ลด บาด เจ็บ ล้ม ตาย สร้างความปลอดภัยทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่

25.12.21 | 12:00 น.

รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคมรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

อุบัติเหตุทางถนน เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย และเป็นอันดับหนึ่งในสามอันดับแรกของปัญหาสาธารณสุขมาโดยตลอด และทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตทรัพย์สินและมูลค่าทางจิตใจของผู้เสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าเป็นตัวเลขได้การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของไทยสูงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนและเป็นอันดับที่ 9 ของโลก เนื่องมาจากยอดผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 19,000 คนต่อปี ระหว่างปี 2554 – 2563 ไทยมียอดผู้บาดเจ็บที่สูงถึง 1 ล้านคนต่อปี และยอดผู้พิการรายใหม่กว่า 6 พันรายต่อปี 74% ของช่วงเวลาที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุด หนีไม่พ้นช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ข้อมูลศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนน ระบุว่า ผู้ขับขี่ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงปีใหม่ 2564 ตรวจพบมีแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563 มากถึง 17% โดยในปี 2564 มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 5,387 ราย มากกว่าปี 2563 ที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 4,415 ราย ขณะที่ ข้อมูลระหว่างปี 2550-2564 พบคนไทยมีพฤติกรรมดื่มประจำถึง 44% ในจำนวนนี้ กว่า 1 ใน 3  หรือ 36% ดื่มหนัก และมีพฤติกรรมการดื่มแล้วขับสูงถึง 31% อายุเฉลี่ยดื่มครั้งแรก 20 ปี สสส. เล็งเห็นถึงปัญหาและความสำคัญ ขับเคลื่อนร่วมกับภาคีเครือข่าย วางรากฐานขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนนผ่านยุทธศาสตร์ไตรพลังทั้ง พลังความรู้ พลังสังคม และพลังนโยบาย โดยหนุนเสริมยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า 5E คือ การบังคับใช้กฎหมาย (Enforcement) การให้ข้อมูลความรู้ การสื่อสารประชาสัมพันธ์ (Education) วิศวกรรมจราจร (Engineering) การจัดระบบบริการฉุกเฉิน (EMS) และการประเมินผล (Evaluation) พร้อมสนับสนุนนโยบายของ ศปถ. นำมาขับเคลื่อนงานร่วมกับเครือข่าย เช่น 5 เสาหลักเพื่อความปลอดภัยทางถนน 12 เป้าหมายโลกด้านความปลอดภัยทางถนน แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน นโยบายตำบลขับขี่ปลอดภัย เป็นต้นเกิดการสร้างค่านิยม กระแสสังคม และวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน ผ่านการรณรงค์ เช่น  “ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท” “ดื่มไม่ขับ” “ห่วงใครให้ใส่หมวก” “กลับบ้านปลอดภัย” “ลดเร็ว ลดเสี่ยง” “7 วันอันตราย” รวมถึงเป็นสื่อกลางถ่ายทอดนโยบายจากส่วนกลางไปสู่ระดับภูมิภาค

ความปลอดภัยทางถนน ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ สสส. ต้องการทำงานอย่างต่อเนื่อง ในทศวรรษที่ 3 ของ สสส. มีเป้าหมายสำคัญร่วมกันที่จะต้อง 1.ลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ไม่เกิน 12 คนต่อแสนประชากรภายในปี 2570 2.ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุในกลุ่ม “ผู้ใช้รถจักรยานยนต์” 3. ลดพฤติกรรมเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และ 4.เน้นแก้ไขในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ด้วยการเร่งเสริมศักยภาพภาคีเครือข่ายการทำงานด้านความปลอดภัยทางถนน ร่วมกับ การบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการใช้มาตรการทางสังคม ในการสร้างสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย โดยครอบคลุมทั้งการจัดการจุดเสี่ยง ในแต่ละพื้นที่การจัดการยานพาหนะเสี่ยง และส่งเสริมให้มีระบบขนส่งสาธารณะที่เพียงพอและปลอดภัยสสส. สานพลังร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินทางขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 20 ปี ผ่านการศึกษาวิจัยสภาพปัญหา และผลักดันนโยบายสำคัญอย่าง การห้ามโฆษณาแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา กำหนดค่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดผู้ขับขี่ยานพาหนะไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มาตรการจัดเก็บภาษีสินค้าทำลายสุขภาพเพิ่มเติม มาตรการควบคุมการเข้าถึงการขาย การโฆษณา รวมไปถึงประชาสัมพันธ์เรื่องการ ดื่มไม่ขับ ทั้งขับขี่และขณะโดยสารใน/บนรถ ส่งเสริมตั้งด่านจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จุดสกัดในพื้นที่จุดเสี่ยงจุดอันตราย ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และ ไม่สวมหมวกนิรภัย

เกิดค่านิยมงานบุญประเพณีและเทศกาลปลอดเหล้า-ปลอดภัย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายประการ อาทิเช่น สังคมไทยได้เรียนรู้ว่าไม่ควรดื่มและขายเหล้าเบียร์ในงานบุญประเพณีและเทศกาลต่าง ๆ ส่งผลให้มีผู้ดื่มเหล้าเบียร์น้อยลง อุบัติเหตุจากการท่องเที่ยวอันเนื่องจากดื่มแล้วขับลดน้อยลง

โดยจากข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรไทย พบว่าอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยมีแนวโน้มลดลงเหลือ 28 % โดยเพศชายมีอัตราการดื่มมากกว่าเพศหญิง สะท้อนให้เห็นว่าสัดส่วนการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับอันตรายของคนไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ สสส. ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนน เพิ่มมาตรการและหนุนเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมที่ต้นน้ำมากขึ้น ด้วยการตั้งด่านชุมชน เฝ้าระวัง การดื่มขับ การใช้ความเร็ว การสวมหมวกนิรภัย ฯลฯ และขอส่งความห่วงใย ผ่านแคมเปญ “ห่วงใยใคร ไม่ให้เหล้า และเตือนสติด้วยแคมเปญ “รับไหวเหรอ ?” คำพูดติดปากว่า “ขับไหว” การดื่มแล้วขับ เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสีย

Advertisement

ปีนี้ สสส. ไม่อยากเห็นครอบครัวไหนต้องสูญเสียคนที่รัก เพราะฉะนั้นทั้งคนดื่ม และคนใกล้ชิดสามารถช่วยกันหยุดการสูญเสียนี้ได้ด้วยการ ดื่มไม่ขับ ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับรถเร็ว ดื่มไม่ขับ สวมหมวก-คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง นอกจากจะช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนแล้ว ยังลดภาระโรงพยาบาล ช่วยให้ทีมแพทย์และพยาบาล ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19 และยังทำให้มีเตียงว่างสำหรับผู้ป่วยโรคอื่นๆ มากขึ้น ถือเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมอีกทาง

ถึงแม้แนวโน้มการดื่มจะลดลง แต่อุบัติเหตุยังคงมีอยู่ หากทุกคนยังไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหา มีทัศนคติมองอุบัติเหตุเป็นเรื่องเคราะห์กรรม ไม่สามารถป้องกันได้ ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แล้วคุณล่ะคิดว่าการลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นเรื่องของอะไร แล้วใครต้องแก้ไข หรือ รับผิดชอบ ถ้าทุกคนสามารถทำตามนโยบายและร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนนให้เกิดขึ้น จะช่วยลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นให้สำเร็จให้ได้ เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเห็นคนบาดเจ็บบนท้องถนน ไม่อยากให้มีใครต้องเป็นผู้พิการรายต่อไป