‘สสส.’ ผนึกกำลัง ‘เครือข่ายองค์กรงดเหล้า’ ชวนคนไทยออกพรรษาลาเหล้า เข้าสู่ชีวิตใหม่

“ลูกเคยมาขอร้องให้พ่อกับแม่เลิกดื่มเหล้า เวลาเขาเห็นสภาพตอนที่เราดื่ม เขาก็พูดขอร้องตลอดว่าเลิกดื่มเหล้าเถอะแม่ มันไม่ดี สามีก็เคยห้าม แต่ห้ามเราไม่ได้ กลายเป็นทะเลาะกันก็มี” 

นี่คืออดีตของ ศิริลักษณ์ ภูสิ้นลาย สาวนักดื่มลูกสองวัย 34 ปี ที่ดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ 13 ปี เริ่มจากเพื่อนชวนดื่มเรื่อยๆ จากดื่มนิดๆ หน่อยๆ ก็เพิ่มปริมาณขึ้น รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนติดเหล้า เลิกไม่ได้ ทั้งที่ทราบดีว่าดื่มเหล้าแล้วจะปวดท้องเพราะเป็นโรคกระเพาะ แต่ก็ยังดื่มต่อ ผลกระทบที่ตามมาคือครอบครัวไม่มีความสุข ทะเลาะกันบ่อย เพราะสามีก็ดื่มเหล้าเช่นกัน

เรื่องราวเหล่านี้เหมือนหนังเรื่องเดิมที่ฉายซ้ำวนไปมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับครอบครัวของศิริลักษณ์เท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่พบเจอได้บ่อยในสังคมไทย ซ้ำร้ายบางครอบครัวถึงขั้นมีความรุนแรงร่วมด้วย โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2563 เผยว่า สถิติความรุนแรงในครอบครัวจากข่าวหนังสือพิมพ์ครึ่งปีแรกของปี 2563 ชี้ว่า 21% ของความรุนแรงในครอบครัวมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้น

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนไทยอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นพ้องต้องกันว่า จะดีกว่าไหมถ้าเปลี่ยนจากการงดเหล้าเพียง 3 เดือนช่วงเข้าพรรษา เป็นการงดเหล้าอย่างต่อเนื่อง บวกกับสถานการณ์โควิด-19 ที่การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม จึงเกิดเป็นเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการรณรงค์งดดื่มอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ชุมชนคนสู้เหล้า” และพัฒนาต่อยอดเป็น “ชมรมคนหัวใจเพชร” ที่เป็นการรวมตัวของผู้คนที่สามารถเลิกเหล้าได้สำเร็จ

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์งดดื่ม สสส. และ สคล. จึงร่วมกันจัดเสวนาออนไลน์ “ออกพรรษาลาเหล้า..เข้าสู่ชีวิตใหม่” เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ชูโมเดล “3 ช” คือ ชวน ช่วย เชียร์ ส่งเสริมให้คนไทยเลิกเหล้าพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของคนหัวใจหินงดเหล้าครบพรรษา โดยมีผู้บริหาร สสส. สคล. และ ศิริลักษณ์ ที่ปัจจุบันเลิกเหล้าได้สำเร็จ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์

วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกำกับทิศทางแผนงานรณรงค์เพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สะท้อนบทบาทของช่วงโควิด-19ว่า สสส. และ สคล. ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการรณรงค์งดดื่มเหล้า และวิธีการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน  สสส. และภาคีเครือข่าย พยายามคิดค้นรูปแบบการรณรงค์ที่สามารถทำได้โดยไม่เพิ่มความเสี่ยง เช่น เปลี่ยนเป็นจัดกิจกรรมออนไลน์แทน โดยมีทั้งการถอดบทเรียน สรุปบทเรียน การจัดการความรู้ และเพิ่มเทคโนโลยีเข้ามามากขึ้นในการรณรงค์ เพื่อลดการพบเจอ ลดความเสี่ยงจากโควิด พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของทีมงานในการรณรงค์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ด้าน ธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เล่าเส้นทางในการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2564 สสส. และ สคล. ว่าได้ดำเนินงานโดยมีการสร้างความร่วมมือกับภาคีและหน่วยงานภาครัฐ ทั้งองค์กรส่วนท้องถิ่น โรงงานอุตสาหกรรม และสถานศึกษา ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 แห่ง และชุมชนกว่า 500 แห่ง พบว่ามีคนเข้าร่วมงดเหล้าครบ 3 เดือน กว่า 16,000 คน นับว่าเป็นผลตอบรับที่ดีมาก

“ผลที่ได้ของแต่ละครอบครัวมากกว่าตัวเงิน ไม่ใช่แค่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เท่านั้น แต่คือความสุขของคนในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น” ผู้จัดการ สคล. เผย ส่วน ศิริลักษณ์ ตัวแทนของ “คนหัวใจหิน” หมายถึงผู้ที่เข้าร่วมการงดเหล้าเข้าพรรษาได้สำเร็จใน 3 เดือน มุ่งหน้าสู่การเป็น “คนหัวใจเพชร” ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเลิกเหล้าตลอดชีวิต เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจลาขาดจากเหล้าว่า ทั้งตนเองและสามีดื่มเหล้ากันทั้งคู่ ทำให้การเงินขัดสน แถมครอบครัวยังการทะเลาะกันจนไม่มีความสุข จนวันที่เลิกดื่มเหล้าได้สำเร็จ ก็สังเกตว่ามีเงินเพิ่มขึ้น ทำให้มีเงินเก็บไว้หยอดกระปุกเพื่ออนาคตของลูก เก็บเงินให้ลูกเรียนหนังสือ จึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเลิกดื่มเหล้าตลอดไป

“ถึงแม้ครอบครัวจะยังไม่แน่ใจว่าเราจะเลิกได้ไหม เราก็จะเอาชนะใจเขาให้ได้” ศิริลักษณ์ย้ำหนักแน่น จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งคนหัวใจหินและคนหัวใจเพชรในงานเสวนาออนไลน์ แต่ละคนเริ่มต้นเข้าสู่วงจรของการดื่มเหล้าตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากเพื่อน เช่น เพื่อนชักชวน หรือเกรงใจเพื่อนจนไม่กล้าปฏิเสธ สสส. และ สคล. ต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผู้ดื่มเหล้าให้ก้าวสู่การเป็นคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าได้อย่างต่อเนื่องหรือตลอดชีวิต จึงได้ร่วมมือกับหลายภาคี หากิจกรรมให้ทุกคนที่เข้าร่วมได้สิ่งดีๆ กลับไป ทั้งสุขภาพกายและใจที่ดี ความรู้สึกปลอดภัย การป้องกันตนเอง รวมทั้งมีการส่งเสริมอาชีพให้คนที่เลิกเหล้าอีกด้วย

การเลิกเหล้าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินจะฝ่าฟันไป หลายๆ คนอาจใช้พลังใจจากคนในครอบครัว ความรัก หรือความห่วงใยของลูกมาเป็นแรงผลักดันให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากเย็นแสนเข็ญนี้ไปได้  และเชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงให้คนที่ติดเหล้าสามารถหลุดพ้นจากวงจรเหล่านั้นและเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon