กรมทรัพยากรน้ำเสริมระบบกระจายน้ำสนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่สับปะรด ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี

11.03.22 | 13:00 น.

ประเทศไทยมีพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานประมาณ 117 ล้านไร่ ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เกษตรน้ำฝนหรือพื้นที่ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลักในการเพาะปลูกพืช ซึ่งผลผลิตที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของปริมาณน้ำฝนในแต่ละปี จากการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันนั้น ส่งผลให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและภาวะการขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นสาเหตุให้เกษตรกรไม่สามารถทำการเกษตรและเพาะปลูกพืชได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งเพราะในพื้นที่ขาดน้ำต้นทุนจึงทำให้เกษตรกรมีแหล่งรายได้ไม่แน่นอนได้หลายพื้นที่เกิดภาวะหนี้สินและเสี่ยงต่อการขาดทุน

การจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรมนอกเขตพื้นที่ชลประทานให้สามารถเพาะปลูกได้ตลอดปี จะทำให้เกษตรกรมีความอยู่ดีกินดีมากขึ้น ลดการย้ายถิ่นฐานเพื่อหางานทำโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อมีความมั่นคงด้านปัจจัยการผลิตเกษตรกรสามารถเพาะปลูกพืชได้ตลอดปี นอกจากนี้การมีแหล่งน้ำที่เพียงพอตลอดปี ส่งผลให้เกษตรกรสามารถพัฒนารูปแบบของการเพาะปลูกพืชจากการปลูกพืชเชิงปริมาณให้เป็นเกษตรแบบผสมผสานมีพืชและสัตว์ต่างๆ สามารถเกื้อกูลประโยชน์ต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและการสร้างระบบการกระจายน้ำที่ทั่วถึงเพื่อส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยแก้ไขปัญหาความยากจนลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม การย้ายถิ่นฐานและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้มีความมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างภูมิต้านทานให้เกิดขึ้นกับประชาชน

นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า “จากนโยบายการบริหารจัดการน้ำโดยการเพิ่มประสิทธิภาพกระจายแหล่งน้ำของภาครัฐภายใต้การกำกับดูแลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญและมีข้อสั่งการให้หน่วยงานภายใต้การกำกับที่มีภารกิจที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมากรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำ พร้อมเสริมระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและกระจายน้ำให้กับเกษตรกรโดยรอบพื้นที่โครงการต่างๆ อย่างทั่วถึง สอดคล้องกับแนวทางในการดำเนินงาน ตามยุทธศาสตร์ชาติ ในการพัฒนาความมั่นคงน้ำ พลังงาน และเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน”

Advertisement

ตัวอย่างความสำเร็จหนึ่งที่กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการคือ โครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่สับปะรด ม.5 ม.11 และ ม.14 ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ซึ่งสภาพแหล่งน้ำเดิมเป็นสระเก็บน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก พื้นที่การเกษตรขาดแคลนระบบส่งน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 ได้รับการประสานจากผู้นำชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่เพื่อทำการสำรวจและดำเนินโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยแสงอาทิตย์ส่งน้ำมาใช้ในพื้นที่การเพาะปลูกอย่างทั่วถึง ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกว่า 1,100 ไร่ ครัวเรือนได้รับประโยชน์จำนวน 322 ครัวเรือน ส่งผลให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบโครงการ และบรรเทาปัญหาภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง

นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 เปิดเผยว่า “กรมทรัพยากรน้ำได้เข้ามาปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำ ก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ลดค่าน้ำมัน และจัดวางท่อให้สามารถกระจายน้ำครอบคลุมพื้นที่การเกษตรได้อย่างทั่วถึง  ซึ่งในอนาคตสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 ได้สำรวจออกแบบเพิ่มเติมโดยรอบโครงการ เพื่อเพิ่มจุดกระจายน้ำและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนระบบกระจายน้ำให้กลุ่มเกษตรกรที่อยู่ตอนเหนือของพื้นที่ให้ได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำจากโครงการนี้เพิ่มขึ้นอีกด้วย”

โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำ และโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความสอดคล้องกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนาความมั่นคงด้านน้ำ พลังงาน และเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และแผนปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องทรัพยากรน้ำ ประเด็นการบริหารแผนงานโครงการที่สำคัญตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการบริหารเชิงพื้นที่และมีความสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ของกระทรวทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีฯ ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้งหรือเสี่ยงภัยแล้ง ให้ได้รับการจัดหาพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำ เพื่อสนองความต้องการในการดำรงชีวิตและการผลิตทางเศรษฐกิจอย่างพอเพียง