TIJ ใช้งานศิลป์ เปิดประตูสู่โอกาส เปลี่ยนมุมมองสังคม ช่วยผู้พ้นโทษมีงานที่ยั่งยืน

29.12.21 | 11:06 น.

“ชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่ควรถูกตัดสินด้วยคำจำกัดความสั้นๆ ว่า เป็น “คนคุก” หรือ “นักโทษ แต่ละคนก็มีแง่มุมต่างๆ ที่จะต้องรับมือ ต้องจัดการ สังคมต้องมองภาพที่เป็นจริง มองเชิงบวกมากขึ้น และอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง”

ประโยคหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ในงานเปิดนิทรรศการศิลปะ “ความงามของโอกาส” ระหว่างที่ได้บอกเล่าถึงมุมมองการให้โอกาสผู้ก้าวพลาดในการกลับคืนสู่สังคมผ่านผลงานศิลปะ ซึ่งยึดโยงกับแนวคิดของ TIJ ที่ว่า “โอกาส” คือ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ต้องขัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่พ้นโทษและได้กลับคืนสู่สังคม เพื่อจะได้สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ และดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีคุณภาพ โดยงานดังกล่าวถูกจัดขึ้นที่อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 22 – 26 ธันวาคม 2564 เนื่องในโอกาสครบรอบ 11 ปี ของการรับรองข้อกำหนดสหประชาชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง หรือ “ข้อกำหนดกรุงเทพ”

ดร.พิเศษ สอาดเย็น เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปัญหาผู้พ้นโทษกระทำผิดซ้ำสูงมาก เพราะสังคมไทยไม่มีการให้พื้นที่และโอกาสในการประกอบอาชีพและเข้าสู่ตลาดแรงงาน รวมถึงโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำให้ผู้พ้นโทษหลายคนต้องกลับสู่วงจรชีวิตเดิม คือ กระทำผิดซ้ำจนกลับสู่เรือนจำอีก ซึ่งเสียโอกาสด้านทรัพยากรบุคคลที่จะได้พ้นโทษออกมาร่วมพัฒนาสังคมและประเทศ ดังนั้น การตระหนักถึงปัญหาและหาวิธีแก้ไขอย่างยั่งยืน คือ เรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรจะร่วมมือกัน

สำหรับ TIJ หน่วยงานภายใต้กระทรวงยุติธรรม ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ก็ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนผู้พ้นโทษในการกลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน และนอกจากจะพยายามส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ นำข้อกำหนดกรุงเทพไปปรับใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดแล้ว TIJ ยังเน้นทำงานใกล้ชิดกับหน่วยงานของกรมราชทัณฑ์ เพราะมีภารกิจโดยตรงที่จะสนับสนุนผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ โดย TIJ เข้าไปเสริมทักษะเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้พ้นโทษได้มีงานที่ยั่งยืนขึ้น ไม่ใช่แค่การจ้างงาน แต่ยังสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมการสร้างทักษะและการเริ่มต้นใหม่หลังการพ้นโทษ ตลอดจนโอกาสที่ผู้พ้นโทษจะได้เข้าสู่ตลาดแรงงานในรูปต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่างานที่ TIJ ทำ จะมีการสื่อสารการสร้างโอกาสผู้พ้นโทษในหลายๆ งาน ทั้งการสื่อสารในเชิงนโยบาย สถิติ ข้อมูลต่างๆ แต่ดูเหมือนว่ายังพบความท้าทายในการปรับเปลี่ยนมุมมองที่สังคมมองต่อผู้กระทำผิด กับการสร้างโอกาสที่จะทำให้คนที่ก้าวพลาดได้รับโอกาสนั้นจริงๆ

Advertisement

“มุมมองคนที่มองผู้ต้องโทษและผู้พ้นโทษ เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม เชื่อว่าหลายคนมีภาพจำที่มักจะมาคู่กับภาพในเชิงลบ ด่วนสรุปไปบ้างว่า ครั้งหนึ่งที่เขาต้องโทษแล้ว ต้องเป็นผู้ต้องโทษตลอดไป เหมือนเป็นตราอันหนึ่งที่ติดตัวซึ่งก็อาจจะไม่เป็นธรรม เพราะเหมือนเป็นกำแพงกั้นไม่ให้ผู้ที่พ้นโทษเข้าถึงโอกาสต่างๆ เราจึงมองเห็นว่าสิ่งนี้เป็นอุปสรรคสำคัญเวลาผู้ที่พ้นโทษออกไปแล้วต้องออกไปใช้ชีวิตในสังคม”

