เปรียบเทียบ Tools ทางการตลาดให้เห็นชัดๆ SEO และ SEM มีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ปัจจุบันธุรกิจออนไลน์เริ่มเข้ามามีบทบาทและอิทธิพลในสังคมอยู่มากพอสมควร ด้วยความที่ทุกอย่างถูกถ่ายโอนและกระทำธุรกรรมใดๆ ก็แล้วแต่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จึงทำให้ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากริเริ่มสร้างแบรนด์หรือก่อตั้งธุรกิจเป็นของตัวเองอาจจะรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัวอีกต่อไป ด้วยความที่ทุกสิ่งอย่างสามารถสร้างและโปรโมทผ่านโลกออนไลน์ แน่นอนขึ้นชื่อว่าเป็นธุรกิจเกิดใหม่ บางครั้งอาจมีความจำเป็นในการประหยัดต้นทุนและงบประมาณ หน้าร้านจึงยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นเท่ากับการเลือกโปรโมทแบรนด์ให้กลายเป็นที่รู้จักผ่านกลไกทางการตลาดออนไลน์ การทำ SEO และ SEM จึงเข้ามาเป็น 2 เครื่องมือทางการตลาดที่ตีคู่และสูสีกันมาเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เป็นตัวช่วยในการสร้างการรับรู้ (Awareness) ตลอดไปจนถึงนักการตลาดเองสามารถเลือกใช้ SEO และ SEM ในการเปลี่ยน Awareness ให้กลายเป็นโอกาสในการตัดสินใจซื้อหรือยอดขายได้ในที่สุด แต่ทั้งนี้ Tools ทางการตลาดทั้งสองตัวนี้จะมีจุดเด่นหรือความแตกต่างที่จุดไหน อย่างไรบ้าง บทความนี้มีข้อมูลดีๆ มาฝาก

ว่าด้วยเรื่องประสิทธิภาพของเว็บไซต์

หากคุณคือเจ้าของธุรกิจเกิดใหม่หรือนักการตลาดมือสมัครเล่นที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการ Digital Marketing แล้วละก็ ตัวเลือกของการทำ SEO และ SEM นั้นจะมีความแตกต่างกันตรงที่ SEO หรือ Seach Engine Optimization จะมีส่วนในการพัฒนาและขับเคลื่อนเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพแบบ “ยั่งยืน” มากกว่าการทำ SEM ทั้งนี้เนื่องจากการเลือกทำ SEM นั้นนักการตลาดจำเป็นจะต้องลงทุนภายใต้งบประมาณที่มากกว่า จ่ายค่าโฆษณาให้กับ Search Engine อย่าง Google และเมื่อใดก็ตามที่งบประมาณใกล้หมด แน่นอนว่าอันดับในการโปรโมทเว็บไซต์ก็จะหล่นลงตามไปด้วย ว่าง่ายๆ คือ งบประมาณถึง อันดับก็พุ่ง ซึ่งเปรียบเทียบกับการทำ SEO ที่เป็นการพัฒนาเว็บไซต์แบบ Organic หากทำถูกต้องตรงตามหลัก เป็นไปตามกฎที่เจ้าของแพลตฟอร์มกำหนดเอาไว้ ภายในหน้าเว็บไซต์มีการอัปเดตเนื้อหาให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ โอกาสที่อันดับของหน้าเว็บไซต์คุณจะยังคงติดอันดับการค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพด้วย SEO จะหนีไปไหนได้ละ จริงไหม?

ว่าด้วยเรื่องของยอดขายจาก SEO และ SEM

ตามที่เกริ่นไปบ้างแล้วในข้างต้น การเลือก Tools ทางการตลาดด้วย SEO และ SEM นั้นมีความแตกต่างกันที่งบประมาณและการลงทุน แม้ว่า SEM จะใช้งบประมาณและการลงทุนที่มากกว่า SEO แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เม็ดเงินถึง โอกาสที่หน้าเว็บไซต์หรือการโปรโมทใดๆ ก็แล้วแต่ของแบรนด์จะไปตรงหน้ากลุ่มเป้าหมายได้ง่าย รวดเร็วและเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ก็อาจจะมีหรือไม่มีโอกาสในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากเราก็ตามแต่ อย่างไรก็ตาม Tools ทางการตลาดด้วยวิธี SEM นั้นเปรียบเสมือนเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายมองเห็นและรู้จักแบรนด์เรา เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วโอกาสในการพัฒนากลายเป็นยอดขายก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon