ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายสำคัญในการการสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกร ของสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ ด้วยการมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินโครงการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการปรับโครงสร้างการผลิต การรวบรวม และการแปรรูปผลผลิตการเกษตร ของสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมและผลักดันสถาบันเกษตรกรให้เป็นศูนย์กลางในการจัดการผลผลิตทางการเกษตรเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกโดยมีอุปกรณ์การตลาดที่จำเป็นและเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตของเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรใกล้เคียง โดยรัฐบาลได้สนับสนุนเงินงบประมาณ เพื่ออุดหนุนให้แก่สหกรณ์ภาคการเกษตรนำไปใช้ เพื่อสร้างอุปกรณ์ทางการตลาดตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การรวบรวมผลผลิต มาเพื่อจัดการแปรรูปและจัดการจำหน่ายสร้างรายได้ที่มั่งคง ยั่งยืนให้เกษตรกรไทย

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างมาก ล่าสุดได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลแล้วกว่า 1,600 ล้านบาทในการนำไปส่งเสริมสถาบันเกษตรกรจัดสร้างอุปกรณ์การตลาดด้านต่างๆ อาทิ ยุ้งฉาง โรงสี โรงคลุม ลานตาก เครื่องอบลดความชื้น หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้เกี่ยวกับการขนส่ง เรื่องโลจิสติก เป็นต้น โดยแนวทางการดำเนินงานสหกรณ์การเกษตรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีเงินสมทบในอัตราร้อยละ 10 ส่วนกรมส่งเสริมสหกรณ์จะเข้าไปให้การสนับสนุนการเก็บชะลอผลผลิตเนื่องจาก ผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาลจะให้ผลผลิตพร้อมๆกัน เช่น ข้าวเปลือกที่เป็นข้าวนาปี จะออกผลผลิตในช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมกราคม ในช่วงนั้นผลผลิตก็จะมีค่อนข้างมาก ทางกรมฯจึงมีแผนให้สหกรณ์ต่างๆดำเนินการเก็บชะลอผลผลิตเหล่านี้ ในอุปกรณ์การตลาดที่สหกรณ์ได้รับไป ไม่ว่าจะเป็นโรงคลุม โรงเก็บวัสดุการเกษตรเหล่านี้ และยุ้งฉาง เครื่องอบลดความชื้น และไซโลเพื่อชะลอดูราคา เพราะหากออกมาพร้อมกันในช่วงต้นฤดู ผลผลิตทางการเกษตรที่ออกมาพร้อมกันจะทำให้ราคาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรได้รับรายได้ไม่ดีนัก ทางกรมฯจึงมีความเห็นให้เก็บชะลอผลผลิตไว้เพื่อจัดการขายหรือแปรรูปสินค้าในภายหลัง

“สำหรับความคืบหน้าของโครงการขณะนี้ ได้ผ่านกระบวนการการจัดทำโครงการ และได้รับงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง โดยมีการจัดหาผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างอยู่ ในบางอุปกรณ์ก็สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เช่น ลานตากข้าว มีการจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อบริการสมาชิก เช่น รถตัก รถไถ เครื่องตัดหญ้า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการใช้ประโยชน์ และติดตามการใช้ประโยชน์ในบางอุปกรณ์ จากการใช้อุปกรณ์การตลาดดังกล่าว สามารถรวบรวมและแปรรูปผลผลิต มูลค่าประมาณถึง 3,000 ล้านบาทเศษ นับได้ว่าประโยชน์จากการรวมรวมผลผลิต การจัดการผลผลิตออกจำหน่าย ได้ช่วยลดต้นทุนแก่เกษตรกรและช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร อีกทั้งยังเกิดการจ้างงานในพื้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งตรงกับจุดประสงค์ในการขอใช้เงินจากพระราชบัญญัติ เงินพระราชกำหนด เงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างการเกษตร” นายวิศิษฐ์ กล่าว

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวต่อว่า หากสหกรณ์ใดสนใจรับงบประมาณเพื่อสร้างอุปกรณ์ทางการตลาดต่างๆ เหล่านี้ ต้องจัดทำโครงการพร้อมกับเสนอแบบความต้องการมาที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทางกรมฯ จะให้คณะกรรมการพิจารณารายละเอียดของโครงการ เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว กรมฯจะโอนเงินอุดหนุนให้แก่สหกรณ์ เพื่อให้แต่ละสหกรณ์ไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้าง หรือจัดซื้ออุปกรณ์ที่ต้องการมาใช้ประโยชน์ หลังจากนั้นจะมีการติดตามผล ซึ่งทางกรมฯ จะให้คู่มือแก่สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีสำนักงานสหกรณ์จังหวัดต่างๆ เป็นผู้กำกับดูแล ให้สหกรณ์ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่คู่มือที่กำหนด
ความเข้มแข็งของสหกรณ์จะเกิดขึ้นเมื่อสมาชิกของสหกรณ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 มาร่วมทำกิจกรรมหรือธุรกิจกับสหกรณ์ ซึ่งจะทำให้สหกรณ์มีผลผลิตทางการเกษตรอยู่ในมือไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง หรือข้าวโพด แล้วสหกรณ์จะดำเนินการรวบรวมแปรรูปแล้วขายต่อไป ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์จะเก็บข้อมูลรายละเอียดว่า สหกรณ์แต่ละแห่งมีผลการดำเนินงานตามโครงการเป็นอย่างไรบ้าง เช่น ในปีที่ผ่านมา แต่ละแห่งรวบรวมข้าวได้เท่าไหร่ มีการแปรรูปผลผลิตข้าวหรือผลผลิตที่เขารวบรวมมาหรือจัดการขายต่อไปจำนวนปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งก็คำนวณออกมาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สหกรณ์นั้นๆ ได้รับไป
ในการกำกับดูแลติดตามโครงการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ให้คู่มือการติดตามโครงการแก่คณะทำงานในระดับจังหวัด โดยจะคอยลงไปติดตามในพื้นที่ว่าแต่ละสหกรณ์ได้ดำเนินการตั้งแต่กระบวนการของการจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้าง การใช้ประโยชน์ว่าได้ทำตามคู่มือที่กำหนดไว้หรือไม่ รวมถึงคณะกรรมการระดับเขตที่ตั้งขึ้น มีผู้ตรวจราชการกรมลงไปติดตามในพื้นที่ และที่สำคัญมากอีกอย่างคือตัวสถาบันเกษตรกรหรือสหกรณ์ที่ได้รับโครงการไป ต้องมีการรายงานผลการดำเนินงานตามที่กรมฯ กำหนดไว้ อาจจะเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส ว่าผลการดำเนินงานของสหกรณ์มีอย่างไร ได้ประสบผลสำเร็จในเรื่องของการใช้อุปกรณ์ การตลาดเหล่านี้ได้สำเร็จหรือไม่อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือและสนับสนุนจากภาครัฐทั้งด้านการวางแผน การจัดการและงบประมาณสนับสนุนและร่วมกับการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่เป้าหมายสูงสุดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

