‘มิตซูบิชิ’ ผนึก ภาครัฐ เดินหน้าจัดตั้งโซลาร์ให้ รพ.ชุมชน 40 แห่งทั่วประเทศ

12.01.22 | 12:55 น.

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผนึก กระทรวงสาธารณสุข การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ร่วมลงนาม MOU เดินหน้าโครงการ ‘Solar for Lives : พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ติดตั้งแผงโซลาร์ให้โรงพยาบาลชุมชน 40 แห่งทั่วประเทศภายใน 10 ปี ด้วยงบลงทุน 60 ล้านบาท หวังสร้างคุณภาพชีวิตให้คนไทยในพื้นที่ห่างไกลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสอดรับนโยบายประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

นายเออิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ ‘Solar for Lives’ ได้ริเริ่มตามแนวทางการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ตามหลักคิดที่ว่า ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ ผ่านหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น ด้วยการสนับสนุนช่วยเหลือโรงพยาบาลชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นเพื่อเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีทิศทางในการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมที่ชัดเจน และมุ่งหน้าดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนสมดุล เราได้ติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาโรงงานที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เป้าหมายสำคัญ คือ เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ลดลงมากกว่า 6,100 ตันต่อปี รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์มิตซูบิชิ เอาต์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด นอกจากนี้ จากการศึกษาการประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment – LCA) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านโครงการ ‘ปลูกป่า 60 ปี 60 ไร่’ ด้วย”

Advertisement

นายเอกอธิ รัตนอารี กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคลและบริหารทั่วไป บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกโรงพยาบาลชุมชนที่บริษัทจะเข้าไปติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคานั้น จะคัดเลือกจากคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข และขึ้นอยู่กับความต้องการของโรงพยาบาล รวมถึงโครงสร้างทางกายภาพของโรงพยาบาลเหล่านั้นเป็นสำคัญ ซึ่งโรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จะเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของโครงการที่จะมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และอยู่ระหว่างการพิจารณาติดตั้งแผงโซลาร์โรงพยาบาลชุมชนแห่งที่ 2 ทางภาคเหนือ เพื่อดำเนินการในเดือนมีนาคมนี้ โดยวางเป้าหมายติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาโรงพยาบาลชุมชนอย่างน้อย 4 แห่งต่อปี

ด้าน นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ขณะนี้โรงพยาบาลต่าง ๆ มีการใช้พลังงานเพื่อการบริการทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งถือได้ว่ามีการใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก โดยโรงพยาบาลชุมชนมีแนวโน้มที่จะขยายการให้บริการตามแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan) ของโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงโดยสะดวกของประชาชน

“การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลชุมชนในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้ความความร่วมมือผ่านโครงการ ‘Solar for Lives’ ครั้งนี้ จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการบริการและโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ดีได้ และยังสามารถช่วยสนับสนุนภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขได้อย่างชัดเจน ด้วยการสร้างแหล่งพลังงานที่มีความยั่งยืนให้แก่โรงพยาบาล อีกทั้งยังสามารถส่งเสริมเป้าหมายยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการนำพาประเทศไทยก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนสมดุลด้วย

นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน กฟผ. กล่าวว่า ทาง กฟผ.ได้สนับสนุนการดำเนินการ พร้อมให้คำแนะนำเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการบำรุงรักษาเซลล์แสงอาทิตย์ รวมถึงสนับสนุนกระบวนการออกใบรับรองสิทธิในการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate หรือ REC) ซึ่ง กฟผ.ได้รับสิทธิ์ให้เป็นผู้ดำเนินการซื้อขายสิทธิ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพียงรายเดียวของประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการของบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งต้องการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานสีเขียว (กลุ่มบริษัท RE100)

นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผอ.อบก. กล่าวถึงบทบาทของ อบก. ต่อความร่วมมือครั้งนี้ว่า อบก. จะสนับสนุนหลักการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกให้ประเทศไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน (Driving Ambition for Carbon Neutrality) โดยมีการผนึกกำลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคท้องถิ่น ชุมชน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามเจตนารมณ์ภายใต้ความตกลงปารีส และเป็นหน่วยงานให้การรับรองคาร์บอนเครดิตเพียงองค์กรเดียวในประเทศ ซึ่ง อบก.ได้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือโครงการ T-VER ขึ้น เพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศ ซึ่ง อบก.จะเป็นผู้ให้การขึ้นทะเบียนโครงการ และรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือสามารถกักเก็บได้ หรือเรียกว่า “คาร์บอนเครดิต” ซึ่งสามารถนำไปแลกเปลี่ยน หรือซื้อ-ขาย เพื่อนำไปใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากองค์กร งานอีเวนต์ ผลิตภัณฑ์ หรือบุคคลได้

ทั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการส่งมอบและติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชน ระหว่าง บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการส่งเสริมให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับท้องถิ่น และยังเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลชุมชนอีกด้วย ซึ่งกิจกรรมนี้สามารถพัฒนาเป็นโครงการ T-VER และขอรับรองคาร์บอนเครดิตได้