โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ “หนองพลับ-กลัดหลวง” มีพื้นที่โครงการครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเล็งเห็นว่าเกษตรกรส่วนใหญ่มักทำการเพาะปลูกพืชช่วงฤดูฝนเท่านั้น ส่วนฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกทรงมีพระราชประสงค์ที่ทำให้เห็นว่า หากมีการเก็บน้ำไว้แล้ว ก็จะสามารถเพาะปลูกพืชได้ ปัจจุบันแหล่งน้ำที่อยู่ในโครงการมีสภาพตื้นเขินปริมาณน้ำไม่เพียงพอในการนำมาใช้ในโครงการ (http://www1.ldd.go.th/web_kingproject/Project_025.htm สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2565)
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ ได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ ในพื้นที่โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ “หนองพลับ-กลัดหลวง” ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือร่วมกับ ศูนย์โครงการจัดพัฒนาที่ดินฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสหกรณ์หนองพลับรุ่งเรืองตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน สามารถเก็บกักน้ำได้ 967,000 ลบ.ม. สนับสนุนพื้นที่การเกษตรได้ 15,209 ไร่
นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 เปิดเผยว่า “สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 ได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ โดยร่วมมือกับ กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนโครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ “หนองพลับ-กลัดหลวง” ในการจัดหาแหล่งน้ำ เพิ่มน้ำต้นทุนและทำระบบกระจายน้ำให้กับพื้นที่ สนับสนุนให้เกษตรกรมีแหล่งน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่เป็นการเกษตรน้ำฝน”
นายธนัชกฤต กลิ่นหวล ผู้อำนวยการโครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ “หนองพลับ – กลัดหลวง” เปิดเผยว่า “พื้นที่โดยรวมทั้งโครงการมีประมาณ 55,000 ไร่ ซึ่งจากการดำเนินการตั้งแต่ปี 2515 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลารวมเกือบ 50 ปี โดยที่ดินในโครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์เป็นที่ดินของรัฐไม่สามารถซื้อขายได้ ปัจจุบันโครงการมีอยู่ประมาณ 1,700 ไร่ มีประชาชนอยู่ประมาณ 1,500 ครัวเรือนเข้าอยู่อาศัยและมีที่ดินให้ทำกินไปตลอดชั่วลูกชั่วหลาน”
ลักษณะของพื้นที่โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ “หนองพลับ-กลัดหลวง” เป็นพื้นที่ดอนและพื้นที่ลาดชัน พื้นที่ในการกักเก็บน้ำมีเฉพาะที่เป็นลำห้วย หนอง คลอง บึง ซึ่งในช่วงฤดูแล้ง ก็จะไม่มีน้ำทำการเกษตร ดังนั้นการใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบันก็จะเป็นการปลูกพืชไร่คือสับปะรดและอ้อยเป็นหลัก ส่งผลให้รายได้ของประชาชนในพื้นที่มีจำกัด เพราะว่าการปลูกอ้อยและการปลูกสับปะรดต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งปี ถึงหนึ่งปีครึ่งจึงจะได้ผลผลิตทำให้เกษตรกรมีรายได้น้อย
นายธนัชกฤต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมากรมทรัพยากรน้ำเข้ามาพัฒนาในพื้นที่ ทำให้มีแหล่งน้ำเพิ่มมากขึ้น จนทำให้การปลูกพืชจากปัจจุบันที่มีการปลูกพืชไร่ ปลูกสับปะรดมีการพัฒนาไปปลูกพืชที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น มีระยะเวลาการเก็บเกี่ยวสั้น ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้และมีผลผลิตดีกว่าเดิม”
โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ “หนองพลับ – กลัดหลวง” ดำเนินการเสร็จไปแล้ว 12 โครงการ ซึ่งลักษณะโครงการที่ดำเนินการมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศของพื้นที่แหล่งน้ำ อาทิเช่น โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสระเก็บน้ำเขาอ่างแก้ว หมู่ที่ 13 ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำที่ให้สามารถเก็บกักน้ำได้ 15,000 ลบ.ม.
นายพงศกร คำเนตร ประธานสหกรณ์การเกษตรกลัดหลวง จำกัด เปิดเผยว่า “ในอดีตอ่างนี้มีสภาพรกร้างต้องปรับปรุงเพื่อให้เก็บน้ำได้ หลังจากที่กรมทรัพยากรน้ำเข้ามาปรับปรุงและจัดวางท่อ ทำให้สามารถกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนที่อยู่โดยรอบแหล่งน้ำได้ขยายเนื้อที่ของการทำเกษตรได้มากขึ้นกว่าเดิม สร้างความเป็นอยู่ของสมาชิกดีกว่าก่อน ต้องขอขอบคุณกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินโครงการดีๆ ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ผมขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ”
นอกจากนี้กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำสนับสนุนสหกรณ์หนองพลับรุ่งเรือง ในโครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ บ้านโป่งแย้ ม.6 ต.ไร่ใหม่พัฒนา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นโครงการเดิมที่เชื่อมโยงแหล่งน้ำเดิม 3 แห่ง โดยนำน้ำจากแหล่งน้ำที่มีระดับน้ำมากมาเติมในแหล่งน้ำที่มีระดับน้ำน้อยพร้อมสร้างระบบกระจายน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตร 317,110 ลบ.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 600 ไร่
นายประเสริฐ มูลเกตุ ประธานสหกรณ์การเกษตรหนองพลับรุ่งเรือง จำกัด กล่าวว่า “แต่ก่อนนั้นพื้นที่แห่งนี้เป็นอ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ ที่บรรจุน้ำได้น้อยมาก ซึ่งประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ จะใช้น้ำได้แค่ต้นฤดูแล้งเท่านั้น พอปลายฤดูแล้งน้ำจะไม่พอใช้ สำหรับการเกษตรและการบริโภค จึงขอขอบคุณรัฐบาลและกรมทรัพยากรน้ำที่ได้อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและเพิ่มระบบกระจายน้ำ ทำให้ชีวิตของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแต่ก่อนนี้รายได้ของเกษตรกรไม่ถึงวันละ 300 บาท แต่ปัจจุบันเกษตรกรได้มีการปรับแผนการเกษตรของตนเอง ปลูกพืชหมุนเวียนทำให้การใช้จ่ายของเขามีความคล่องตัวยิ่งขึ้น รายได้ในการเลี้ยงครอบครัวเพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้นด้วยครับ”
โครงการอนุรักษ์พื้นฟูสระเก็บน้ำหนองกลางบ้าน หมู่ที่ 13 ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บได้มากขึ้น มีความจุประมาณ 40,000 ลบ.ม. โดยนายวินัย คงแจ่ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า “พื้นที่ที่เราอยู่เรียกว่า “หุบเฉลา” เป็นพื้นที่สูงเราไม่มีแหล่งน้ำต้นทุน ต้องอาศัยน้ำฝน ถ้าเราไม่มีที่กักเก็บน้ำเมื่อถึงหน้าแล้งชาวบ้านจะเดือดร้อน” ต้องขอขอบคุณกรมทรัพยากรน้ำที่เข้ามาอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ “สระเก็บน้ำหนองกลางบ้าน” ให้มีความจุมากขึ้นและเกษตรกรที่เขาปลูกผักสามารถที่จะเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
ทั้งนี้ในอนาคตกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ ได้กำหนดแผนงานการพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มอีกกว่า 10 โครงการ โดยมีเป้าหมายการจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนพื้นที่การเกษตร ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการสำรวจพื้นที่กว่า 50,000 ไร่ ในเขตพื้นที่โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ “หนองพลับ-กลัดหลวง” จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี

