โครงการ Young Health Programme เดินหน้าป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทย

16.12.21 | 17:43 น.
  • องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งดำเนินงานเพื่อรณรงค์ป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในเด็กและเยาวชน
  • ความคืบหน้าที่สำคัญในช่วง 2 ปีแรกของโครงการซึ่งดำเนินงานใน 7 พื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ เขตจตุจักร, บางเขน, หลักสี่, วัฒนา, คลองเตย, อำเภอพระประแดง และอำเภอเมืองสมุทรปราการ
  • ภายใต้กรอบระยะเวลา 5 ปี โครงการคาดหวังที่จะสร้างเสริมศักยภาพการดูแลและป้องกันสุขภาพให้แก่เด็กและเยาวชนไทยอายุระหว่าง 10-24 ปี จำนวน 75,240 คน และผู้ปกครอง ครู รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขในประเทศไทย จำนวน 11,385 คน

องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมกับ แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวเพื่อแนะนำและนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการ Young Health Programme หรือ YHP โครงการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีในเด็กและเยาวชน ซึ่งดำเนินงานมาแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อความยั่งยืนของแอสตร้าเซนเนก้า เพื่อส่งเสริมศักยภาพของเด็กและเยาวชนในด้านการป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบบ่อย (Non-communicable diseases หรือ NCDs)  อาทิ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคระบบทางเดินหายใจ

โครงการ YHP ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสุขภาพของคนไทยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของโลก  เริ่มดำเนินงานในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 โดยมีความคืบหน้าที่สำคัญในช่วงการดำเนินงาน 2 ปีแรกจนถึงเดือนมิถุนายน 2564 ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการงานประชุมเปิดตัวโครงการในกรุงเทพฯ และสมุทรปราการ การอบรมแกนนำนักเรียน-นักศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ การอบรมครูแลอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ Young Health Programme กิจกรรมขยายผลโดยนักเรียนแกนนำเพื่อหนุนเสริมโครงการสร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน การสร้างรู้ความตระหนักในวันสำคัญทางสุขภาพ การสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการด้านสาธารณสุข และการจัดทำแบบฟอร์มให้ข้อคิดเห็นต่อบริการสาธารณสุขที่เป็นมิตรต่อวัยรุ่นและเยาวชน การจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนในเชิงนโยบาย และการเข้าร่วมภาคีเครือข่ายเพื่อผลักดันในเชิงนโยบาย

โครงการ YHP ในประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่การดำเนินงานในปีที่ 3 โดยได้มีส่วนส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพให้แก่เด็กและเยาวชนไทยแล้วกว่า 10,180 คน ผ่านกิจกรรมของโครงการและตัวแทนเพื่อนสอนเพื่อน (Peer educators) จำนวน 117 คน ระดมพลังผู้นำและตัวแทนของชุมชนแล้วกว่า 196 คน อีกทั้งได้จัดกิจกรรมสัมมนา และการอบรมความรู้แก่ครูที่ปรึกษาจำนวน 354 คน ผู้ปกครองจำนวน 3,258 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจำนวน 57 คน นอกจากนี้โครงการยังเข้าถึงผู้ได้รับประโยชน์ทางอ้อมในสังคมแล้วกว่า 1,393,619 คนผ่านกิจกรรมเพื่อมวลชนและการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติกล่าวเปิดโครงการพร้อมปาฐกถาพิเศษในงานนี้ว่า “ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและการมีสุขภาวะที่ดีของประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมสุขภาพของเด็กและเยาวชน ตามนโยบายยุทธศาสตร์และการดำเนินงานด้านสุขภาพที่เรายึดมั่นเป็นวาระแห่งชาติมาโดยตลอด ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้มุ่งส่งเสริมให้ความรู้ และร่วมมือกับเยาวชนทั่วประเทศในด้านสุขศึกษา ซึ่งรวมถึงองค์ความรู้ด้านปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สุขภาพทางเพศ อนามัยการเจริญพันธุ์ และสุขภาพจิต โดยกิจกรรมภายใต้โครงการ Young Health Programme นั้นสอดคล้องและสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข ของประเทศไทย และเป็นเป้าหมายที่ 3 คือ การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ของการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ SDG 3”

