2 ผู้นำแรงงานสตรีชื่นชมนายกฯ-รมว.แรงงาน รับฟังปัญหา ดูแลค่าจ้างวันลาคลอด

13.03.22 | 12:00 น.
อภันตรี-สกุลรัตน์ 2 ผู้นำองค์กรแรงงานสตรี กล่าวขอบคุณ พร้อมชื่นชมรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ภายหลังจาก “พล.อ.ประยุทธ์”นายกรัฐมนตรี สั่งเร่งรัดดำเนินการติดตามการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อให้นายจ้างและสำนักงานประกันสังคมร่วมกันจ่ายค่าจ้างให้ครอบคลุมวันลาคลอดแรงงานสตรีทั้งหมด 98 วัน
วันที่ 13 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอภันตรี เจริญศักดิ์ รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงกรณีเครือข่ายสตรียื่นข้อเรียกร้องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันสตรีสากล 8 มีนาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับสิทธิของลูกจ้างประเด็นวันลาคลอดบุตรที่ปัจจุบันให้ลาได้ 98 วัน แต่การจ่ายค่าจ้างครอบคลุมเพียง 90 วัน เนื่องจากข้อกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลูกจ้างลา แต่ไม่เกิน 45 วัน โดยค่าจ้างอีกครึ่งหนึ่ง (45 วัน) ลูกจ้างรับจากสำนักงานประกันสังคม ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน จึงเห็นได้ว่าจำนวนวันลา 8 วันที่เพิ่มขึ้นนั้น ลูกจ้างยังไม่ได้รับความคุ้มครองในเรื่องค่าจ้าง
นางอภันตรี ระบุว่า นายกฯ ได้รับข้อเรียกร้องดังกล่าว และสั่งการให้กระทรวงแรงงานดำเนินการปรับปรุงข้อกฎหมายเพื่อให้นายจ้างและสำนักงานประกันสังคมร่วมกันจ่ายค่าจ้างให้ครอบคลุมวันลาทั้งหมด 98 วัน โดยจะปรับเพิ่มประโยชน์ทดแทนให้ผู้ประกันตนจากร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน เป็นร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 98 วัน จะมีผลทำให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างในวันลาเพิ่มขึ้นจากสิทธิเดิม อีก 4 วัน ในส่วนของค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตร อีก 4 วัน และจะดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เพิ่มสิทธิให้กับลูกจ้างต่อไป
นางอภันตรี ระบุด้วยว่า ขอขอบคุณพลเอกประยุทธ์ นายกฯ ในฐานะผู้นำรัฐบาลที่เห็นถึงความสำคัญของลูกจ้างหญิงมีครรภ์ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ได้ทำหน้าที่รณรงค์เรียกร้องสิทธิให้กับแรงงานสตรี มีหลายเรื่องที่ถูกปัดตก รัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น กลุ่มผู้ใช้แรงงานไม่สามารถเข้าถึงการนำเสนอปัญหาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้ซึ่งสามารถกำหนดนโยบายหรือแนวปฏิบัติในการแก้ไขปัญหา แต่เมื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้อนุญาตให้เข้ามาพูดคุย นำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้น นายสุชาติแสดงความเป็นกันเอง ไม่ถือตัว รับฟังปัญหาและมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา จากที่พบเห็นไม่ใช่เฉพาะ คสรท. แต่ปฏิบัติกับทุกคน ทุกกลุ่มที่ต้องการให้ท่านได้ให้การช่วยเหลือ และสิ่งที่เราได้นำเสนอได้รับการดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ตนเองเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานสตรีมาโดยตลอดจากการที่นายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้สตรีได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ได้รับสิทธิประโยชน์จากการจ้างงาน มีความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงาน โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคม เพิ่มค่าคลอดบุตรจากเดิม 13,000 บาท เป็น 15,000 บาท ค่าสงเคราะห์บุตรจากเดิมเดือนละ 600 บาท เป็นเดือนละ 800 บาท ค่าฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ จากเดิม 1,000 บาท เป็น 1,500 บาท รวมทั้งการตรวจสุขภาพ ตรวจสุขภาพเต้านม ตรวจมะเร็งปากมดลูกฟรีให้แก่ผู้ประกันตนและการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคกรณีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ตนเองขอขอบคุณนายกฯ รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทั้งส่วนตัวและในฐานะผู้แทนผู้ใช้แรงงานด้วยใจจริง
ด้านนางสาวสกุลรัตน์ ยศเรืองศักดิ์ ประธานสหภาพแรงงาน อีทีเอ กล่าวในเรื่องเดียวกันนี้ว่า ดีใจที่นายกรัฐมนตรีเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ นโยบายหลายอย่างที่ออกมาจากท่านหลายหน่วยงานนำไปปฏิบัติทำได้ครบ 100 % บ้าง ไม่ครบบ้าง ในส่วนที่ผู้ปฏิบัติยังทำไม่ได้ก็ถูกโจมตีต่อว่าท่าน ซึ่งตนเองเข้าใจในเรื่องนี้ดีขนาดดูแลคนเพียงแค่พันกว่าคนยังมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้หมด นายกฯ ดูแลปัญหาทั้งประเทศสั่งการไปผู้ปฏิบัติก็อาจไม่สามารถทำตามที่ต้องการได้ครบถ้วน แต่ในส่วนของกระทรวงแรงงานเห็นว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนำนโยบายของนายกฯ มาปฏิบัติทุกเรื่องเกิดผลสำเร็จ ได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะนโยบาย Factory Sandbox บริษัทได้นำมาปฏิบัติเกิดประโยชน์ทั้งกับบริษัทและตัวลูกจ้างสามารถทำงานต่อไปได้โดยไม่ต้องปิดกิจการชั่วคราว
“สิ่งที่ประทับใจและชื่นชมท่านสุชาติ คือ ดิฉันเป็นเพียงประธานสหภาพแรงงานเล็กๆ แห่งหนึ่ง พนักงานติดโควิด-19 ไม่สามารถหาเตียงพักรักษาได้ แจ้งไปในไลน์กลุ่มสหภาพแรงงานที่สังกัดอยู่ ไม่นึกว่าตัวท่านรมว.จะเข้ามาตอบและดำเนินการมอบเจ้าหน้าที่เข้ามาประสานงานช่วยเหลือด้วยตนเอง ขอเป็นกำลังใจให้ลุงตู่และท่านสุชาติบริหารงานให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพราะทราบว่าคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันรักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เสียสละความเป็นส่วนตัวและครอบครัว จะเป็นผู้ที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง” นางสาวสกุลรัตน์ กล่าว