เปิดให้รับฟัง 2 ช่องทางผ่านโปรแกรม Zoom และทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญในการให้ทุนว่า คือการสร้างสรรค์และสนับสนุนให้เกิดสื่อดีมีคุณภาพ ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามัคคี ใช้ชีวิตในสังคมที่มีความหลากหลายอย่างเป็นสุข และขจัดสื่อร้ายที่สร้างความเกลียดชัง ไม่ปลอดภัย ไม่สร้างสรรค์ให้น้อยลง พร้อมทั้งค้นหาผู้ผลิตสื่อที่มีความสามารถและศักยภาพเพื่อสร้างสรรค์นิเวศสื่อที่ดีสืบไป

สำหรับแนวทางการให้ทุนรอบใหม่ประจำปีงบประมาณ 2565 ดร.ธนกร ระบุว่า จะยังคงรูปแบบเดิมจากการให้ทุนประจำปีงบประมาณ 2564 ด้วยการแบ่งประเภททุนเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ทุนประเภทเปิดรับทั่วไป (Open Grant) หรือการให้ทุนผลิตสื่อเพื่อตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชน ประชาชนทั่วไป ผู้สูงอายุ และผู้พิการผู้ด้อยโอกาส ทุนประเภทยุทธศาสตร์ (Strategic Grant) เปิดให้ผู้ยื่นขอรับการสนับสนุนผลิตสื่อตามประเด็นที่กองทุนฯ และภาคประชาชนเล็งเห็นว่ามีความสำคัญในแต่ละปี และทุนประเภทความร่วมมือ (Collaborative Grant) เฉพาะภาคีเครือข่าย ผู้ที่เคยร่วมงานกับกองทุน และมีการทำ MOU (Memorandum Of Agreement) ร่วมกัน ภายใต้งบประมาณรวมทั้งหมด 300 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผจก.กองทุนฯ เพิ่มเติมว่าอาจมีการปรับเปลี่ยนวิธีการกลั่นกรองคัดเลือกโครงการใหม่ โดยเฉพาะการให้ทุนประเภทความร่วมมือ เพื่อให้ได้โครงการที่มีความน่าสนใจและสามารถสร้างประโยชน์ในวงกว้างสืบไป และตอบสนองต่อพันธกิจและเป้าหมายของกองทุนอย่างชัดเจน

สำหรับผลตอบรับจากการให้ทุนตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ดร.ธนกร มองว่าเป็นไปในทางที่น่าพึงพอใจเนื่องจากมีผลงานเชิงประจักษ์ มองเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนหลายอย่าง อาทิ รายการ “ทำอะไรก็ธรรม” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนาผ่านแพลตฟอร์ม LineTV โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ รายการ “หัวใจเราเท่ากัน” สารคดีที่นำเสนอว่าแม้ผู้พิการจะมีข้อจำกัดทางร่างกาย แต่พวกเขาเองก็มีศักยภาพไม่แพ้ใคร และภาพยนตร์สารคดี “วาฬบอกที” นำเสนอชีวิตของปลาวาฬบริเวณอ่าวไทย พร้อมนำเสนอปัญหามลภาวะทางทะเลที่อาจไม่เคยมีการนำเสนอมาก่อน เป็นต้น พร้อมหวังว่าในอนาคตภายหน้า ผลงานอื่นๆ ของกองทุนฯ จะได้รับความสนใจมากขึ้น และอาจไปสู่ระดับโลกได้ในอนาคตอันใกล้

อย่างไรก็ตาม ผจก. เล็งเห็นถึงเสียงวิจารณ์ด้านลบต่อกองทุนฯ ด้วยเช่นกัน พร้อมกล่าวขอบคุณความห่วงใยที่ประชาชนจำนวนมากมีต่อกองทุนฯ และยืนยันว่ากองทุนฯ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น โดยในอนาคตภายหน้าจะปรับโครงสร้างการทำงานขององค์กรให้เป็นกองทุนที่จิ๋วแต่แจ๋ว คล่องแคล่วปราดเปรียว ไม่ใหญ่โตแต่อุ้ยอ้าย เพื่อให้พร้อมรับมือกับวิถีของสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เริ่มแล้วกินเจเมืองตรัง! 2 ศาลเจ้าเก่าแก่ 200 ปี ทำพิธีขึ้นเสาเต็งโก สาธุชนบางตา
บทความถัดไปจับชีพจรคนไทย (ต้อง)ไปต่อให้ได้ ในวันที่โควิดยังครองเมือง