“การเคหะแห่งชาติ” เดินหน้า “โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย”

27.12.21 | 17:42 น.

“การเคหะแห่งชาติ” เดินหน้า “โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย” รุกช่วยผู้มีรายได้น้อยทุกกลุ่ม เป็นเจ้าของบ้านการเคหะแห่งชาติ ได้ง่ายขึ้น ย้ำปีงบประมาณ 2564 ปล่อยสินเชื่อได้ 100% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ

การเคหะแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อย
และปานกลางทั่วประเทศ นับตั้งแต่ปี 2563 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งกระทบทั่วประเทศ การเคหะแห่งชาติในฐานะหน่วยงานที่มีชุมชนอยู่ในความดูแลทั่วประเทศ ได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเงินและด้านสังคม

หนึ่งในโครงการที่สำคัญคือ โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 ให้การเคหะแห่งชาติจัดทำโครงการดังกล่าว ในวงเงิน 5,207 ล้านบาท หลังจากนั้นได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย (คบส.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ ร่วมกันทำหน้าที่บริหารการให้สินเชื่อเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ โดยปีงบประมาณ 2563 และปี 2564 สำนักงบประมาณ (สงป.) ได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้จำนวน 692.80 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2565 สงป. ได้จัดสรรงบประมาณให้จำนวน 264.429 ล้านบาท

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับ
ผู้มีรายได้น้อย เป็น “เครื่องมือทางการเงิน” สามารถช่วยลูกค้าที่ซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติ แต่ไม่ผ่าน
การพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน สามารถขอสินเชื่อผ่านโครงการดังกล่าว โดยจะมีคณะกรรมการบริหารสินเชื่อที่อยู่อาศัย (คบส.) ของการเคหะแห่งชาติ เป็นผู้พิจารณาให้สินเชื่อกับลูกค้า สำหรับปีงบประมาณ 2564 (เดือนตุลาคม 2563 – กันยายน 2564) ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว จำนวน 640 ราย วงเงิน 418.77 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น ร้อยละ 60.45 ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติในปีงบประมาณ 2563 และ 2564  สำหรับปีงบประมาณ 2565 ในเดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน 2564 ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว จำนวน 185 ราย คิดเป็นวงเงิน 116.90 ล้านบาท และในเดือนธันวาคม 2564 อยู่ระหว่างการนำเสนอพิจารณาอนุมัติจำนวน 145 ราย คิดเป็นวงเงิน 91.090 ล้านบาท

Advertisement

การบริหารโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสาหรับผู้มีรายได้น้อย ในปี 2564 การเคหะแห่งชาติ พิจารณาเห็นชอบนำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุดที่ 1 (เชิงสังคม) โครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวน 322 โครงการ (ยกเว้นโครงการบ้านเอื้ออาทรพัทลุง โครงการรัฐเอื้อราษฎร์กองทัพเรือ และโครงการบ้านเอื้ออาทรสวนพลูพัฒนา) และโครงการเคหะชุมชน มาทำ “เช่าซื้อ” กับโครงการสินเชื่อฯ และเห็นชอบพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไข การเช่าซื้อโครงการสินเชื่อฯ โดยประกาศใช้เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2564 โดยเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เช่าซื้อ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1.มีสัญชาติไทย 2.รายได้ไม่เกิน 41,600 บาท/เดือน/ครัวเรือน 3.เป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 60 ปี ในกรณีอายุเกิน 60 ปี ต้องหาผู้เช่าซื้อร่วมและจะมีการพิจารณาเป็นราย ๆ ไป 4.ทำสัญญาเช่าซื้อร่วมได้ไม่เกิน 2 คนต่อสัญญา โดยจะนำรายได้สุทธิของผู้เช่าซื้อทั้งหมดเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาทำเช่าซื้อ 5.เป็นผู้มีอาชีพและรายได้ที่สามารถตรวจสอบได้และสอดคล้องกับหลักฐานที่นำมาแสดง 6.ให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลเครดิตบูโร 7.ยื่นคำขอเช่าซื้อและตอบแบบสัมภาษณ์การขอเช่าซื้อ พร้อมแสดงเอกสารหลักฐานครบถ้วน และในกรณีผู้เช่าซื้อที่ยื่นขอสินเชื่อฯ ถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินด้วยเหตุผลที่ระบุเกี่ยวกับสถานะด้านเครดิตบูโรหรือสินเชื่อ การเคหะแห่งชาติจะนำมาพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

ในด้านความคืบหน้าของโครงการสินเชื่อฯ เพื่อให้การช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง เป็นไปอย่างทั่วถึงและครอบคลุมยิ่งขึ้น การเคหะแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนและยกระดับโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยให้เป็นกองทุนที่อยู่อาศัยแห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา

นายทวีพงษ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติ ได้มีการพิจารณา
ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเช่าซื้อโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย มาเป็นระยะเพื่อให้มีความสอดคล้องกับ “ปัญหา” ของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่เข้าไม่ถึงสินเชื่ออย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ ยังได้มีการออกโปรโมชั่นต่าง ๆ ของโครงการสินเชื่อฯ เพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มนี้ ยกตัวอย่างในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้ออกมาตรการ “โปรโมชั่นดอกเบี้ยเช่าซื้อ 0%” เข้ามาช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านการเคหะแห่งชาติ แต่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน สามารถมาขอสินเชื่อในโครงการฯ นี้ โดยล่าสุดได้ขยายกรอบเวลาโปรโมชั่นไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564

การเคหะแห่งชาติมีภารกิจหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อม
ให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น ซึ่งอุปสรรคที่สำคัญส่วนใหญ่คือ การเข้าไม่ถึงสินเชื่อของสถาบันการเงิน จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาและตอบโจทย์ลูกค้าในกลุ่มนี้โดยเฉพาะ พร้อมสร้างความมั่นคงในด้านที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการเคหะแห่งชาติ” นายทวีพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย