พร้อมดันเครื่องหมายการันตี “ปลาตะเพียน” สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค
ดร.ชุติมา ขมวิลัย ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าประมงและหลักฐานเพื่อการสืบค้น กรมประมง เปิดเผยว่า เพื่อให้ช่วยเหลือให้ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ 23 จังหวัดชายทะเลที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ได้มีช่องทางตลาดเพื่อกระจายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น และส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าประมงและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ที่มีคุณภาพได้โดยตรง ตามนโยบาย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง จึงได้ผลักดันให้เกิดการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น อาทิ ภายใต้โครงการตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ ที่เน้นให้ชาวประมงและผู้ประกอบการ ได้จำหน่ายสินค้าผ่านทั้ง Social media Website E-Commerce Online Shopping
“ พร้อมกันนี้ กรมประมงยังได้ส่งเสริมการจัดทำตลาดรูปแบบใหม่ด้วยการเปิดซื้อ-ขายสินค้าสัตว์น้ำผ่านระบบสั่งจองออนไลน์ หรือ Pre Order ภายใต้ “Fisheries Shop” เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำที่มีความสด สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน จากเกษตรกรไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งเกษตรกรสามารถบริหารจัดการสินค้าให้เป็นไปตามคำสั่งซื้อผ่านระบบฯ ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจทั้งในเรื่องคุณภาพและราคาของสินค้าด้วย ซึ่งประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยปัจจุบัน Fisheries Shop มีเกษตรกรที่เป็นผู้ขายที่ลงทะเบียนในระบบ 410 ราย มีจำนวนผู้ซื้อที่ลงทะเบียน 2,796 ราย โดยมีมูลค่าการจำหน่ายสินค้า รวมทั้งสิ้น 2,400,000 บาท ประกอบด้วย สินค้าสัตว์น้ำสด แช่เย็นแช่แข็ง และสินค้าแปรรูป”
ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าประมงและหลักฐานเพื่อการสืบค้น กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ กรมประมงยังเน้นมาตราการส่งเสริมด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์สินค้า โดยใช้ตราสัญลักษณ์ “เครื่องหมายปลาตะเพียน” เพื่อการันตีรับรองคุณภาพสินค้าประมงที่จำหน่าย โดยแบ่งเป็น 3 ระดับได้แก่
หนึ่ง ปลาตะเพียนสีทอง เป็นระดับคุณภาพชั้น 1 สินค้าคุณภาพมาตรฐานดีเยี่ยม โดยมีข้อกำหนดว่า สินค้าสัตว์น้ำสด ต้องเป็นสินค้าสัตว์น้ำที่ผ่านการรับรองมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP) หรือเป็นสินค้าที่มาจากการทำประมงที่ถูกกฎหมายสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีวิธีการจัดการหลังการจับถูกสุขลักษณะ และสามารถรักษาความสดของสัตว์น้ำจากฟาร์มจนถึงมือผู้บริโภค โดยบรรจุภัณฑ์ต้องปลอดภัยจากการปนเปื้อน มีการแสดงฉลากแสดงข้อมูลสินค้าที่ชัดเจน ขณะที่ สินค้าสัตว์น้ำแปรรูป ต้องใช้วัตถุดิบที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP หรือมาจากการทำประมงที่ถูกกฎหมาย และผลิตภัณฑ์จะต้องได้ อย. โดยบรรจุภัณฑ์ต้องสะอาด สวยงาม และสามารถรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้จนถึงมือผู้บริโภค
สอง ปลาตะเพียนสีเงิน เป็นระดับคุณภาพชั้น 2 สินค้าคุณภาพมาตรฐานดี โดยวัตถุดิบต้องได้มาจากการทำประมงถูกกฎหมาย หรือมาจากฟาร์มที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP สถานที่ผลิตและกระบวนการผลิตต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต GMP หรือ Good Manufacturing Practice บรรจุภัณฑ์ต้องสะอาด เหมาะสม สวยงาม ตลอดจนมีการบริหารจัดการที่ชัดเจนเพื่อเข้าสู่การรับรองมาตรฐาน
สาม ปลาตะเพียนสีทองแดง เป็นระดับคุณภาพชั้น 3 สินค้าคุณภาพมาตรฐาน โดยวัตถุดิบต้องได้มาจากฟาร์ม Safety level หรือการทำประมงถูกกฎหมาย บรรจุภัณฑ์ต้องสะอาด สถานที่ผลิตและกระบวนการผลิตต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต GMP
“ ปัจจุบันมีผู้ได้รับเครื่องหมายรับรองและการอนุญาตจำหน่ายสินค้าประมงแล้วจำนวน 26 ราย รวม 74 ผลิตภัณฑ์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับคุณภาพชั้น 1 สินค้าคุณภาพมาตรฐานดีเยี่ยม เครื่องหมายปลาตะเพียนสีทอง 54 ผลิตภัณฑ์ ระดับคุณภาพชั้น 2 สินค้าคุณภาพมาตรฐานดี เครื่องหมายปลาตะเพียนสีเงิน 10 ผลิตภัณฑ์ และระดับคุณภาพชั้น 3 สินค้าคุณภาพมาตรฐาน เครื่องหมายปลาตะเพียนสีทองแดง 10 ผลิตภัณฑ์ ดังนั้นจึงขอให้ผู้บริโภค ได้เลือกซื้อสินค้าสินค้าประมงที่ได้รับเครื่องหมายปลาตะเพียน เป็นหลัก เพราะสามารถมั่นใจได้ ทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย” ดร.ชุติมา กล่าวทิ้งท้าย
