รพ.มะเร็งชีวามิตรา เผยวิถีชีวิตใหม่กระตุ้นมะเร็ง ผู้คนเครียดสะสมจากเศรษฐกิจชะลอตัว ตกงาน นอนไม่หลับ

รพ.มะเร็งชีวามิตรา เผยวิถีชีวิตใหม่กระตุ้นมะเร็ง ผู้คนเครียดสะสมจากเศรษฐกิจชะลอตัว ตกงาน นอนไม่หลับ การทำงานจากที่บ้านส่งผลให้แย่เวลาทำงานออกกับการผักผ่อน ไม่เหมาะสม ขยับตัวน้อย ไม่มีเวลาออกกำลัง พร้อมแนะ 3 แนวทาง คัมภีร์ดูแลสุขภาพห่างไกลมะเร็งได้ทุกยุค

นายแพทย์ธนุตม์ ก้วยเจริญพานิชก์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางโรคมะเร็งแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า โรคมะเร็งยังเป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือนใด  แต่ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น  ของคนไทย และมีโอกาสเกิดขึ้นกับคนอายุน้อยเพิ่มมากขึ้น หนึ่งในสาเหตุการเกิดเชื้อมะเร็งมาจากพฤติกรรมเสี่ยงและสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เป็นช่องว่างเปิดโอกาสให้มะเร็งเข้าลุกลาม ล่าสุดข้อมูลจาก องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) เผย สถิติปี 2561 พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 18.1 ล้านคนทั่วโลก ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งพุ่งสูงถึง 9.6 ล้านคน ก่อนช่วงสิ้นปี 2561 ขณะเดียวกันมะเร็งยังคงเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยอันดับ 1 และมีแนวโน้มการเสียชีวิตสูงขึ้นในทุกปี พบ 5 อันดับมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย โดยเพศชายและเพศหญิงที่มีอัตราความเสี่ยงต่างกัน พร้อมเผยพฤติกรรมโปรดในชีวิตประจำวันของหลายคน อาจกำลังทำร้ายร่างกายโดยไม่รู้ตัว แต่เป็นพฤติกรรมที่รักของโรคมะเร็ง  

โดยในระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงคนไทยเผชิญกับภาวะวิกฤตครั้งใหญ่การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เกิดมาตรการล็อกดาวน์ และก้าวเข้าสู่ยุคนิวนอร์มอล(New  normal) เพื่อปรับรูปแบบการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และอาจกลายเป็นวิถีชีวิตปกติของผู้คนหลังจากนี้ เช่น เว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ขณะที่กลุ่มคนทำงาน อายุตั้งแต่ 22- 60 ปี ต้องเข้าสู่รูปแบบการทำงานจากที่บ้าน (Work form Home) แทนการเดินทางไปทำงานที่ออฟฟิศแบบเดิม กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัยต้องเข้าเรียนผ่านในระบบออนไลน์ รวมไปถึงการทำกิจกรรมในกิจวัตรประจำวันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แทบทั้งหมด โดยแทบไม่ต้องเคลื่อนที่ออกจากบ้าน  ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระตุ้น หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งจากพฤติกรรมดังต่อไปนี้ 

“เครียด” เพราะต้องปรับตัวกับการทำงานรูปแบบใหม่ ต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่  อีกทั้งยังไม่สามารถแบ่งเวลาพักผ่อนออกจากการทำงาน หรือการเรียนได้อย่างสมดุล ผนวกกับต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ และหลายรายประสบปัญหาตกงาน  “พักผ่อนไม่เพียงพอ” หรือ “นอนไม่หลับ” เป็นระยะเวลานาน ผลพ่วงจากความเครียดสะสมจากการปรับตัวรับนิวนอร์มอล “รับประทานทานอาหารไม่มีประโยชน์” จำพวกอาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป  ขนมขบเคี้ยว และพฤติกรรมทานซ้ำ ทานด่วนบ่อย ส่วนมากมักเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ปรุงโดยการทอดหรือผัด ที่มักมีไขมันสูงทำให้อ้วนลงพุง ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็ง  และ“ไม่ออกกำลังกาย” หรือ “ขยับร่างกายน้อยในแต่ละวัน” เนื่องจากไม่สามารถบริหารจัดการเวลาได้ มักหมดเวลาไปกับการทำงาน ขยับตัวน้อย หรือแทบไม่ได้ขยับตัวเคลื่อนไหวออกนอกบ้าน  

