โลตัส-กระทรวงทรัพยากรฯ ลุยโครงการ ‘อาหารปันสุข’ ตั้งเป้าลดปริมาณขยะอาหารเป็นศูนย์ ภายในปี 2573

5.04.22 | 18:09 น.

เพราะการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนต้องใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป โลตัส จึงร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อน โครงการอาหารปันสุข (Zero Food Waste)

โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่าง โลตัส กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ในการลดปริมาณขยะอาหารให้เป็นศูนย์

โดยนำอาหารที่จำหน่ายไม่หมด แต่ยังสามารถรับประทานได้ของโลตัส ส่งต่อให้หน่วยงานหรือองค์กรไม่แสวงกำไร เพื่อนำไปแจกจ่ายและแบ่งปันให้ผู้ยากไร้ รวมถึงนำไปเป็นอาหารสัตว์ และนำไปผลิตปุ๋ยหรือก๊าซชีวภาพ เพื่อลดขยะอาหาร

เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ตามแนวคิด ‘ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ และเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์และโลตัส ในการลดปริมาณขยะอาหารให้เป็นศูนย์ ภายใน พ.ศ. 2573

Advertisement

นายมนต์ชัย อินทรพรอุดม กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคกลางและกรุงเทพฯ โลตัส กล่าวว่า โลตัสมีความยินดีอย่างยิ่ง ที่เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายแรกในไทย ที่ได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์โครงการอาหารปันสุข กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการลดขยะอาหาร

โครงการนี้ โลตัสจะเป็นผู้ส่งต่ออาหารที่จำหน่ายไม่หมด แต่ยังสามารถรับประทานได้ เช่น ผัก ผลไม้ อาหารสด และอาหารปรุงสำเร็จ ให้หน่วยงานและมูลนิธิต่างๆ เพื่อนำไปบริจาคให้ผู้ยากไร้ หรือนำไปเป็นอาหารสัตว์ ปุ๋ยชีวภาพ ต่อไป ซึ่งการร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยขับเคลื่อนการบริจาคอาหารส่วนที่จำหน่ายไม่หมดให้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม เกิดประโยชน์สูงสุด

“นอกจากนั้น ยังจะช่วยสร้างการตระหนักรู้และความร่วมมือในภาคประชาชนและสังคมในการลดขยะอาหาร สอดคล้องกับเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์และโลตัส ในการลดขยะอาหารภายในธุรกิจของเราให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2573 อีกด้วย” นายมนต์ชัย กล่าว

โครงการอาหารปันสุข นับเป็นก้าวที่สำคัญอีกครั้งของโลตัส เนื่องจากโลตัสดำเนินโครงการลดขยะอาหาร (Food Waste) มาตั้งแต่ พ.ศ. 2560 โดยเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายแรก ที่ริเริ่มโครงการลดขยะอาหาร ทั้งในระดับปฏิบัติการ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และระดับนโยบาย ผ่านการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน (Target) การวัดและเปิดเผยข้อมูล (Measure) และการบริหารจัดการเพื่อลดขยะอาหาร (Act)

นับถึงเดือนธันวาคม ปี 2564 โลตัสได้บริจาคอาหารไปแล้วกว่า 2.8 ล้านมื้อ พร้อมเดินหน้าลดและขับเคลื่อนการลดขยะอาหารต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหารที่ยังรับประทานได้ หรือ ‘อาหารส่วนเกิน’ จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นำไปสู่การจัดพิธีประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการอาหารปันสุข ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (โลตัส) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมาณขยะอาหารจำนวนมหาศาล

“ผมขอเชิญชวนร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ร่วมกันขับเคลื่อน ลดปริมาณขยะอาหารที่เกิดขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากอาหารที่ยังรับประทานได้ ที่อาจเหลือจากการจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น ผักผลไม้ อาหารสด หรืออาหารปรุงสำเร็จ ส่งต่อให้หน่วยงานหรือองค์กรไม่แสวงกำไร

“จากนั้นหน่วยงานต่างๆ จะนำไปแจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ หรือนำไปเป็นอาหารสัตว์ ช่วยลดขยะหรือของเสียให้เหลือศูนย์ ช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และการขาดแคลนทรัพยากรของประเทศ เป็นการปฏิวัติรูปแบบ การใช้พลังงานและวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาสมดุลระหว่างมนุษย์กับทรัพยากร เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

ส่วน นายเฉลิมชัย ปาปะทา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การจัดกิจกรรมนี้ เป็นการแสดงความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการอาหารปันสุข 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (โลตัส)

เป้าหมายเพื่อลดการเพิ่มของปริมาณขยะอาหาร โดยใช้ประโยชน์จากอาหารที่ยังรับประทานได้ หรือ ‘อาหารส่วนเกิน’ ส่งต่อให้มูลนิธิรับบริจาคอาหารนำไปแจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ หรือนำไปเป็นอาหารสัตว์ในสวนสัตว์ ภายใต้ความรับผิดชอบขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้ง 7 แห่ง ดังนี้

1.สวนสัตว์เขาดิน (แห่งใหม่) 2. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว 3. สวนสัตว์เชียงใหม่ 4. สวนสัตว์นครราชสีมา 5. สวนสัตว์สงขลา 6. สวนสัตว์อุบลราชธานี และ 7. สวนสัตว์ขอนแก่น

นอกจากนี้ ยังรวมถึงอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ จำนวน 154 แห่ง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ที่จะนำอาหารที่ยังรับประทานได้ไปเป็นอาหารสัตว์ในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยทั้ง 2 แห่ง คือ 1. ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง และ 2. โรงพยาบาลช้าง จังหวัดกระบี่ หรือนำอาหารที่เสื่อมสภาพแล้วไปหมักทำปุ๋ยชีวภาพใช้ภายในพื้นที่ของสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในอุปถัมภ์ฯ

ขณะเดียวกัน ก็จะขยายความร่วมมือไปยังภาคีภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะ ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ลดปริมาณขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ด้วยแนวคิด ‘ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’”