หลายครั้งที่ความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนน สะท้อนถึงพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยและไม่คำนึงถึงผู้ร่วมใช้ท้องถนน อย่างล่าสุดคือกรณี ‘หมอกระต่าย’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความสูญเสีย ที่อาจเตือนสติให้คนในสังคมตระหนักถึงการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และคำนึงถึงชีวิตผู้อื่นมากขึ้น

นายคณวัฒน์ วงศ์แก้ว กรรมการและเลขานุการประธานคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา ได้เผยข้อมูล 3 ฐานที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รวบรวมในระยะเวลา 10 ปีย้อนหลัง พบว่า เกิดความสูญเสียของคนเดินเท้าเฉลี่ยถึง 1,000 รายต่อปี โดยเกือบครึ่งมีสาเหตุจากอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ และ 1 ใน 3 พบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น ยิ่งตอกย้ำถึงการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และเพื่อเป็นการเตือนสติ สร้างการตระหนักรู้ให้คนในสังคมใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ‘หยุดสูญเสีย หยุดรถ ให้คนข้ามทาง ม้าลาย #ความดีที่คุณทำได้’
เน้นย้ำผู้ขับขี่ให้ขับขี่อย่างปลอดภัย รวมทั้งใส่ใจผู้ใช้ท้องถนนด้วยการหยุดรถตรงทางม้าลาย และลดความเร็วเมื่ออยู่ในเขตพื้นที่ชุมชน เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน
อีกทั้งยังมีการทดสอบระบบสัญญาณไฟข้ามถนน บริเวณทางข้ามม้าลายระหว่างอาคารรัฐสภาและกองพันทหารม้าที่ 4 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ รวมถึงจัดกิจกรรมแจกสติ๊กเกอร์ ‘ขอบคุณ ที่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย #ความดีที่คุณทำได้’ หวังสร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่หยุดรถตรงทางม้าลาย

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. และภาคีเครือข่าย มุ่งป้องกันและช่วยสร้างความตระหนักรู้ ทั้งการประสานพลังความรู้วิชาการ พลังสังคม และพลังนโยบาย ตั้งแต่ปี 2546 เพื่อขับเคลื่อนสังคมให้รู้ถึงความสูญเสีย และตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้ท้องถนนร่วมกัน สร้างวัฒนธรรมใหม่ให้ผู้ขับขี่ที่ควรหยุดรถให้คนข้ามถนนที่ทางข้าม ส่วนคนเดินเท้าควรข้ามถนนที่ทางข้าม
รวมถึงการลดความเร็วในการขับขี่บริเวณพื้นที่เขตชุมชน ซึ่งไม่ควรเกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหน้าโรงเรียน โรงพยาบาล ชุมชน ตลาด ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะหากเกิดการชนคนเดินเท้า อย่างน้อยจะช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตได้ถึง 90%
ไม่เพียงเท่านั้น สสส. ยังมุ่งเน้นการดำเนินงานสำคัญ คือ 1. ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญและเพิ่มพฤติกรรมความปลอดภัย 2. สร้างสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ เยาวชน และวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเน้นทำงานในพื้นที่จุดเสี่ยงและเกิดอุบัติเหตุสูง

ด้าน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา กล่าวว่า อุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่มีมานานในสังคมไทย และนับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
วุฒิสภา สสส. และภาคีเครือข่าย เห็นพ้องต้องกันว่า ปัญหานี้ควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด ทุกจังหวัด จึงจัดกิจกรรม ‘การรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม’ พร้อมกันทั่วประเทศ มุ่งสร้างการรับรู้ถึงกฎหมายในการขับขี่ ให้เกิดปลอดภัยสูงสุด และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการขับขี่อย่างไม่มีวินัยและจิตสำนึก

“จากความสูญเสียในกรณีของ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย ที่ถูกมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ชนเสียชีวิต ขณะกำลังข้ามทางม้าลาย เป็นอุบัติเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในสังคมไทย เป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้ท้องถนนที่ไม่เคารพกฎหมาย รวมถึงขาดจิตสำนึกในการใช้ท้องถนนร่วมกันกับผู้อื่น
“วุฒิสภา สสส. และภาคีเครือข่าย จึงขอสนับสนุนกิจกรรม ที่เชิญชวนทุกฝ่ายร่วมตระหนักถึงการใช้ท้องถนนอย่างปลอดภัย หยุดความสูญเสียด้วยการหยุดรถให้คนข้ามทางม้าลายก่อน ย้ำให้เกิดวัฒนธรรมการหยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย” กรรมการและเลขานุการประธานคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา กล่าว
เพราะทุกชีวิตมีค่า ร่วมหยุดทุกความสูญเสีย ด้วยการสร้างจิตสำนึกที่ดีบนท้องถนน

