โครงการอนุรักษ์พื้นฟูแหล่งน้ำทำนบเสียว (ช่วง1-3) สนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

13.03.22 | 13:00 น.

อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) โครงการอนุรักษ์พื้นฟูแหล่งน้ำทำนบเสียว บ้านตะเคียน หมู่ที่ 14 ตำบลสวาย อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำสาขาลำชี ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำมูล ขนาดพื้นที่แหล่งน้ำประมาณ 100 ไร่ ความลึกเฉลี่ย 1 เมตร สภาพแหล่งน้ำเดิมตื้นเขิน ไม่สามารถเก็บกักน้ำให้เพียงพอกับการใช้ประโยชน์ของประชาชน จากการขยายตัวของชุมชนในพื้นที่ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรขยายเพิ่มขึ้นไปด้วย ปริมาณน้ำจึงไม่สมดุมกับปริมาณความต้องการใช้ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการโครงการอนุรักษ์พื้นฟูแหล่งน้ำทำนบเสียว (ช่วง 1-3) โดยการขุดลอกเพื่อเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำต้นทุนให้พอเพียงกับปริมาณการใช้น้ำ และสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)

นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า “กรมทรัพยากรน้ำให้ความสำคัญกับความต้องการของประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาแหล่งน้ำและจัดทำระบบกระจายน้ำในทุกแหล่งน้ำที่มีศักยภาพให้มีความสมดุลกับปริมาณความต้องการใช้น้ำ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภค บริโภค การทำการเกษตรของชุมชน พร้อมทั้งมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ซึ่งถือเป็นการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชน”

นายนิทัศน์ พรมพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ เปิดเผยว่า “สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 5 ได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำทำนบเสียว (ช่วง1-3) สนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ หมู่ที่14​ ตำบลสวาย​ อำเภอเมือง​สุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์​ แล้วเสร็จสามารถเก็บกักปริมาณน้ำได้ถึง 2,000,000 ล้าน ลบ.ม. ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 3,500 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 600 ครัวเรือน ให้ประโยชน์ด้านอุปโภค บริโภค ด้านการเกษตรแก่ประชาชนในพื้นที่ ป้องกันอุทกภัยในฤดูน้ำหลากและบรรเทาภัยแล้ง ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติที่เสื่อมโทรมให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ รักษาระบบนิเวศและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำได้ตลอดปี และสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ”

Advertisement

นายทวีป บุญวร อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวาย เปิดเผยว่า “ฝั่งด้านขวาของลำน้ำชีมีพื้นที่ 5,000 กว่าไร่ เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ ถ้าเราไม่อนุรักษ์เอาไว้ก็จะมีคนเข้าไปทำลาย ชาวบ้านจะเสียโอกาสและเสียประโยชน์ของชุมชน ชาวบ้านในชุมชนยินดีมากที่ภาครัฐเข้ามาดำเนินโครงการฯ สนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เพื่อประโยชน์ทางการอนุรักษ์พันธุ์พืช และยังเป็นประโยชน์ให้กับชาวบ้านโดยรอบได้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน”