ฟอร์ติเน็ตตั้งเป้ารุกหนักในตลาดองค์กรในปี 2565

พีระพงศ์ จงวิบูลย์ (ซ้าย) และภัคธภา ฉัตรโกเมศ (ขวา)

ยกระดับสำนักงานในไทยให้บริการในภูมิภาคอาเซียน ส่งให้ฟอร์ติเน็ตในไทยมีธุรกิจแบบก้าวกระโดดและให้ยอดขายติด 1 ใน 3 ของอาเซียน  

ฟอร์ติเน็ตแต่งตั้งคุณภัคธภา ฉัตรโกเมศเป็นผู้จัดการประจำประเทศไทยคนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เป็นต้นไป  เพื่อเสริมแผนฟอร์ติเน็ตพลิกเกมการแข่งขันในประเทศไทย ตั้งเป้าการเจริญเติบโตของธุรกิจที่ 30% ถึง 40% ในปีพ.ศ. 2565

ภัคธภามองเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจในตลาดองค์กรขนาดเอ็นเตอร์ไพรส์ในหลายอุตสาหกรรม จากสถานการณ์ที่โลกยังจำเป็นต้องเดินหน้าปฏิรูปสู่ดิจิทัล สถานการณ์ความจำเป็นของพนักงานที่ต้องทำงานที่บ้านและจากทางไกลอันเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 การใช้งานเครือข่าย 5จี และการใช้คลาวด์คอมพิวติ้งในการประมวลข้อมูลขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังตกเป็นเป้าหมายสำหรับภัยขั้นสูงเข้าคุกคามมากขึ้น โดยวางแผนนำเสนอประโยชน์จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยและโครงข่ายซีเคียวริตี้แฟบริคของฟอร์ติเน็ตป้อนตลาดให้ทั่วถึง

ภัคธภาวางแผนเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด 30% ในกลุ่มลูกค้าภาครัฐและ 40% ในกลุ่มตลาดผู้ให้บริการโทรคมนาคมและสูงถึง 50% ในตลาดการเงินการธนาคารและ 50% ในตลาดองค์กรระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ โดยใช้กลยุทธ์เชิงรุกอันรวมถึงการทดแทนอุปกรณ์ของคู่แข่ง เพิ่มจำนวนพันธมิตรที่มุ่งเน้นตลาดองค์กร เน้นผลประโยชน์จากความร่วมมือระดับโลกของพันธมิตร อาทิ Microsoft Azure และ Google Cloud และ Amazon Web Services (AWS) และเพิ่มจำนวนทีมขายเพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าในทุกอุตสาหกรรมได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ เน้นสร้างความไว้วางใจในฟอร์ติเน็ต ซึ่งนำไปสู่แผนการจัดการฝึกอบรมขั้นสูงเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องให้แก่พนักงาน เพื่อเสริมทักษะให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้ที่ลูกค้าจะยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญและเข้าใจในสภาพแวดล้อมการใช้งานเครือข่าย ระบบและแอปพลิเคชันขององค์กรเป็นอย่างดี สามารถให้คำปรึกษาที่เชื่อถือได้

ฟอร์ติเน็ตได้เริ่มธุรกิจในประเทศไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 และมุ่งสร้างให้มีศักยภาพในการสนับสนุนธุรกิจทั้งทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ “Intelligence Lab Experience Center” ที่สำนักงานในประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วยโซลูชันต่างๆ ที่เชื่อมต่อกันผ่าน Fortinet Security Fabric เพื่อสร้างโมเดลและสาธิตการทำงานของโซลูชันต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าในในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่นับวันจะทวีความซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่าย สำนักงานสาขา ระบบคลาวด์ แอปพลิเคชัน ระบบเว็บและอีเมล อุปกรณ์ปลายทาง และ IoT รวมไปถึงสามารถผสานการทำงานร่วมกับโซลูชันของบุคคลที่สาม ได้อย่างไร้รอยต่อ  จึงสามารถตอบสนองปฎิธานขององค์กรในการช่วยเหลือพันธมิตรและองค์กรในประเทศไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีด้านป้องกันภัยไซเบอร์ใหม่ๆ และสามารถรับมือกับภัยคุกคามขั้นสูงได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังได้ยกระดับสำนักงานในประเทศให้เป็นศูนย์กลางการดำเนินงาน “Southeast Asia Hub” ที่รวมทีมสนับสนุนด้านเทคนิค ทีมการตลาด และทีม Technical Assistance Center (TAC) รองรับธุรกิจในอาเซียน  ซึ่งภัคธภาเห็นว่าทีม TAC ที่พูดภาษาไทยมีความสำคัญมากในการข่วยลูกค้าชาวไทยเริ่มขั้นตอนใช้โซลูชันได้เร็วขึ้น จึงช่วยขยายธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้น

พีระพงศ์ จงวิบูลย์ รองประธาน แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกงเสริมว่า “ประเทศไทยได้สร้างอัตราการเจริญเติบโตมาโดยตลอด โดยสามารถให้ยอดรายได้สูงติด 1 ใน 3 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกง จากการที่องค์กรในประเทศไทยยังจำป็นต้องใช้โซลูชันด้านความปลอดภัยอีกเป็นจำนวนมากเพื่อให้สามารถแข่งขันพัฒนาทันประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค จึงเชื่อมั่นว่าธุรกิจของฟอร์ติเน็ตยังจะขยายตัวได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้”

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon