ปัจจุบัน “ประกันสังคมมาตรา 40” ได้ถูกออกแบบมาเพื่อบุคคลที่ทำอาชีพอิสระโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น พ่อค้า, แม่ขาย, ฟรีแลนซ์, วินมอเตอร์ไซต์ หรือแม้แต่เกษตรกร เรียกว่าเป็นอาชีพที่คุณนั้นเป็นนายตัวเองเป็นอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ แรงงานนอกระบบที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือผู้ประกันตนมาตรา 39 โดยปัจจุบันมีทางเลือกความคุ้มครองทั้งหมด 3 ทางเลือก คือ
ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาท/เดือน
- สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย
ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาท/เดือน
- สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ
ทางเลือกที่ 3 จ่าย 300 บาท/เดือน
- สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณี คือ กรณีประสบเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร
แต่เมื่อสมัครแล้ว… ผู้ประกันตนมาตรา 40 จะสามารถใช้สิทธิประโยชน์ในแต่ละกรณีได้เมื่อไหร่นั้น ลองมาติดตามเงื่อนไขตามข้อกำหนดของสำนักงานประกันสังคมค่ะ
1.กรณีเจ็บป่วย
– สิทธิประโยชน์จะเกิดขึ้นเมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 3 ใน 4 เดือน ก่อนเดือนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
- กรณีทุพพลภาพ
สิทธิประโยชน์จะเกิดขึ้นเมื่อ
– จ่ายเงินสมทบ 6 ใน 10 เดือน ก่อนทุพพลภาพ ได้รับ 500 บาท/ เดือน
– จ่ายเงินสมทบ 12 ใน 20 เดือน ก่อนทุพพลภาพ ได้รับ 650 บาท/ เดือน
– จ่ายเงินสมทบ 24 ใน 40 เดือน ก่อนทุพพลภาพ ได้รับ 800 บาท/ เดือน
– จ่ายเงินสมทบ 36 ใน 60 เดือน ก่อนทุพพลภาพ ได้รับ 1,000 บาท/ เดือน
- กรณีตาย
– สิทธิประโยชน์จะเกิดขึ้นเมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 ใน 12 เดือน ก่อนเดือนที่ตาย
*ยกเว้นกรณีอุบัติเหตุ มีการจ่ายเงินสมทบ 1 ใน 6เดือน ก่อนเดือนที่ตายมีสิทธิได้รับค่าทำศพ
- กรณีชราภาพ (เฉพาะทางเลือก 2 / 3)
– สิทธิประโยชน์จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกันอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน
และ 5. กรณีสงเคราะห์บุตร (เฉพาะทางเลือก 3)
สิทธิประโยชน์จะเกิดขึ้นเมื่อ
– จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 24 ใน 36 เดือน
– ขณะรับเงินสงเคราะห์บุตรต้องส่งเงินสมทบทุกเดือน
และนี่ก็เป็นเงื่อนไขก่อนการใช้สิทธิประโยชน์ของมาตรา 40 เช็กกันให้ดี ๆ และพร้อมรับความสุขและความห่วงใยจากของสำนักงานประกันสังคมกันได้ผ่านการเป็นผู้ประกันตนค่ะ