Advertisement

นายยน ออสเตริม เกรินดาห์ล (H.E.Mr Jon Åström Gröndahl) เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย กล่าวว่าในฐานะผู้แทนรัฐบาลสวีเดน ผมจึงสนับสนุนโครงการ สร้างเสริมสุขภาพที่ดีในเด็กและเยาวชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (non-communicable diseases) หรือ NCDs ที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพมากขึ้น  อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการป้องกันและจัดการกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง  เพราะโรคเหล่านี้เป็นภัยคุกคามไม่เฉพาะแต่ในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงความมั่งคั่งของประเทศชาติด้วย เพราะทั้งสองปัจจัยนี้มีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างแยกไม่ออก

โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเหล่านี้พรากชีวิตคนถึง 41 ล้านคนในแต่ละปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากลัวมาก และคิดเป็นร้อยละ 71 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั่วโลก ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ในจำนวนคนที่เสียชีวิตทั้งหมดนี้ เป็นผู้ที่มีอายุระหว่าง 30-69 ปีมากถึง 15 ล้านคน  นอกจากนี้ ร้อยละ 85 ของกรณีการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง โดยในประเทศไทยนั้น กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังถือเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของประเทศ

โรคไม่ติดต่อเรื้อรังนั้นเป็นเรื่องที่ป้องกันได้  ตาม “เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เป้าหมายที่ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” นั้นระบุว่าภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่เกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจะลดลงหนึ่งในสามจากปี พ.ศ. 2558 ด้วยการป้องกัน การรักษา และการส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  ดังนั้นผมจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โครงการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีในเด็กและเยาวชนนี้ ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเป้าหมาย SDG นี้ให้เป็นรูปธรรม

นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด รายงานการต่อยอดโครงการ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในสังคม โดยกล่าวว่า “ขณะที่แอสตร้าเซนเนก้ากำลังพยายามอย่างเต็มความสามารถ เพื่อยังยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เราไม่เคยลดความสำคัญของการสนับสนุนการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักทั่วโลก ในขณะที่เราเดินหน้าขยายขีดความสามารถของวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาเวชภัณฑ์ยาที่จะมารักษาผู้ป่วยให้ได้ผลดียิ่งขึ้น เราตระหนักดีว่าแค่เพียงการมียาที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เราแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพต่าง ๆ ได้ กุญแจสำคัญที่จะทำให้เราสามารถเอาชนะโรคร้ายเหล่านี้ได้ คือ การป้องกัน โดยเฉพาะการมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งนี้ ความร่วมมือต่างๆ ดังเช่น การดำเนินงานโครงการ Young Health Programme ในประเทศไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข  ได้ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าเรากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง และสามารถช่วยส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นได้”

นายจอห์น แม็คกาวน์ ผู้อำนวยการประเทศ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ตอกย้ำความสำคัญของโครงการ โดยกล่าวว่า “จากสถิติซึ่งระบุว่าประมาณ 70% ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีชนวนเหตุคือพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งฝังรากลึกมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น1 เราพบว่าแนวทางการแก้ปัญหาการดังกล่าวทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก คือ การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการดูแลสุขภาพแก่เด็กและเยาวชน โดยอัตราการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสะท้อนให้เราต้องพยายามให้ความสำคัญกับการปลูกฝังรากฐานแห่งการมีสุขภาพที่ดีแก่เด็กและเยาวชน ผ่านกิจกรรมริเริ่มใหม่ๆ เพื่อการเปลี่ยนพฤติกรรม กิจกรรมรณรงค์ และกิจกรรมพัฒนาเชิงนโยบาย”

โครงการ YHP ในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะดำเนินงานเพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในปี 2565 ไปจนถึงปีสิ้นสุดโครงการ โดยจะยังคงเดินหน้าสร้างเสริมสุขภาพที่ดีในเด็กและเยาวชนผ่านกิจกรรมยกระดับองค์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจที่สำคัญ อาทิ กิจกรรมสร้างเสริมความรู้ในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสำหรับเด็กและเยาวชน การอบรมพัฒนาแกนนำเยาวชนสร้างเสริมสุขภาพเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย การทำแคมเปญและกิจกรรมประจำเดือนเพื่อสร้างความรู้ในวันสำคัญทางสุขภาพ การอบรมมาตรฐานบริการที่เป็นมิตรต่อวัยรุ่นและเยาวชนให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและการให้ข้อคิดเห็นต่อมาตรฐานโดยเด็กและเยาวชน การจัดสัมมนาด้านการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย รวมทั้งการสร้างการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในการขับเคลื่อนผลักดันนโยบายด้านสุขภาพ

รายงานการติดตามสถานการณ์ในปี 2563 ขององค์การอนามัยโลกบ่งชี้ว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของคนไทย โดยคิดเป็น 74% ของการเสียชีวิตทั้งหมดและพบว่า 14% เป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรหรือในช่วงอายุ 30-70 ปี2 โรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตสูงสุดคือโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ซึ่งทำให้เกิดการเสียชีวิตคิดเป็น 23% และ 18% ของการเสียชีวิตทั้งหมด3 ทั้งนี้มีการประมาณการว่าประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสูงกว่า 1 พันคนต่อวัน4

โครงการ YHP ในประเทศไทย เริ่มการดำเนินงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2562 ภายใต้กรอบระยะเวลา 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 10-24 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ใน 7 พื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ เขตบางเขน เขตจตุจักร เขตหลักสี่ เขตวัฒนา และเขตคลองเตยในจังหวัดกรุงเทพมหานคร และเขตพระประแดงในจังหวัดสมุทรปราการ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างเกราะความรู้ด้านการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและพฤติกรรมเสี่ยงแก่เด็กและเยาวชน เพื่อปลูกฝังและผลักดันให้เกิดศักยภาพในการตัดสินใจด้านสุขภาพที่เหมาะสม โดยดำเนินงานผ่านการจัดกิจกรรมยกระดับบริการด้านการดูแลสุขภาพ กิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้สนับสนุน และกิจกรรมพัฒนาเชิงนโยบาย

โครงการ YHP ในประเทศไทย คาดหวังว่าจะสร้างเสริมศักยภาพการดูแลและป้องกันสุขภาพให้แก่เด็กและเยาวชน และสมาชิกในชุมชนโดยตรง จำนวน 75,000 คน ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพและส่งเสริมการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและผู้ได้รับประโยชน์ทางอ้อมในสังคมอีกจำนวน 500,000 คน ผ่านแคมเปญและกิจกรรมเสริมสร้างความตระหนักรู้ต่างๆ

นับตั้งแต่การก่อตั้งโครงการในปี 2553 โครงการ Young Health Programme ของแอสตร้าเซนเนก้า ได้มีส่วนส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนแล้วกว่า 5 ล้านคน ในกว่า 30 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก

  1. Susan M Sawyer, Rima A Afi fi , Linda H Bearinger, Sarah-Jayne Blakemore, Bruce Dick, Alex C Ezeh, George C Patton. Adolescence: a foundation for future health. The Lancet Volume 379, Issue 9826, 28 April–4 May 2012, Pages 1630–1640
  2. World Health Organization, NCD Progress Monitor 2020 https://www.who.int/publications/i/item/ncd-progress-monitor-2020
  3. Young Health Programme Thailand https://www.younghealthprogrammeyhp.com/programmes/thailand.html
  4. DDC under MoPH and WHO progress tracker https://cdn.who.int/media/docs/default-source/thailand/ncds/progress-tracker-2020-ncds-231120.pdf?sfvrsn=11e9539c_3