สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ร่วมเสวนา “ก้าวแรกสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า…คุณพร้อมหรือยัง?” ในงาน The 43rd Bangkok International Motor Show 2022 (มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43) จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2565 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจนโยบายภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ ในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงาน อาทิ กรมสรรพาสามิต สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้านครหลวง รวมถึงคุณนิธิ ท้วมประถม จาก Auto Life Thailand และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมให้ข้อมูลในงานดังกล่าว

นางสาวนุจรีย์ เพชรรัตน์ ผู้อำนวยการกองนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึง แนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนแผนและมาตรการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุตามนโยบาย 30@30 คือในปี ค.ศ.2030 หรือปี พ.ศ. 2573 จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ร้อยละ 30 ของการผลิตรถยนต์ในประเทศ หรือประมาณ 700,000 กว่าคัน โดยผลิตประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ 725,000 คัน รถจักรยานยนต์ 675,000 คัน รถบัสและรถบรรทุก 34,000 คัน การผลิตรถสามล้อ 2,200 คัน เรือโดยสาร 480 ลำ และรถไฟระบบราง 850 ตู้
สนพ. ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานจึงจำเป็นต้องจัดทำร่างแผนการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขึ้น เพื่อให้สอดคล้องและรองรับเป้าหมายที่กำหนดภายในปี 2573 โดยมีเป้าหมาย เพิ่มสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้เพียงพอ และสามารถบริหารทรัพยากรจากยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงและยั่งยืน โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้
- การส่งเสริมการพัฒนาโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าอย่างเพียงพอ ผ่านหน่วยงานและเครือข่ายพันธมิตร ทั้งด้านการลงทุนและพัฒนาโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ การสนับสนุนการติดตั้งสถานีอัดประจุร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร รวมไปถึงการส่งเสริมผ่านมาตรการทางการเงินและภาษี
- การปรับปรุงกฎระเบียบ มาตรฐาน และแนวทางต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า ทั้งการจัดทำระเบียบและมาตรฐานเพื่อการสื่อสารและความปลอดภัย รวมทั้งระเบียบและมาตรฐานการติดตั้งและการพัฒนาพื้นที่
- การส่งเสริมเทคโนโลยีด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อเชื่อมโยงและบริหารจัดการการประจุไฟฟ้าแบบบูรณาการ ในส่วนนี้มีงานสำคัญคือ การจัดทำนโยบายโครงสร้างพื้นฐานมิเตอร์อัจฉริยะ ควบคู่ไปกับการพัฒนาแพลตฟอร์มบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูล และการเชื่อมโยงสถานีอัดประจุและยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อบริหารจัดการระบบไฟฟ้า
ซึ่งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ได้เห็นชอบในเป้าหมายดังกล่าวแล้ว
เดินหน้าพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า
นอกจากภาพรวมของการพัฒนาและการส่งเสริมการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการวางโครงสร้างพื้นฐานของสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) ซึ่ง สนพ. ได้วางแผนเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานของสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากผลสำรวจปัจจุบันของผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้น 80% ชาร์จที่บ้าน 15% ชาร์จที่ทำงาน และ 5% ชาร์จตามที่สาธารณะ แต่ในอนาคตหากคนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น ก็มีแนวโน้มจะชาร์จนอกบ้านมากขึ้น ปัญหาอื่นๆ อาจจะตามมา เช่น การแย่งที่ชาร์จนอกสถานที่
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สนพ. จึงได้ทำการสำรวจจำนวนรถยนต์ในแต่ละภูมิภาค และคำนวณว่าจำนวนรถที่น่าจะถูกนำมาใช้บนท้องถนน จะต้องมีจุดชาร์จรองรับเท่าไร ภายในปี 2030 รวมถึงการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยแบ่งเป้าหมายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการอัดประจุให้เพียงพอและครอบคลุม

คือการรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่ง สนพ. ได้วางแผนสนับสนุนการชาร์จในที่สาธารณะ ภายในปี 2025 ให้มีสถานีอักประจุไฟฟ้าแบบชาร์จไว (Fast Charge) 2,200 – 4,400 หัวจ่าย และภายปี 2030 ให้มีสถานีอักประจุไฟฟ้าแบบชาร์จไว (Fast Charge) มากถึง 12,000 หัวจ่าย ได้ติดตั้งไปแล้วประมาณ 2,000 กว่าหัวจ่าย 900 กว่าแห่งทั้งนี้ สนพ. ยังได้ระบุจำนวนเครื่องอัดประจุไฟฟ้า (สำหรับรถยนต์) และ เครื่องสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) ที่เหมาะสมออกเป็นแต่ละภาค อีกด้วย สำหรับแผนพัฒนาสถานีอัดประจุสาธารณะ ในปี 2030 มีดังนี้
กรุงเทพมหานคร: จำนวนเครื่องอัดประจุ 3,670 เครื่อง และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 3,131 สถานี
ภาคเหนือ: จำนวนเครื่องอัดประจุ 1,085 เครื่อง และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 960 สถานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จำนวนเครื่องอัดประจุ 1,189 เครื่อง และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 1,797 สถานี
ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก: จำนวนเครื่องอัดประจุ 1,364 เครื่อง และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 1,780 สถานี
ภาคใต้: จำนวนเครื่องอัดประจุ 919 เครื่อง และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 623 สถานี
จากการดำเนินการข้างต้น เป็นแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สถานีอัดประจุไฟฟ้า รองรับบการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และความสอดคล้องกับทิศทางภาพรวมในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่มีเพียงพอต่อความต้องการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า และไม่เกิดภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในระยะยาว
Tags : #สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน #สนพ #ยานยนต์ไฟฟ้า #สถานีอัดประจุไฟฟ้า #EVCharging #กระทรวงพลังงาน