นิทรรศการศิลปะภายใต้หัวข้อ “ความงามของโอกาส” จึงเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ TIJ ที่จะช่วยสื่อสารประเด็นปัญหานี้สู่สาธารณชน ทั้งประสบการณ์ เรื่องราว และมุมมองของศิลปินและนักออกแบบเกี่ยวกับประชากรในรั้วเรือนจำ เพื่อให้สังคม ผู้ว่าจ้างงาน เปิดรับผู้ที่เคยก้าวพลาดกลับคืนสู่สังคมอีกครั้ง และเป็นพลังให้คนกลุ่มหนึ่งกลับคืนสู่สังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ทั้งนี้ ภายในนิทรรศการศิลปะ “ความงามของโอกาส” ก็ได้รวบรวมผลงานศิลปะและงานออกแบบเอาไว้ 6 แขนง ซึ่งได้สะท้อนถึงมุมมองและแรงบันดาลใจของ 7 ศิลปิน อาทิ ผลงานภาพถ่าย “โอกาสที่งดงาม” โดย นายนพพล ชูกลิ่น, ผลงานภาพวาดสีอะคริลิก “Call Me by My Name” โดย นางสาวจาริณี เมธีกุล, ผลงานวาดภาพประกอบ “โอบกอด โอกาส” โดย นายอนุชิต คำน้อย เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “คิ้วต่ำ”, ผลงาน “โอกาสจากงานช่าง” โดยผู้ต้องขังในโครงการช่างสิบหมู่เรือนจำพิเศษธนบุรี ซึ่งหนึ่งในนั้นมีผลงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตหลังพ้นโทษของ “อดีตผู้ต้องขัง” ไว้อย่างน่าสนใจ เพราะพวกเขาได้รับโอกาสและการยอมรับ โดยบางรายสามารถมีรายได้ถึงหลักแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

“บอมบ์” ผู้นำเสนอผลงาน “โอกาสจากงานช่าง” ได้เล่าเรื่องราวประทับใจตอนหนึ่งว่า เขาคืออดีตผู้ต้องขังที่มีรอยสัก ที่หลังพ้นโทษหันมาเอาดีด้านวาดรูป ทำเพจ “ขี้คุกเขียนรูป” เป็นแกลเลอรีร้านขายรูป แล้วให้อดีตนักโทษเอาผลงานที่ทำ มาขาย จากอดีตนักโทษสู่นักวาดรูปมูลค่าหลักแสนโดยในช่วงโควิดเขาสามารถหาเงินได้เดือนละ 60,000-150,000 บาท

“ความงดงามของโอกาส มันสำคัญกับอดีตนักโทษทุกคนที่พ้นโทษออกมาแล้ว เราอยากได้รับโอกาสทางอาชีพ และสายตาที่ไม่ดูถูกคนที่มีรอยสัก ถ้าผมทำขนมขายก็คงไม่มีใครซื้อ บางทีโอกาสเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถเปลี่ยนคนคนหนึ่งให้กลายเป็นอีกคนได้ ถ้าทุกคนให้โอกาสคนแบบผม โลกจะน่าอยู่ขึ้นอีกมาก และอาชญากรในประเทศก็จะลดลงไปมากเลย”

ขณะที่เรื่องราวของ “โอกาสที่งดงาม” ผ่านมุมมอง “ตั้ม” นพพล ชูกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท รีเทล บิซิเนส โซลูชันส์ จำกัด ผู้มองเห็นความงามของการให้ รับผู้พ้นโทษเข้าทำงานประจำ 60 กว่าคน ในจำนวนนี้เป็นพนักงานที่ติดกำไล EM กว่า 30 คน ที่สำคัญทำงานให้บริษัทด้วยค่าแรงวันละ 750 บาท

“ผมเริ่มโครงการนี้ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัยยังไม่มีกำไล EM สิ่งที่เราได้ตอบกลับมาคือ เราได้ผลิตภาพดีกว่าคนที่อยู่ข้างนอก ถ้าดูงานของผมทั้งหมด จะสะท้อนตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน กับสิ่งที่เกิดขึ้น ความสวยงามในทัณฑสถานกับ
การใช้ชีวิต สิ่งที่เขาเรียนรู้ สิ่งที่เขาได้อยู่กับตัวเอง ตั้งแต่เช้าทำอะไร ฝึกอาชีพอะไร ต้องอยู่ภายใต้สภาวะจิตใจแบบไหน อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนไม่ดี การที่เขาอยู่ในนั้น เข้าไม่ได้เป็นคนที่ด้อยโอกาสหรือเสียโอกาสอะไรเลย”

หากแต่ผู้พ้นโทษออกมาแล้วไม่โดนกีดกันจากสังคม ขณะเดียวกันสังคมก็เป็นผู้สร้างโอกาสและให้โอกาส เช่นเดียวกับ “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” ในงานนี้ คงจะพอช่วยให้ผู้พ้นโทษกลับมามีที่ยืนในสังคมอยู่ได้บ้าง มาช่วยกันพัฒนาประเทศไม่มากก็น้อย ซึ่งถือเป็นความงดงามของโอกาสที่แท้จริง