‘สสส.-สปสช.’ ผุดระบบ ‘Persona Health สื่อเฉพาะคุณ’ สกัด ‘เฟคนิวส์’ เพิ่มโอกาสเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง

เป็นที่น่าจับตามองอย่างมากสำหรับระบบ “Persona Health สื่อเฉพาะคุณ” ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกันผลักดันเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อช่วยให้คนไทยได้เข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ใช่และตรงกับตัวเอง โดยจุดเด่นของระบบนี้คือ คลังข้อมูลสุขภาพกว่า 10,000 ชิ้น แฝงเอาไว้ในแอพพลิเคชั่น “สปสช.” ซึ่งจะทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) ประวัติส่วนบุคคลจากฐานข้อมูลของ สปสช. เพื่อส่งต่อข้อมูลให้เจ้าของแอพพ์ ได้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่มากขึ้น จนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะเข้าถึงคนไทยกว่า 48 ล้านคน

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ขณะนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีส่วนที่ทำให้คนหันมาดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น คนเริ่มค้นหาข้อมูลทางสุขภาพเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่างๆ จากหลากหลายช่องทางมากขึ้น โดยเฉพาะช่องทางอินเตอร์เน็ต ข้อดีคือสะดวกรวดเร็วในการรับและส่งข่าวสาร แต่ข้อเสียในยุคที่ข้อมูลข่าวสารอยู่ใกล้มือแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นภัยที่ท้าทายให้กับสังคม เพราะอาจก่อให้เกิด “ข่าวปลอม (Fake News)” ได้ง่ายขึ้น

ความร่วมมือ “Persona Health คัดข้อมูลสุขภาพที่ใช่ ให้ตรงกับตัวคุณ” จึงเกิดขึ้น เพื่อช่วยให้คนไทยเข้าถึงสื่อสุขภาวะได้ตลอด 24 ชั่วโมง และทำให้เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัว โดยงานเปิดตัวระบบ Persona Health เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นำโดย “ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์” ผู้จัดการ สสส. และ “นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช.” ได้ร่วมพูดคุยถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลกับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ รวมไปถึงตัว Persona Health ที่ว่านี้ จะเอื้อประโยชน์ด้านสุขภาพและป้องกันโรคให้กับคนไทยได้มากน้อยแค่ไหน

“สุขภาพเราสำคัญที่สุด เราต้องดูแลตัวเอง พึ่งผู้เชี่ยวชาญคงไม่พอ การที่จะดูแลตัวเองได้ต้องมีความรอบรู้ รู้ข้อมูลที่สำคัญที่ควรรู้ ซึ่งข้อมูลทุกวันนี้อยู่ในระบบดิจิทัลเกือบทั้งหมด ถึงจะมีหนังสือมีงานวิจัยแต่การเข้าถึงนั้นยากกว่า แต่ทั้งหมดก็เป็นส่วนสำคัญของการรับรู้ข้อมูลในโลกทุกวันนี้” เป็นประโยคที่ “ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์” หยิบยกขึ้นมาพูดคุยในช่วงแรกๆ ที่เริ่มงาน โดยมองว่า หากนำชุดความรู้ ชุดเครื่องมือต่างๆ ของ สสส. ที่สะสมมาตลอด 20 ปี ไม่ว่าจะเป็นแอพพ์ที่สามารถเอาไปส่อง QR Code ของอาหารมันเค็มแล้วแสดงออกมาเป็น QR Code สามสี (แดง, เหลือง และเขียว) คู่มือในการที่จะให้พ่อแม่พูดคุยเรื่องเพศกับลูกได้ วิธีการเลิกบุหรี่ให้ได้ เป็นต้น ไปจับคู่กับประวัติส่วนบุคคล (Matching Personal Profile) และข้อมูลการสร้างเสริมสุขภาพที่ถูกต้อง ของ สปสช.จะช่วยให้ประชาชนตระหนักรู้ด้านสุขภาพและการดูแลตนเองในเบื้องต้นได้

เรียกได้ว่า Persona Health จะเป็นสื่อที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล โดยระบบจะจัดส่งข้อมูล-ความรู้ทางสุขภาพที่จำเป็นให้กับผู้ใช้แอพพ์อย่างสม่ำเสมอเมื่อมีการเข้าใช้แอพพ์ ซึ่งขณะนี้ตัวระบบ คือเวอร์ชั่นที่ 1.0 มีข้อมูลตั้งต้นสำคัญๆ แล้ว เช่น เพศ อายุ ผู้หญิงในช่วงวัยนี้มีความจำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งหรือไม่ หรือผู้ป่วยเบาหวาน อาหารเสริมอะไรมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น ทั้งนี้ ในอนาคต Persona Health จะเชื่อมโยงกับแอพพ์เป๋าตังด้วย รวมถึงบริษัทที่สนใจอยากจะนำเครื่องมือนี้ไปจับคู่กับฐานผู้รับประกันตน/ฐานข้อมูลบุคคล เช่น บริษัทประกัน นอกจากนี้ อาจพัฒนาไปถึงขั้นที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบโรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถติดตามบุตรหลานที่โรงเรียนได้

ดร.สุปรีดา กล่าวอีกว่า สสส. สะสมสมบัติอย่างหนึ่งคือสารสุขภาพ ชุดความรู้ต่างๆ ปัจจุบันเมื่อมีเทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถช่วยจัดกลุ่มให้เหมาะสมกับข้อมูลด้านสุขภาพแต่ละบุคคลมากขึ้น แล้วส่งต่อในรูปแบบที่ก่อให้เกิดประโยชน์กว้างขวางไปกว่าเดิมได้ สสส. ก็ต้องช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ล่าสุดจึงใช้ Persona Health เป็นเครื่องมือสำคัญ เพราะจากข้อมูล Global Review 2021 ที่พบว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นอันดับ 9 ของโลก เฉลี่ยเป็นเวลาวันละ 8 ชั่วโมง 44 นาที เชื่อว่าหากมีแอปฯ ที่ช่วยให้คนไทยสุขภาพดี เป็นช่องทางเฉพาะ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในมิติต่างๆ ได้ต่อไป

ขณะที่ด้าน “นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารีก็เล็งเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาประกอบกับการดำเนินงานของ สปสช. ซึ่งขณะนี้ สปสช. มีข้อมูลประชากรอยู่ประมาณ 48 ล้านคน เชื่อมั่นเช่นเดียวกันว่า ถ้าสามารถผูกข้อมูลของพี่น้องประชาชนกับข้อมูลสุขภาพที่จำเป็น หรือใช้เทคโนโลยีบางอย่างเพื่อที่จะบอกให้พี่น้องประชาชน ที่อยู่ในกลุ่มเพศ วัยที่เป็นเป้าหมาย รู้ว่าควรจะดูแลสุขภาพอย่างไร จะช่วยเรื่องของการเข้าถึงสิทธิและการเข้าถึงการบริการของประชาชนได้มากขึ้น

“บทบาทของ สปสช. กับ สสส. ตรงกันในเรื่องที่จะทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี เข้าถึงบริการได้ ในส่วนของ สปสช. มีกระบวนการที่จะจัดงบประมาณส่วนหนึ่งให้กับพี่น้องประชาชน ดูแลสุขภาพก่อนป่วย การเชื่อมโยงกับชุดความรู้ของ สสส. เพื่อแนะนำการปฏิบัติตัว ก็เชื่อว่าจะช่วยเสริมกัน ทำให้คนที่ไม่ป่วยสามารถดูแลตัวเองได้ดีขึ้น จะเห็นได้ว่าในแอพพ์ สปสช. มีจุดเชื่อมอยู่หลายจุด ซึ่งกำลังเชื่อมไปถึงแอพพ์เป๋าตัง และต่อไปก็จะเชื่อมต่อไปยัง สสส. ดังนั้น หากคลิกเข้าไป ก็จะได้ข้อมูลเลยว่า ควรจะได้รับการตรวจอะไรบ้าง หรือควรจะได้รับความรู้อะไรบ้าง หากท่านเป็นผู้หญิงที่อยู่ในวัยอายุมาก อาจจะต้องตรวจมะเร็งปากมดลูก เราก็จะมีข้อแนะนำให้ไปตรวจและตรวจที่ไหนได้บ้าง ประกอบกับมีชุดความรู้ของ สสส. เข้าไปเสริมว่าจะต้องดูแลสุขภาพอย่างไร เป็นต้น”

ต่อไประบบ Persona Health จะกลายเป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพที่ทุกคนสามารถพกติดตัวไปด้วยที่ไหนก็ได้ แค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “สปสช.” มี Persona Health ก็เหมือนได้ซื้อสุขภาพให้ตัวเอง รู้เร็ว พบเร็ว รักษาเร็ว ย่อมมีผลดีมากกว่ารอให้เจ็บป่วยแล้วมารักษาอย่างแน่นอน

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon