ซีพีเอฟ ชูนวัตกรรมการเลี้ยงกุ้ง 4.0 ส่งมอบกุ้งสด สะอาด ปลอดภัย ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยง

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ซีพีเอฟ เดินหน้ายกระดับมาตฐานคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์กุ้ง ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่กับระบบการเลี้ยงและการจัดการ ส่งมอบกุ้งคุณภาพดี  สะอาด ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคทั่วโลก ปลอดสารตกค้าง ยาปฏิชีวนะ และมาจากการผลิตที่รับผิดชอบ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“ในวันนี้ กุ้งจากซีพีเอฟ เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลก เพราะสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และด้านความยั่งยืน” น.สพ.สุจินต์ ธรรมศาสตร์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าว พร้อมกับอธิบายถึงหัวใจของการเลี้ยงสัตว์ของซีพีเอฟ ไม่ว่าจะเป็นไก่ หมู หรือ กุ้ง ต่างก็มีจุดร่วมเดียวกัน คือ สายพันธุ์ที่ดี ระบบการเลี้ยง และการป้องกันโรคที่ดี ยึดหลักสวัสดิภาพสัตว์ ทำให้สัตว์ที่เลี้ยงมีสุขภาพที่ดี อยู่อย่างสุขสบายตลอดการเลี้ยง จึงไม่จำเป็นจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

ซีพีเอฟ ได้ทุ่มเททำงานร่วมกับนักวิจัยและนักวิชาการชั้นพัฒนาสายพันธุ์กุ้ง มาตั้งแต่ปี 2547 จนสามารถมีพันธุ์กุ้งที่แข็งแรง ปลอดโรค ปลอดภัย และมีอัตราการเติบโตเร็ว ประกอบกับการพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย กุ้งมีอัตราเติบโตได้เร็วที่สุดในโลก ตอบโจทย์การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกร

 

ซีพีเอฟยังได้นำโปรไบโอติกฟาร์มมิ่ง ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหารมาใช้ สร้างสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ของกุ้ง เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กุ้งมีสุขภาพดี แข็งแรง ต้านทานโรค ควบคู่ไปกับระบบการเลี้ยงภายใต้หลัก “3 สะอาด” ซึ่งเป็นแนวทางการเลี้ยงกุ้ง ที่บริษัทฯ ได้ศึกษาค้นคว้าวิจัยร่วมกับภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเกษตรกร เพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาดในฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ประกอบด้วย  “ลูกกุ้งสะอาด” การพัฒนาลูกพันธุ์กุ้งที่แข็งแรง โตเร็ว ปลอดจากเชื้อ ของบริษัท ตามด้วย  ”น้ำสะอาด” การบริหารจัดการน้ำในบ่อเลี้ยงให้สะอาด ปลอดจากเชื้อก่อโรค เหมาะสมต่อการเติบโตของกุ้ง และสุดท้ายคือ “พื้นบ่อสะอาด”  ไม่เป็นแหล่งสะสมของเสียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค

นสพ. สุจินต์ เสริมว่า อีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จของซีพีเอฟ คือ การจัดการฟาร์มกุ้งที่ดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งซีพีเอฟใช้ระบบการเลี้ยงกุ้งในโรงเรือนระบบปิดที่มีระบบควบคุมสภาพแวดล้อม อุณหภูมิในบ่อที่เหมาะกับกุ้งเป็นสัตว์เลือดเย็น ไม่ชอบสภาพแวดล้อมที่ผันผวน และการเลี้ยงกุ้งในโรงเรือน ช่วยป้องกันพาหะของโรคได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และอากาศ ช่วยทำกุ้งอยู่สบายตลอดเวลา สามารถกินอาหารและเติบโตได้อย่างเต็มที่

ซีพีเอฟยังได้นำระบบหมุนเวียนน้ำหรือการรีไซเคิลน้ำมาใช้ในฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ซึ่  โดยนำใช้ระบบกรองน้ำอัลตราฟิลเตรชัน (Ultra Filtration : UF) เพื่อกรองน้ำให้สะอาด เหมาะสมสำหรับนำมาใช้ในบ่อเลี้ยงกุ้ง และสามารถหมุนเวียนน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ได้ ช่วยลดการพึ่งพาน้ำจากภายนอก และลดความเสี่ยงของโรคที่มาจากแหล่งน้ำภายนอก โดยไม่มีการปล่อยของเสียจากการเลี้ยงออกไปสู่ภายนอก หรือที่เรียกว่า Zero Discharge  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังใช้ระบบ ไบโอฟล็อค  (Biofloc) โดยนำจุลินทรีย์ที่ดีและเป็นประโยชน์กับกุ้ง ช่วยย่อยสลายเศษอาหาร และของเสียในบ่อกุ้ง ทำให้สภาพแวดล้อมสมดุลเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกุ้งอยู่ตลอดเวลา ลดการเปลี่ยนถ่ายน้ำระหว่างการเลี้ยงได้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น ไฮโดรโฟน หรือไมโครโฟนใต้น้ำเพื่อฟังเสียงกุ้งที่อยู่น้ำ ช่วยติดตามพฤติกรรมการกินของกุ้ง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบการให้อาหารอัตโนมัติ ลดปริมาณอาหารส่วนเกิน และการใช้กล้องใต้น้ำ ดูขนาด และน้ำหนักของกุ้ง และสิ่งปฏิกูลที่อยู่ใต้ก้นบ่อ การวัดค่าออกซิเจนในน้ำ และคุณภาพน้ำ ทำให้การจัดการความสมดุลในบ่อ และจับด้วยการใช้ระบบท่อดูดกุ้งขึ้นมา เพื่อลดการสัมผัสของคน พร้อมส่งตรงจากบ่อไปยังตลาด และจุดขาย และร้านค้าแบบวันต่อวัน เพื่อให้ได้กุ้งที่สด สะอาด ปลอดภัยส่งตรงถึงมือผู้บริโภค

ซีพีเอฟได้พัฒนาและถ่ายทอดระบบการเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพสูง CPF Combine ให้แก่เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้  ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ  เช่น เวียดนาม ฟิลลิปปินส์ โดยได้นำทีมนักวิชาการเข้าไปให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ฟาร์มรายย่อยสามารถนำระบบไบโอซีเคียวริตี้และการใช้ระบบการหมุนเวียนน้ำไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างฟาร์ม ปรับวิธีการเลี้ยง ให้เหมาะสมกับพื้นที่ สภาพภูมิประเทศ และศักยภาพของตน ช่วยให้เกษตรกรรายย่อย มีผลผลิตกุ้งเพิ่มขึ้น สามารถมีรายได้ที่มั่นคง และผลิตกุ้งคุณภาพดีสู่ผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon