บพข. กองทุนส่งเสริม ววน.หนุนเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์เชื่อมเชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง

15.02.22 | 14:46 น.

บพข. กองทุนส่งเสริม ววน. สนับสนุนทุนวิจัยเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ 3 จังหวัด เชื่อมโยงเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง เปิดขบวนปฐมฤกษ์ Lanna Modernization บูมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟ บนเส้นทางยุคสมัยแห่งล้านนา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ณ สถานีรถไฟเชียงใหม่ ได้มีพิธีเปิดการเดินรถขบวนปฐมฤกษ์สำหรับเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ 3 จังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง ด้วยรถไฟขบวนพิเศษ 954 Lanna Modernization ภายใต้แผนงานวิจัย “การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟ บนเส้นทางยุคสมัยแห่งล้านนา”

ผู้เข้าร่วมในงาน เช่น รศ.(พิเศษ) ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา, นายศักดิ์ชัย
คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, นายสันติ รังษิรุจิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, นายสุชีพ สุขสว่าง รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย, ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)

รศ.(พิเศษ) ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) รวมถึงหน่วยงานภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เปิดการเดินรถไฟท่องเที่ยวรอบปฐมฤกษ์ขบวนพิเศษ 954 Lanna Modernization ในวันนี้ นับเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวรวมถึงผลงานการวิจัยจะก่อให้เกิดความยั่งยืน และส่งผลดีกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก และความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศต่อไป

Advertisement

รองศาสตราจารย์กิตติศักดิ์ สมุทธารักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง กล่าวว่า แผนงานวิจัย การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟ บนเส้นทางยุคสมัยแห่งล้านนา เกิดจากการพัฒนาข้อเสนอร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย ได้แก่ 1) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) 2) มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และ 3) การรถไฟแห่งประเทศไทย ต่อมาได้มีการขยายหน่วยงานภาคีเครือข่ายเป็น 11 หน่วยงาน และได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในด้านวิชาการและวิจัย เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563

การเดินรถไฟท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ 3 จังหวัด (เชียงใหม่ – ลำพูน – ลำปาง) ขบวนปฐมฤกษ์ในครั้งนี้ เป็นการเดินรถไฟที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวทั้ง 3 จังหวัด โดยใช้การเดินทางโดยรถไฟเป็นแกนกลางในการเชื่อมประสานกับแหล่งท่องเที่ยวของ 3 จังหวัด โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่า ร่วมกับการจำลองบรรยากาศย้อนยุคตามประวัติศาสตร์การดำเนินกิจการรถไฟในสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ที่ได้โปรดเกล้าฯ ให้มีการสร้างทางรถไฟในภาคเหนือ ซึ่งการเดินรถไฟในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มให้เกิดผลลัพธ์ในการขยายความร่วมมือ การเดินรถไฟท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ในอนาคต ระหว่างคณะนักวิจัยและการรถไฟแห่งประเทศไทย และจะสามารถทำให้เกิดการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจฐานราก และความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป

ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า สกสว. กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้บริหารจัดสรรงบประมาณให้กับ บพข. ซึ่งได้มอบงบให้มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง จัดทำเส้นทางเดินรถไฟสายประวัติศาสตร์ จะนำไปสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างความเจริญจากเมืองหลักไปยังเมืองรองของประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวไทยต่อไป

รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นการนำเสนอความหลากหลายของมรดกทางวัฒนธรรมมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นการย้อนยุควัฒนธรรมอันมีคุณค่าและส่งมอบไปยังรุ่นต่อๆไป การท่องเที่ยวโดยรถไฟนับเป็นเอกลักษณ์ เมื่อผนวกกับแนวทางร้อยเรียงเรื่องราวของ 3 จังหวัดและมรดกทางวัฒนธรรมต่างๆ นับเป็นการยกระดับคุณค่าการท่องเที่ยวของไทยให้มากขึ้น

นายสุชีพ สุขสว่าง รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการที่เกิดขึ้นนี้เป็นโครงการนำร่องที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากภาคีเครือข่าย ซึ่งต้องขอขอบคุณ บพข., สกสว., มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง เราหวังว่าจะมีการต่อยอดจากครั้งนี้ต่อไป เช่นภาคเหนือขยายไปยังแพร่ อุตรดิตถ์ หรือพิษณุโลก หรือภูมิภาคอื่นๆเช่นอีสาน ที่โคราช ขอนแก่น หนองคาย สุรินทร์ หรือทางใต้ เช่นที่เพชรบุรี ชุมพร หวังว่าจะได้เดินหน้าไปเฟส 2 หรือระยะต่อไป

ภายในขบวนปฐมฤกษ์เส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ 3 จังหวัด (Lanna Modernization) นี้มีการแสดงของวงดนตรีบรรเลงเพลงดุริยมรรคาอนันตราล้านนา ร่วมกับการฟ้อนเล็บแบบล้านนา ณ สถานีรถไฟเชียงใหม่ จากนั้นขบวนรถได้เคลื่อนออกจากสถานีรถไฟเชียงใหม่สู่สถานีรถไฟลำพูน ชมการแสดงชุดหริภุญไชยรำลึก แล้วใช้รถรางท่องเที่ยวเพื่อชมเมืองลำพูน ท่องเที่ยวในย่านการค้าโบราณและย่านประวัติศาสตร์ของเมืองลำพูน เช่น กู่ช้าง-กู่ม้า วัดพระธาตุหริภุญไชย อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี คุ้มเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์

จากนั้นเคลื่อนขบวนรถไฟจากสถานีรถไฟลำพูน สู่สถานีรถไฟนครลำปาง มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนขบวนรถไฟ ด้วยสำรับอาหารล้านนาและชาติพันธุ์ ในรูปแบบบ็อกเซต (Box Set) มุ่งเน้นนำเสนอวัฒนธรรมอาหารที่เป็นรากเหง้าและผูกโยงกัน จนตกผลึกเป็นอาหารอัตลักษณ์ล้านนา

เมื่อเดินทางถึงสถานีรถไฟนครลำปาง ชมการแสดงชุดฟ้อนสลุงลำปาง เปลี่ยนพาหนะเป็นรถม้านำเที่ยว เพื่อท่องเที่ยวในย่านการค้าเมืองเก่าและย่านประวัติศาสตร์ของเมืองลำปาง เช่น วัดศรีรองเมือง วัดปงสนุก ชุมชนประตูป่อง ชุมชนท่ามะโอ ชุมชนสบตุ๋ย และชุมชนรถไฟนครลำปาง

แล้วเข้าสู่การเดินรถขากลับ ขบวนรถไฟแวะพักชมสถานีรถไฟขุนตาน และจุดชมวิวสะพานรถไฟทาชมพู ก่อนเดินทางถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่

ความเป็นมาของการเดินรถไฟท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ 3 จังหวัด (เชียงใหม่ – ลำพูน – ลำปาง) นี้ สืบเนื่องจากเมื่อร้อยปีมาแล้วก่อนหน้าที่จะมีการใช้เส้นทางรถไฟ การเดินทางจากลำปางไปสู่เชียงใหม่มีความยากลำบาก เนื่องจากภูมิประเทศในแถบนี้เป็นภูเขาสูงและมีเหวลึก และมีความยากลำบากในการสร้างทางรถไฟจากลำปางมาเชียงใหม่ โดยใช้เวลาในการขุดเจาะอุโมงค์ขุนตานนานถึง 11 ปี ซึ่งอุโมงค์ขุนตานถือได้ว่าเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย อุโมงค์นี้เปิดให้ใช้ในปลายเดือนมีนาคม พ.ศ.2461 โดยมีความยาว 1,362.05 เมตร

หลังจากที่ทางรถไฟสายเหนือสร้างมาถึงเชียงใหม่ ทำให้การเดินทางจากกรุงเทพขึ้นมาเชียงใหม่ใช้เวลาไม่นานเหมือนแต่ก่อน ผู้คนจำนวนมากหันมาใช้บริการของรถไฟ และมีการสร้างสถานีรถไฟประจำเชียงใหม่ขึ้น ชาวบ้านเรียกสถานีนี้ว่า “สถานีป๋ายราง” หมายถึงที่สิ้นสุดของรางรถไฟ หลังการก่อสร้างสถานีรถไฟเชียงใหม่เสร็จ ก็ได้มีพิธีเปิดทำการเดินรถไฟสายเหนือขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2464 และยังทำให้เกิดการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของ 3 จังหวัดคือเชียงใหม่ ลำพูน ลำปางด้วย

แผนงานการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟ บนเส้นทางยุคสมัยแห่งล้านนา และโครงการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานอัตลักษณ์วัฒนธรรมอาหารลำปางและพื้นที่เชื่อมโยง จะช่วยตอบโจทย์เป้าหมายของ ทุนวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ปี 2565 ในการเพิ่มรายได้เมืองรองทางการท่องเที่ยว ซึ่งการวิจัยครั้งนี้มุ่งเน้นการกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลัก คือ จังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมเมืองรอง คือ ลำพูน และลำปาง ซึ่งในรอบปฐมฤกษ์มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมต่อวันเฉลี่ย 120 คน ซึ่งจะมีกิจกรรมในเมืองรองทั้งสองเมือง คาดว่าจะทำให้เกิดการใช้จ่ายจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ที่มุ่งเน้นการสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นและเรื่องราวเชิงวัฒนธรรม นำไปสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเส้นทางรถไฟสายวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดล้านนาตอนบน (ลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่) เกิดจากความมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือตอนบน 1 การรถไฟแห่งประเทศไทยและมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ต่อมากลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. ได้มีการสนับสนุนทุนวิจัยประเด็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้แผนงานการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟ บนเส้นทางยุคสมัยแห่งล้านนา โดยมี ผศ.ดร.ณัฐนันท์ ฐิติยาปราโมทย์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และได้มีการสนับสนุนประเด็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร ภายใต้โครงการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานอัตลักษณ์วัฒนธรรมอาหารลำปางและพื้นที่เชื่อมโยง โดยมี ดร.ปัณณทัต กัลยา และคณะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ดำเนินการวิจัย เพื่อทำให้เกิดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์โดยรถไฟจากเมืองท่องเที่ยวหลักสู่เมืองท่องเที่ยวรอง รูปแบบการบริหารจัดการภาครัฐ-ภาคเอกชน-สมาคมในการทำงานร่วมกัน การออกแบบบริการบนรถไฟ รวมทั้งอาหารและสำรับใส่อาหารสำหรับบริการอาหารแก่นักท่องเที่ยวขณะเดินทางท่องเที่ยวบนรถไฟ โดยต่อยอดจากอัตลักษณ์ความเป็นท้องถิ่นลำปาง