ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงพื้นบ้าน ทั้ง 23 จังหวัดชายทะเล ประกอบด้วย จังหวัดทางฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด และฝั่งอ่าวไทย 17 จังหวัด ที่ได้ประสบปัญหาด้านช่องทางการกระจายผลผลิตทางทะเล ซึ่งได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 จึงได้มีนโยบายมอบหมายให้กรมประมง กำหนดมาตรการทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว เร่งบรรเทาความเดือดร้อน ด้วยการจัดหาช่องทางการกระจายสินค้า สู่ผู้บริโภค ทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์ รวมทั้งประสานงานกับห้างสรรพสินค้าทั้งค้าปลีกและค้าส่ง , สถานีบริการน้ำมัน ,โรงงานแปรรูป และตลาดชุมชน ในการรับผลผลิตเพื่อวางจำหน่าย
“ พร้อมกันนี้ กรมประมงยังจัดให้มีโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค Fisherman Market ขึ้น เพื่อให้ชาวประมงพื้นบ้านมีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ และมีพื้นที่ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากทะเลทั้งแบบอาหารทะเลสด รวมไปถึงอาหารทะเลแปรรูป มาจัดจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคในราคาย่อมเยา โดย Fisherman Market จะจัดขึ้นในทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ หน้าอาคาร F.M.C ภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร และ ครอบคลุมทั้ง 22 จังหวัดชายทะเล นอกจากนี้ กรมประมง ได้ส่งเสริมทักษะการขายและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการตลาด รวมไปถึงการแปรรูป การบรรจุภัณฑ์ ให้สามารถเก็บรักษาผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำได้นานขึ้น และขนส่งได้สะดวก เน้นการใช้ตราสัญลักษณ์เครื่องหมาย ปลาตะเพียน ทำให้เกิดภาพจำในตัวสินค้า อีกทั้งผู้บริโภค มีความมั่นใจในคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการประกอบอาชีพให้เกิดความมั่นคงในระยะยาวต่อไปในอนาคต
“โครงการ Fisherman Market ที่ดำเนินการขึ้นนี้ ทางกรมประมงได้เข้ามาดูแลสินค้าประมงพื้นบ้านเป็นหลัก และวันนี้ได้ขยายตลาดออนไลน์มีการแนะนำให้แปรรูปผลิตภัณฑ์ขายในตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง และมีแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ของกรมประมงที่จะส่งเสริมให้สินค้าประมงพื้นบ้านขึ้นไปสู่ตลาดออนไลน์ ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าอีกให้กับพี่น้องชาวประมง”ดร.เฉลิมชัย กล่าวทิ้งท้าย
