ปีที่ 19 ของ “งานมหกรรมรวมพลสมาชิก TO BE NUMBER ONE”

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมาทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในฐานะองค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE เสด็จไปยังฮอลล์ 4 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่มเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ทรงเป็นประธานในงานมหกรรมรวมพลสมาชิก TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2564

ในการนี้พระราชทานรางวัลบุคลากร TO BE NUMBER ONE ดีเด่นและประเภทผลงานจังหวัด อำเภอและชมรม TO BE NUMBER ONE ดีเด่นประจำปีและประเภทผลงานจังหวัด อำเภอและชมรม TO BE NUMBER ONE ต้นแบบ ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินด้านการดำเนินกิจกรรมที่ตอบสนองกับความต้องการของสมาชิก ก่อเกิดประโยชน์ทั้งต่อสมาชิกเอง บุคคลอื่น ชุมชนและสังคม

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นโครงการที่มียุทธศาสตร์การดำเนินงานที่ชัดเจนและต่อเนื่อง มุ่งเน้นการรณรงค์ในกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ วัยรุ่นและเยาวชน รวมทั้งสมาชิกกลุ่มเสี่ยงอื่น โดยการสร้างกระแสการแสดงพลังอย่างถูกต้อง การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิต การจัดระบบการบำบัดรักษาเพื่อคืนคนดีสู่สังคมและป้องกันการเสพซ้ำภายใต้โครงการ “ใครติดยายกมือขึ้น” ตลอดจนการสร้างและพัฒนาเครือข่ายสมาชิกและชมรม TO BE NUMBER ONE เพื่อร่วมกันรณรงค์และจัดกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐเอกชน ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค

ด้วยพระบารมีและพระปรีชาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ ที่ทรงมุ่งมั่น ทุ่มเททรงงานโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลให้โครงการ TO BE NUMBER ONE ประสบผลสำเร็จที่สามารถวัดผลได้ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ถึงปีที่ 19 ของโครงการมีสมาชิกกระจายทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 29 ล้านคน มีชมรม TO BE NUMBER ONE รวม 73,321 แห่ง และศูนย์เพื่อนใจ จำนวน 10,735 แห่ง และผลจากการวิจัยประเมินผลโครงการ พบว่า 1. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมชมรม TO BE NUMBER ONE ช่วยส่งเสริมให้สมาชิกมีพฤติกรรมเกเรลดลง มีความภาคภูมิใจในตนเอง มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็ง และสามารถบอกต่อกิจกรรมของชมรมกับผู้อื่นได้ 2. แกนนำที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายพัฒนาสมาชิก TO BE NUMBER ONE สู่ความเป็นหนึ่ง มีพัฒนาการด้านอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น วิธีการทำงานและบุคลิกภาพรวมทั้งสามารถนำความรู้ ทักษะและสมรรถนะที่ได้รับไปช่วยกิจกรรมสาธารณประโยชน์อื่นๆ 3.แกนนำ TO BE NUMBER ONE IDOL มีความสำเร็จทั้งด้านการเรียนและการทำงาน 4. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสมาชิกใครติดยายกมือขึ้น มีผลให้การตั้งใจกลับไปเสพซ้ำ พฤติกรรมเกเรและจำนวนครั้งที่เข้ารับการบำบัดแบบต้องโทษลดลง 5. สมาชิกชมรมมีส่วนสำคัญในการโน้มน้าวให้เพื่อนและคนใกล้ตัวเลิกใช้ยาเสพติด

 “งานมหกรรมรวมพลสมาชิก TO BE NUMBER ONE”กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำปีทุกปีเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวทางโครงการ TO BE NUMBER ONE กิจกรรมหลักภายในงานคือ การประกวดผลการดำเนินงานประเภทต่างๆ ได้แก่ จังหวัด อำเภอ TO BE NUMBER ONE ที่มีเกณฑ์การประเมินด้านการบริหารจัดการและการบูรณาการภาพรวมในพื้นที่ และประเภทชมรมTO BE NUMBER ONE ในชุมชน สถานศึกษา สถานประกอบการ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เรือนจำ/ทัณฑสถาน และสานักงานคุมประพฤติ มีเกณฑ์การประเมินด้านการดำเนินกิจกรรมที่ตอบสนองกับความต้องการของสมาชิก ก่อเกิดประโยชน์ทั้งต่อสมาชิกเอง บุคคลอื่น ชุมชน และสังคม โดยในปี 2564 มีจานวนการเข้าร่วมประกวดผลงานทั้งสิ้น 423 แห่ง

ในขณะที่นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัด ที่สามารถคว้ารางวัลจากการแข่งขันในงานมหกรรมรวมพลสมาชิก TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2564 ได้ถึง 5 รางวัลกล่าวว่า ในการเข้าร่วมกิจกรรมประกวดนำเสนอผลการดำเนินงานในโครงการ TO BE NUMBER ONE ครั้งนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้นำเสนอผลการดำเนินงานจังหวัดและอำเภอ TO BE NUMBER ONE ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานด้านบริหารจัดการและการบูรณาการเพื่อสนับสนุนให้ชมรม TO BE NUMBER ONE ทุกประเภท ภายในจังหวัดสามารถขับเคลื่อน และดำเนินกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล ทั้งด้านการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติด การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตใจแก่สมาชิกเยาวชนในชมรมฯ และการสอดส่องดูแลช่วยเหลือและให้โอกาสกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสพ ภายใต้ “โครงการใครติดยายกมือขึ้น”

ซึ่งผลการประกวดครั้งนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับรางวัลในระดับประเทศ 5 รางวัล ได้แก่ 1.นายวิชวุทย์
จินโตผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับพระราชทานรางวัลผู้ว่าราชการดีเด่น 2.จังหวัดTO BE NUMBER ONE สุราษฎร์ธานีได้รับรางวัลรักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเพชรปีที่1 3.โรงเรียนสุราษฎร์พิทยาได้รับ รางวัลรักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเพชร ปีที่ 4 4.มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้รับ รางวัลต้นแบบระดับทอง และ 5.ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับรางวัลต้นแบบเงินและอีก 3 ชมรม TO BE NUMBER ONE ได้รับรางวัลกลุ่มดีเด่นระดับภาคใต้ ได้แก่ โรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี และอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon