ชป. เร่งระบายน้ำในลำตะคองและลำเชียงไกรลงสู่แม่น้ำมูล บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำในลำตะคองและลำเชียงไกร ลงสู่แม่น้ำมูลโดยเร็ว ลดผลกระทบพื้นที่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จนกว่าจะสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำท่าปริมาณมากไหลลงสู่ลำตะคอง ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ 7 อำเภอ ได้แก่ สีคิ้ว สูงเนิน เมืองนครราชสีมา คง ด่านขุนทด โนนไทย และโนนสูง ซึ่งก่อนหน้านี้กรมชลประทานได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ด้วยการพร่องน้ำในลำน้ำลำตะคองและลำบริบูรณ์ พร้อมกับหยุดการระบายน้ำจากเขื่อนลำตะคอง ตั้งแต่วัน 17 ตุลาคม 2564 เป็นต้นมา เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ท้ายเขื่อนลำตะคอง อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่อาจจะตกลงมาอีก รวมทั้งรักษาระดับน้ำในเขื่อนลำตะคองให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เขื่อนลำตะคอง จะระบายน้ำอีกครั้งในเกณฑ์ประมาณ 10 -20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วินาที) โดยไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ท้ายเขื่อน ทั้งนี้ น้ำที่ระบายจะเดินทางมาถึงอาคารแบ่งน้ำละลมหม้อใช้เวลาประมาณ 4 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายมากขึ้นแล้ว ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำด้านท้ายที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและมีน้ำท่า(Side Flow)ปริมาณมาก นั้น ปัจจุบันปริมาณน้ำสูงสุดได้เคลื่อนผ่านประตูระบายน้ำข่อยงามและประตูระบายน้ำจอหอแล้ว ส่งผลให้ปริมาณน้ำบริเวณอำเภอเมืองนครราชสีมา มีแนวโน้มลดลง หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2 – 3 วันนี้

สำหรับการช่วยเหลือเร่งระบายน้ำ กรมชลประทานได้นำเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งเพิ่มเติมบริเวณประตูระบายน้ำต่างๆ เพื่อเร่งระบายน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำมูลโดยเร็ว ดังนี้

จุดที่ 1 ประตูระบายน้ำข่อยงาม ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 5 เครื่อง สามารถเพิ่มอัตราการไหลรวม 5.75 ลบ.ม./วินาที ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง อัตราการสูบน้ำรวม 800 ลบ.ม./ชั่วโมง

จุดที่ 2 ประตูระบายน้ำจอหอ ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 3 เครื่อง สามารถเพิ่มอัตราการไหลรวม 3.45 ลบ.ม./วินาที ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 10  นิ้ว 1 เครื่อง อัตราการสูบน้ำรวม  500 ลบ.ม./ชั่วโมง  และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 12 นิ้ว 1 เครื่อง อัตราการสูบน้ำรวม  800 ลบ.ม./ชั่วโมง

จุดที่ 3 ประตูระบายน้ำกันผม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำประเภท Hydroflow  ขนาด 28 นิ้ว 1 เครื่อง และขนาด 24 นิ้ว อีก 1 เครื่อง อัตราการสูบน้ำรวม 2.50 ลบ.ม./วินาที และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว 2 เครื่อง อัตราการสูบน้ำรวม 800 ลบ.ม./ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำอีก 4 เครื่อง เพิ่มอัตราการไหลรวม 4.60 ลบ.ม./วินาที เพื่อเร่งระบายน้ำในลำตะคอง ช่วงที่ไหลผ่านตัวเมืองนครราชสีมาลงสู่แม่น้ำมูลให้เร็วที่สุดต่อไป

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) อำเภอโนนไทย ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯประมาณ 22.15 ล้าน ลบ.ม. ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำด้านท้ายอ่างฯ หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติภายใน 4 – 5 วัน กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 2 จุดในลำเชียงไกร รวม 14 เครื่อง เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังลงสู่แม่น้ำมูลต่อไป

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ รวมทั้งสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางในการบรรเทาความเดือดร้อนและการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำไว้ในแหล่งน้ำและอ่างเก็บน้ำทุกแห่งให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการ หรือหากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานชลประทานที่ 8 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง หรือสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon