อธิบดี พช. เยี่ยมศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนเมืองคอนและโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา พร้อมมอบทุนอุปการะ

วันที่ 8 ตุลาคม 2564 นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศศิธร จันทมฤก ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายชัยวัฒน์ แสงศรี ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ผู้อำนวยการสำนัก/กอง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรวจเยี่ยมศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน บ้านควนเนียง หมู่ 12 ตำบลนาไม้ไผ่ อำเภอทุ่งสง และตรวจเยี่ยมโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา อำเภอพรหมคีรี พร้อมมอบทุนอุปการะเด็ก กองทุนพัฒนแฉาเด็กชนบท จำนวน 30 ทุน โดยมี นายจรัญ อินทสระ พัฒนาการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายเกรียงศักดิ์ รักษ์ศรีทอง นายอำเภอพรหมคีรี คณะกรรมการโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ตรวจเยี่ยมศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน บ้านควนเนียง หมู่ 12 ตำบลนาไม้ไผ่ อำเภอทุ่งสง พร้อมกล่าวว่า โครงการส่งเสริมการขับเคลื่อนการดำเนินงานผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 โดยจัดตั้งศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนเพื่อเป็นสถานที่บ่มเพาะภาวะผู้นำ ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และการบริหารจัดการชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นศูนย์ประสานงานภาคีเครือข่ายจิตอาสาพัฒนาชุมชนระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคีการพัฒนาในพื้นที่ทั้ง 7 ภาคส่วน โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง ด้วยการส่งเสริมผู้นำชุมชน กลุ่ม องค์กร เครือข่ายงานพัฒนาชุมชน ที่เป็นทุนทางสังคม ใช้พลังภูมิปัญญาให้เป็นพลังในการสร้างสรรค์งานพัฒนาชุมชน ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ รวมถึงการพัฒนาภาวะผู้นำ สร้างเสริมอุดมการณ์ทำงานเพื่อสาธารณะในรูปแบบผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อชุมชน มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการพัฒนาและเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

จากนั้นนายสมคิด จันทมฤก ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ซึ่งเป็นโรงเรียนให้การฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์ในเขตพื้นที่ภาคใต้ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2526 ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 16,250 คน มีทรัพย์สินหมุนเวียนประมาณ 213 ล้านบาท ลูกหนี้เงินกู้ 1,900 คน ลูกหนี้เงินกู้ 117 ล้านบาท มีการจัดสวัสดิการแก่สมาชิก ตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย และสงเคราะห์ คนพิการ ผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จัดซื้อที่ดินให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินและผู้ด้อยโอกาส จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และมีกิจกรรมเครือข่าย (การลงทุน) เช่น ศูนย์สาธิตการตลาด โรงแป้งขนมจีน โรงรับซื้อน้ำยาง และรมยาง โรงปุ๋ยชีวภาพ โรงน้ำดื่ม และการให้บริการสินเชื่อในการซื้อสินทรัพย์ให้กับสมาชิก นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานกองทุนชุมชน ที่มีผู้นำ กลุ่ม/องค์กร และหน่วยงานภาครัฐมาเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา จังหวัดนครศรีธรรมราช รับผิดชอบการเรียนการสอนโดยมีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง สงขลา กระบี่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล ภูเก็ต และจังหวัดพังงา โดยเปิดการฝึกอบรม 3 หลักสูตรคือ 1) การบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 2) การบริหารจัดการบัญชีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และ 3) การบริหารจัดการกิจกรรมเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตถือว่าเป็นงานหลักที่เป็นภาพลักษณ์หนึ่งของกรมการพัฒนาชุมชน เป็น DNA ของคน พช. ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 ซึ่งในการเยี่ยมชมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาในวันนี้ รู้สึกดีใจและขอขอบคุณกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาที่มีความเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการที่ดี สามารถเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา นายสมคิด จันทมฤก ได้มอบทุนอุปการะเด็ก กองทุนพัฒนาเด็กชนบท จำนวน 30 ทุนๆ ละ 1,500 บาท ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนได้เห็นถึงความสำคัญของเด็กก่อนวัยเรียนว่า เป็นวัยที่สำคัญและเหมาะสมในการปูพื้นฐาน เนื่องจากเป็นวัยที่ร่างกายและสมองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาเด็กชนบท เมื่อปี 2522 เพื่อเป็นกองทุนที่ให้ความช่วยเหลือเด็กก่อนวัยเรียนที่ครอบครัวยากจนและด้อยโอกาส ให้ได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึงและเหมาะสม และเมื่อปี 2536 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณารับกองทุนพัฒนาเด็กชนบทไว้ในพระราชูปถัมภ์ โดยกองทุนได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้สมทบกองทุนฯ เป็นประจำทุกปี และนำเงินกองทุนฯ ไปใช้ในการทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กก่อนวัยเรียน อายุแรกเกิดถึง 6 ปี โดยได้มอบทุนช่วยเหลือเด็กเล็กที่ยากจนและด้อยโอกาสในชนบทตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ซึ่งในสถานการณ์ในปัจจุบันประเทศ ต้องเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจ และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เงินอุปการะเด็กที่มอบ ให้แก่เด็กทั้ง 30 ราย ในวันนี้ จะเกิดประโยชน์แก่เด็กตามเจตนารมณ์ของกองทุนฯ ต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้MTC ขึ้นทำเนียบ ‘หุ้นยั่งยืน’ 3 ปีซ้อน ตอกย้ำธุรกิจยั่งยืน ลุยธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถหนุนผลงานโต 30% ต่อเนื่อง
บทความถัดไป‘ตรีนุช’ ขอตรวจสอบรอบด้าน ปมโซเชียลวิจารณ์หนังสือเรียน ม.3 ชี้นำการเมือง