อย่างไรก็ดี โรคมะเร็งยังคงเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยมากสุดในแต่ละปี และคาดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุการเกิดโรคมะเร็ง 70% มาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้ข้อมูลกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบ 5 อันดับโรคมะเร็งที่เป็นปัญหาสำหรับคนไทยจากพฤติกรรม ในผู้ป่วยเพศชาย คือ 1. มะเร็งตับ 2. มะเร็งปอด 3. มะเร็งลำไส้ใหญ่ 4. มะเร็งที่ทวารหนัก และ 5. มะเร็งช่องปาก ขณะเดียวกัน ในผู้ป่วยเพศหญิง คือ 1. มะเร็งเต้านม 2. มะเร็งลำไส้ใหญ่ 3. มะเร็งปากมดลูก 4. มะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ และ 5. มะเร็งตับ เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งลุกลามโดยไม่รู้ตัว หรือหากรู้ก่อนก็จะสามารถควบคุมและรักษาให้หายได้ รพ.มะเร็งชีวามิตรา แนะ 3 ข้อ เลี่ยง ลด เสริม เพื่อลดภาวะความเสี่ยงจากมะเร็ง พฤติกรรมที่ทำร้ายร่างกาย ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่

เลี่ยง… เสี่ยงมะเร็ง ขณะที่หลายบริษัทมีมาตรการให้พนักงานทำงานที่บ้าน ส่งผลให้การทำกิจกรรมต่าง ๆ อาจต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด ร่วมกับส่วนรวม หรือครอบครัว หลีกเลี่ยงการสูดดมควันพิษที่มีสารก่อเกิดมะเร็ง อาทิ ควันจากบุหรี่ หรือควันจากธูป ภายในบ้าน หรือบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากในยุคที่หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน กิจกรรมต่าง ๆ อาจอยู่ในพื้นที่จำกัด เช่นการสูบบุหรี่ในบ้าน หรือระเบียงคอนโด เป็นต้น   เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 และเศรษฐกิจที่คาดเดาไม่ได้ อาจส่งผลให้หลายคนหันหน้าไปพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อคลายเครียดเพิ่มขึ้นและลีกเลี่ยงการขับถ่ายไม่เป็นเวลา หรือท้องผูกบ่อย ๆ จากการทานอาหารที่ไม่สดใหม่ หรืออาหารค้างคืน เกิดจากการทำงานเพลิน ขยับตัวน้อย ทานอาหารที่มีกากใยน้อย

ลด… บริโภคอาหารร้ายที่มะเร็งรัก โดยเฉพาะในช่วงกักตัว ที่หลายบ้านต้องเลือกสั่งอาหารจากแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ อาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง อาหารปรุงซ้ำ ลดอาหารที่มีส่วนผสมสารไนโตรชามีนในเนื้อสัตว์แปรรูป อาทิ ไส้กรอก แฮม เบคอนกุนเชียง เป็นต้น จากเมนูอาหารที่มาพร้อมโปรโมชั่นผ่านการขายเดลิเวอรี่ กระตุ้นความต้องการผู้บริโภค ลดอาหารที่มีส่วนผสมสารไฮคาร์บอนจากอาหารที่ไหม้เกรียม และน้ำมันที่ทอดซ้ำกันหลายรอบ  ลดอาหารที่มีส่วนผสมสารอัลฟาทอกชิน ในอาหารแห้งที่อับชื้น เช่น ถั่วป่น พริกป่น หรือกุ้งแห้ง ลดอาหารที่มีสารเคมีจากอาหารหมักดอง เช่น ผัก และผลไม้ดอง แหนม ปลาร้า และลดทานอาหารที่ไม่สุก เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมพยาธิก่อให้เกิดมะเร็ง อาทิ ลาบเลือด ปลาน้ำจืดดิบ หรือผักสดที่ล้างไม่สะอาด

เสริม… ป้องกัน ห่างไกล สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ไม่อาจคาดเดาได้ ดังนั้นการเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในยุคนิวนอร์มอลจึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจเพิ่มขึ้น   ทานผักและผลไม้อย่างน้อย สี ต่อวัน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจากวิตามิน เกลือแร่ และสารพฤกษเคมีหลายชนิด   เสริมการทานข้าวแป้งและธัญพืชที่ไม่ขัดสี เนื่องจากมีกากใยช่วยในการขับถ่าย สารอนุมูลอิสระ และสารพฤกษเคมีหลายชนิด  เสริมการปรุงแต่งรสชาตอาหารด้วยใช้เครื่องเทศ แทนการใช้ผงปรุงรสในปริมาณที่มากเกิน   เสริมการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เสริมการผ่อนคลายร่างกายและสมองจากงาน เพื่อลดภาวะความเครียดที่พบเจอแต่ละวันด้วยกิจกรรมที่ชื่นชอบ อาทิ ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมส์ เป็นต้น   เสริมการนอนพักผ่อนเป็นเวลา เพียงพอ และเหมาะกับร่างกายแต่ละช่วงวัยและ ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชัยวุฒิ ยกบุหรี่ไฟฟ้าเทียบกรณีไฟเซอร์-ATK เปรยต่างประเทศถูกกม.หมดแล้ว
บทความถัดไปติ๋ว อรสา เผยนาทีเฉียดตาย เส้นเลือดในสมองแตก หวิดเป็นอัมพาตครึ่งซีก