สสส. ผลักดันสิทธิสตรี ยกระดับสุขภาวะ ลดความรุนแรงในพื้นที่ชายขอบ

8.03.22 | 13:45 น.

หลายปีที่ผ่านมา คนทั่วโลกอาจตื่นตัวเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ เกิดการขับเคลื่อนและรณรงค์เพื่อให้เข้าใจว่า การเพิ่มบทบาทและความสำคัญของผู้หญิงด้านต่างๆ มีผลดีอย่างไร ถึงกระนั้นความไม่เท่าเทียม และความรุนแรงทางเพศก็ยังไม่หมดไปง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังต้องเผชิญการถูกละเมิด ถูกลิดรอนสิทธิ และไม่สามารถส่งเสียงเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้

เนื่องในวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี คือวันสตรีสากล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงถือโอกาสนี้ยกปัญหาความเท่าเทียม และความรุนแรงทางเพศเป็นวาระสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข และหากสามารถบรรเทาความรุนแรงได้มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ปัญหาต่างๆ ในสังคมบรรเทาลงเท่านั้น

ส่งเสริมสุขภาวะดี นำร่องแก้ทุกปัญหา

ทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง อาจเริ่มแก้ไขได้ด้วยการส่งเสริมสุขภาวะที่ถูกต้อง ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. เชื่อว่าภารกิจสำคัญของ สสส. คือการส่งเสริมให้ผู้หญิงมีสุขภาพแข็งแรง ด้วยการสนับสนุนสิทธิในมิติต่างๆ เช่น สิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพ และสิทธิในการปกป้องคุ้มครองตนเองให้รอดพ้นจากความรุนแรงในทุกมิติ เป็นต้น

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ภรณีพบว่ายังมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีปัญหาทางกายภาพ และกลุ่มคนชายขอบของสังคม ซึ่งประกอบด้วย ผู้หญิงมุสลิม ผู้หญิงชาติพันธุ์ และกลุ่มผู้หญิงที่ด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็น ผู้ต้องขัง ผู้หญิงบริการ และผู้หญิงรักผู้หญิง ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในส่วนนี้ได้ ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย ทั้งความเหลื่อมล้ำของสังคม และความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น

“ผู้หญิงเป็นกลุ่มประชากรที่เผชิญความเหลื่อมล้ำในสังคมสูง จากอคติทางเพศที่ฝังในระบบคิด ติดอยู่ในจารีต และการปฏิบัติในวัฒนธรรมจนส่งผลต่อสุขภาวะผู้หญิง ทำให้เข้าไม่ถึงโอกาสทางสังคม เศรษฐกิจ และอำนาจการตัดสินใจในเรื่องส่วนตัว ครอบครัว และนโยบายสาธารณะ ที่กำหนดชะตาชีวิต”

ขจัดความรุนแรง สอดคล้องเป้าหมายระดับโลก

ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. ยังเผยสถิติที่ไม่สู้ดีนักว่า ประเทศไทยมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นต่อผู้หญิง ทั้งการถูกละเมิดทางเพศ การข่มขืนกระทำชำเรา การเป็นฝ่ายถูกกระทำความรุนแรงทางร่างกายหรือจิตใจไม่น้อยกว่า 7 คนต่อวัน ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

อย่างไรก็ตาม อีกสถิติที่น่าเศร้าคือ แม้จะมีจำนวนผู้หญิงที่เข้ารับการบำบัดรักษาและแจ้งความร้องทุกข์ต่อปีไม่ต่ำกว่า 30,000 ราย แต่รายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระบุว่า ร้อยละ 87 ของคดีการถูกล่วงละเมิดทางเพศเหล่านี้กลับไม่เคยถูกรายงาน

นอกจากการส่งเสริมสิทธิและความเสมอภาคของสตรีแล้ว ภรณีหวังว่า หน่วยงานทุกภาคส่วนของสังคมจะเห็นความสำคัญของปัญหา และช่วยกันร่วมขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) ของสหประชาชาติ ที่ระบุให้การขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิง ทั้งในที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัว เป็นเป้าหมายที่ประเทศต่างๆ ต้องให้ความสำคัญและทำให้บรรลุให้จงได้

ยกระดับสิทธิสตรีพื้นที่ห่างไกล

จากการทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิสตรีในพื้นที่ชายแดนใต้ วรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ในฐานะแกนนำกลุ่มลูกเหรียง พบว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ทำให้ผู้หญิงถูกริดรอนและจำกัดสิทธิต่างๆ จนไม่สามารถขอความช่วยเหลือของภาครัฐได้ และพอมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ยิ่งทำให้ปัญหาเหล่านี้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ วรรณกนกเชื่อว่า ภาครัฐสามารถช่วยกันแก้ปัญหานี้ได้ ด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาที่ดีให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่อผู้คนมีความรู้มากขึ้น ก็จะนำไปสู่ทางเลือกในชีวิตที่มากขึ้นเช่นกัน ที่ผ่านมาการรณรงค์ของกลุ่มลูกเหรียง องค์กรภาคประชาสังคมที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ช่วยให้สัดส่วนของผู้หญิงเข้าถึงระบบการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้สูงขึ้นจนมากกว่าผู้ชายแล้ว ซึ่งจะนำไปสู่การเสริมศักยภาพด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และสังคมต่อไป

“เราจึงจัดตั้งกลุ่มให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้หญิงที่ต้องการเข้าถึงความยุติธรรม ที่ผ่านมาคนชอบบอกว่ามีตัวแทนผู้หญิงแล้ว แต่ยังมีสัดส่วนที่น้อยมาก เราต้องการตัวแทนผู้หญิงมากขึ้นเพื่อตัดสินใจร่วมกันได้ เคารพความเป็นมนุษย์เท่ากัน ปัญหาและอุปสรรคยังอยู่ที่ความเชื่อของผู้ชายว่า ผู้นำต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงอีกมาก” นายกสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ อธิบาย

นับเราด้วยคน ร่วมรณรงค์เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

แม้ปัญหาความรุนแรงและความไม่เท่าเทียมทางเพศจะฝังรากลึก จนไม่สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที แต่ สสส.หวังว่าวันที่ 8 มีนาคม ซึ่งเป็นวันสตรีสากล จะทำให้ผู้คนตระหนักถึงพลังของสิทธิสตรีว่าจะนำไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นได้

ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. เผยว่า สสส.ทำงานอย่างแข็งขันกับองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ อาทิ สมาคมเพศวิถีศึกษา มูลนิธิเพื่อนหญิง มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม เป็นต้น เพื่อสนับสนุนด้านสุขภาวะผู้หญิง ทั้งการสนับสนุนด้านวิชาการ การพัฒนาศักยภาพ สานพลังเครือข่าย และทำงานด้านนโยบายเพื่อลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวซึ่งเป็นปัญหาสำคัญต่อสุขภาวะผู้หญิงให้หมดไป

และหากคนรุ่นใหม่สนใจจะขับเคลื่อนและรณรงค์แก้ไขปัญหานี้ไปพร้อมๆ กัน สสส. ยังร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย เปิดพื้นที่ให้เยาวชนรุ่นใหม่แสดงความเห็นร่วมหาทางออกจากปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ในช่วงปลายเดือนมีนาคม-เมษายน 2565 นี้ ทาง www.นับเราด้วยคน.com

เพราะสังคมที่ดีจะเกิดขึ้นได้ คนทุกเพศทุกวัยจำเป็นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.thaihealth.or.th/