ปลัดมหาดไทย เผยกระทรวงขับเคลื่อนทุกกลไก ช่วยประชาชนยุคค่าครองชีพสูง หลายสิ่งเห็นผลทันตา

“กระทรวงมหาดไทย เราได้ดำเนินการหลายโครงการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านเศรษฐกิจ-ค่าครองชีพ จนเห็นผลชัด เราทำกันครบในทุกมิติ โดยน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสู่พี่น้องประชาชน” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงทำงานช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

นายสุทธิพงษ์ เผยว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทางกระทรวงมหาดไทย ได้น้อมนำมาสู่การขับเคลื่อนการปฏิบัติอย่างเข้มข้น คือการน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาสู่พี่น้องประชาชน โดยได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว พร้อมทั้งน้อมนำสิ่งที่พพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานแนวทาง และทรงตั้งพระปณิธานในการสืบสานรักษาและต่อยอด แนวทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์สู่โคกหนองนา มาสู่วิถีชีวิต ของพี่น้องคนไทย กระทรวงมหาดไทยได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างแข็งขัน

พวกเราถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่จำเป็นต้องร่วมมือกัน ฟันฝ่าไปให้ได้ ซึ่งเรามีประสบการณ์รับมือกันมาตั้งแต่วิกฤตของการแพร่ระบาด ของโควิด-19 และด้วยสภาวะในเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ มหาดไทยก็ได้สั่งการและขับเคลื่อนในหลายประเด็น โดยถอดบทเรียนจากสิ่งต่างๆ นำมาทบทวนและเป็นพลังขับเคลื่อน

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าในแง่ของเชิงอาชีพ ระหว่างนี้ เราได้พยายาม ประมวลรวบรวมเอาความต้องการของพี่น้องประชาชน ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการเขตเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำเสนอไปสู่รัฐบาลอยู่ หรือในส่วนที่ทำอยู่แล้วเรื่องของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนา ก็ประสบความสำเร็จในการทำให้พี่น้องประชาชนในการพึ่งพาตัวเองได้

ในส่วนของการดำรงชีวิต สิ่งสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยเราได้น้อมนำเอาแนว พระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ พระรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี มาขับเคลื่อนก็คือเรื่องของการลดรายจ่าย และการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ด้วยการมีอาหารปลอดภัย ไว้รับประทานในครัวเรือน คือการปลูกพืชผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหาร ทางกระทรวงมหาดไทยโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และทางนายกเหล่ากาชาดทุกจังหวัด ตอนนี้ได้ลงพื้นที่กันอย่างเข้มข้น เพื่อที่จะไปสร้างความมั่นใจและรณรงค์ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือน ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงไก่ ทำการเกษตรที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ในส่วนตรงนี้มีความสำคัญในสามารถที่จะช่วยลดรายจ่ายอย่างมาก จะทำให้เราทำให้เราฟันฝ่าปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจได้ และสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในทุกเวลาไม่แค่เฉพาะในช่วงนี้

อีกหนึ่งแนวทางที่มหาดไทยวางไว้ คือทุกการขับเคลื่อนดำเนินโครงการสำคัญ ในทุกกรม เรามุ่งเน้นให้ชาวบ้าน เกิดการรวมกลุ่มช่วยเหลือ พึ่งพากัน เช่น การช่วยกันรักษาภูมิปัญญาผ้าไทย และงานทัศนศิลป์หัตถกรรม ของไทย ให้ครบวงจรตั้งแต่ ต้นทาง-กลางทาง และปลายทาง ซึ่งอันนี้เป็นพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สำหรับต้นทางคือการที่จะให้พี่น้องคนไทย-เกษตรกร ช่วยกันปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปลูกฝ้ายและปลูกต้นไม้ที่เอามาใช้ทำสีย้อมผ้า เป็นสีธรรมชาติทำให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดละการใช้สารเคมี ส่วนกลางทาง คือเรื่องของการทอ เราก็มุ่งส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่ม ในการถ่ายทอดวิชาความรู้การทอการทำงานหัตถศิลป์ผ้าไทยในทุกประเภท เพื่อให้เกิดความ มั่นคงด้านเครื่องนุ่งห่ม และถ้าหากชาวบ้านทำกันเป็นเองได้มาก ๆ ก็จะมีเสื้อผ้าราคาถูกใส่ ไม่ต้องไปซื้อหา หากเราผลิตเองได้ และปลายทาง เรามุ่งเน้น การพัฒนาระบบการตลาด ให้กับพี่น้องประชาชน ให้เข้ามาสู่ระบบ ออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากแพลตฟอร์มนี้ที่มีค่าใช้น้อยหรือไม่มีเลย

ขณะเดียวกัน เราก็มุ่งเน้นให้เกิด การรวมตัวกันที่จะฝากสินค้ากันไปจำหน่าย โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองการเดินทาง เราจึงผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มกันให้ได้ ในทุกหมู่บ้านให้มีความเข้มแข็งให้มีความยั่งยืน ประกอบกับ กลุ่ม OTOP และการรวมกลุ่มของสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เราก็มุ่งเน้นให้เขาช่วยกันรวมกลุ่มกัน เพื่อที่จะสามารถ มีปัจจัยการผลิตได้และสามารถผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สามารถใช้ในครัวเรือนเองได้ หากเหลือใช้
ก็จำหน่ายต่อ ให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นในภาพรวม ๆ เราจะเห็นได้ว่าการทำมาหากิน การใช้ชีวิตประจำวัน จากกลไกต่าง ๆ ในโครงการที่เราขับเคลื่อน จะสามารถทำให้ชาวบ้านช่วยเหลือตัวเองพึ่งพาตัวเองได้ ในส่วนนี้ก็กระทรวงมหาดไทยเราได้ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ และจะยิ่งมีผลอย่างยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งหลายเรื่องที่ดำเนินการไปแล้วทำวันนี้ก็เห็นผลทันทีก็มี บางส่วนก็เห็นผลต่อเนื่อง

ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เราก็ได้ทำหนังสือขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เป็นผู้นำในการจัดเวทีในการจัดตลาด นำผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยลดค่าครองชีพ ในราคาประหยัด ในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะกระตุ้น เป็นเหมือนตัวช่วยในการดูดซับดีมานด์ ไมว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ อาหารการกินต่าง ๆ เช่น หาหมูราคาถูกไปจำหน่าย หรือเอาเครื่องอุปโภคบริโภคน้ำมันพืช น้ำตาล ราคาถูก ไปจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนถึงในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ที่เดือดร้อนได้มีโอกาสลดรายจ่ายลง และได้มีสินค้าจำเป็นมาใช้ นี่ก็เป็นเรื่องเฉพาะหน้าที่เราช่วยกันควบคู่ไปกับการสอดส่อง ดูแล กำกับ ไม่ให้เกิดการค้ากำไรเกินควรในพื้นที่ โดยเน้นความเคร่งครัดของการบังคับใช้กฎหมายในการดูแลพี่น้องประชาชน ให้ได้รับความเป็นธรรมควบคู่กันไป

ปลัด มท. ระบุว่า จากสิ่งที่เราทำใน 2 ลักษณะ ทั้งในเชิงบวก คือเรื่องของการส่งเสริม สนับสนุนชุมชุน จัดร้านค้า จัดตลาด นัดสินค้าราคาถูก และในเชิงเข้มการบังคับใช้กฎหมายให้สินค้าอยู่ในราคาที่เหมาะที่ควรเราก็ทำทุกขา ทั้งลดรายจ่าย ในการปลูกพืชผักสวนครัว เพิ่มรายได้ร่วมกลุ่มอาชีพ และ เรื่องการพึ่งพาตนเอง จึงเห็นผลที่เห็นทันทีในหลายเรื่องเลย อย่างรณรงค์ส่งเสริมปลูกผักเราก็ดำเนินการมาตลอด ไม่ใช่แค่ช่วงที่หมูแพง เราทำตั้งแต่แพร่ระบาดโควิดช่วงแรกๆ นี่เข้าสู่ปีที่3แล้ว ก็มีผลปรากฎดี ตัวอย่างที่บ้านผมเองก็ไม่เคยซื้อผักกินเลย เราปลูกกินเอง และมีแจก เพื่อนบ้านได้ด้วยซ้ำ มันเห็นผลทันตา

นายสุทธิพงษ์ สรุปทิ้งท้ายว่าในวิกฤตนี้ หากมองในแง่บวก ผู้คนได้ขบคิดมากขึ้นว่า การทำมาหากิน หากเราน้อมนำ เอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เอาทฤษฎีใหม่มาใช้ เราจะยิ่งมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น ไม่ต้องกลัวน้ำท่วม ไม่ต้องห่วงภัยแล้ง เรามีอาหารการกินทุกวัน หากมีแปลงโคกหนองนาทุกตารางนิ้วมีประโยชน์หมด ก็ทำให้เรามีรายได้มากขึ้น แถมไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมีก็ไม่ใช้ ดีต่อสุขภาพและไม่มีรายจ่ายไม่จำเป็น หากเราช่วยกันกันทำกสิกรรมธรรมชาติ ทำมาหาเลี้ยงชีพได้สมบูรณ์แบบ 100%

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon